บทนำ : แก้หนี้ครัวเรือน
ธนาคารแห่งประเทศไทย : ธปท.โดย น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 1 ระบุสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทย ว่ายังอยู่ในระดับสูงมาก ไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ในระดับ 86.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แม้ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 90.1% แต่เป็นการลดลงจากตัวจีดีพีที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวหนี้ของคนไทยที่ลดลง และหากมองไปข้างหน้าหากไม่แก้อะไรเลย ในปี 2570 หนี้ครัวเรือนจะอยู่ที่ 84% ของจีดีพี สูงกว่ามาตรฐานธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ที่กำหนดไว้สูงสุดที่ 80%
ทั้งนี้ BIS ระบุว่า หากหนี้ครัวเรือนเกินกว่าอัตราที่กำหนด จะทำให้เกิดการฉุดรั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ต้องนำไปจ่ายคืนหนี้แทนการใช้จ่าย และยังจะกระทบเสถียรภาพของสถาบันการเงิน นอกจากนั้น ยังจะก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม สุขภาพจิต และอาชญากรรม ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้จัดทำแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน เพื่อสะท้อนข้อมูลเชิงลึกของหนี้ครัวเรือนไทยและหลักการในการแก้ปัญหาหนี้ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จคือ แก้ให้ตรงจุด ไม่สร้างภาระเพิ่มให้ลูกหนี้ ไม่ลดโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ และตั้งใจจริง
สำหรับแนวทางการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น แบ่งเป็น 4 ด้าน 1 ที่ต้องเร่งแก้ให้เร็วที่สุดคือ หนี้เสียที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะหนี้เสียที่เกิดขึ้นช่วงโควิดซึ่งเป็นหนี้ส่วนบุคคล และหนี้ภาคเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยจะเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว สร้างตัวช่วยลูกหนี้ 2.การแก้หนี้ที่เป็นปัญหาเรื้อรัง จะหาแนวทางให้ลูกหนี้เห็นทางปิดจบหนี้ได้ 3.การลดหนี้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นเร็วและอาจเป็นหนี้เสียหรือเรื้อรังในอนาคต โดยออกเกณฑ์เพื่อให้เจ้าหนี้ปล่อยสินเชื่อด้วยความรับผิดชอบ และ 4.ติดตามข้อมูลหนี้ที่ยังไม่อยู่ในตัวเลขหนี้ในหนี้ครัวเรือน เพื่อช่วยแก้ไข
หนี้ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ ที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่บุคคล ข้อมูลที่ ธปท.จัดเก็บถือว่าสูงมาก และหากนับหนี้นอกระบบเข้าไปด้วย สถานการณ์จะน่าเป็นห่วงยิ่งกว่ารายงานขิง ธปท. รัฐซึ่งมีตัวเลขอันตรายในมือ จึงควรที่จะกระตือรือร้น หาวิธีแก้ไข ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงิน ทั้งนี้ วิธีแก้ไข คือแก้โดยตรงที่ตัวหนี้ให้ลดลง และการสร้างรายได้ ยกระดับเงินในกระเป๋าประชาชน ซึ่งรัฐบาล และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีบทบาทสำคัญ รัฐบาลหลายต่อหลายคณะ มีนโยบายและมาตรการแก้ไขมาโดยตลอด แต่ไม่เพียงพอ ตัวเลขของ ธปท.คือคำตอบในตัวว่าปัญหายังดำรงคงอยู่ จักต้องกระตือรือร้นแก้ไขอย่างจริงจังต่อไป อาจด้วยเครื่องมือ หรือแนวคิดองค์ความรู้ใหม่ มุ่งไปที่ทั้งเป็นการแก้ลดหนี้โดยตรง และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน แก้อย่างยั่งยืน สกัดก่อหนี้เพิ่มในอนาคต หรือจะก่อหนี้ก็เพื่อการลงทุน ประกอบธุรกิจ ก่อให้เกิดรายได้ มิใช่หนี้ที่เป็นโทษ เพื่อการบริโภค ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

