พรรคกลวง การศึกษาเก่า

ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จบข่าวตามคาดจริงๆ ครับ ถูกแช่แข็งเรียบร้อย ค้างเติ่งรอรัฐบาลหน้าหรือชาติหน้าตอนเย็นๆ ยังไม่มีใครตอบได้

ประชุมรัฐสภานัดล่าสุดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คืบหน้าไปได้อีกแค่มาตราเดียว องค์ประชุมไม่ครบทำรัฐสภาล่ม ประธานชวน หลีกภัย ต้องสั่งปิดประชุม พร้อมอวยพรให้ท่าน ส.ส.โชคดีในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ส่วน ส.ว.อยู่ต่อไปอีก 1 ปีจะหมดวาระโน่น พ.ศ.2567 ขอใช้สิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือคนเก่าอีกรอบ (ฮา)

การที่ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติเจ๊งไม่เป็นท่า ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายสำคัญ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลและเป็นบทบังคับตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หมวดปฏิรูปประเทศ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ท่านหนึ่งจึงสะท้อนความเห็นว่า นอกจากจะสูญเสียโอกาสพัฒนาการศึกษาของชาติแล้ว ยังเสียงบประมาณมากมายมาตลอดระยะเวลา

Advertisement

ตั้งแต่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ประชุม คณะกรรมการกฤษฎีกาประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาประชุม สรุปแล้วไม่มีผลสัมฤทธิ์อะไรเกิดขึ้นเลย

เวลาเกือบ 7 ปีที่ทำกันมา หายวับไปกับการโดดร่มและความไม่รับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ 555

เหตุเศร้าสลด เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่ประชุมรัฐสภา ทำให้ผู้ติดตามความเป็นไปของการปฏิรูปการศึกษาไทยงุนงง สงสัย ถามไถ่หาคนรับผิดชอบว่าควรเป็นใคร เพราะแทบทุกนัดที่มีประชุม ต่างฝ่ายต่างโยนขี้ใส่กัน โทษกันไปมาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ส.ส.กับ ส.ว.

Advertisement

คำตอบสุดท้ายที่ได้ก็คือ ไม่มีใครรับผิดชอบทั้งสิ้น

ที่น่าติดใจ การประชุมนัดสุดท้าย ส.ส.อาวุโส ระดับหัวแถวของพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ยกมืออภิปรายค้านหน้าตาเฉย ขอให้ชะลอการออกกฎหมายนี้ออกไปก่อน เพราะที่ผ่านมาร่างด้วยความเร่งรีบ เร่งทำ

ช่วงนี้เป็นระยะปลายสมัยรัฐบาล ผู้ปฏิบัติงานบางส่วนต่อต้าน เงินตำแหน่งของ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ไม่รู้ได้หรือเปล่า จึงเกิดความกังวลใจ ถ้าพิจารณาแบบรีบๆ จะเกิดผลเสีย ขณะที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ยังใช้ได้อยู่ จึงอยากให้รอบคอบ ให้เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่จะดีกว่า

อภิปรายฉะฉาน เสียงดังฟังชัด โดยลืมคิดไปว่ากระบวนการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ดำเนินมายาวนาน ผ่านหลายขั้นตอน เฉพาะในส่วนของรัฐบาลไม่ต่ำกว่า 2 ปี นับตั้งแต่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ส่งมอบงานเดือนเมษายน 2562

กว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบก็วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ต่อมานำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 17 กันยายน 2564 กว่ารัฐสภาจะรับหลักการวาระแรกวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 กรรมาธิการวิสามัญใช้เวลาแปรญัตติปีกว่า ถึงนำเข้าวาระสอง วันที่ 10 มกราคม 2566 แต่ก็คืบไปไม่ถึงไหน กลับมีอันเป็นไปถูกแช่แข็งในที่สุด

พิจารณาตามลำดับเวลาที่ผมไล่เรียงมาให้เห็นกันจะจะนี้ ก็เพื่อที่จะยั่วแย้งท่าน ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ที่ว่าการพิจารณาเป็นไปด้วยความเร่งรีบนั้น ใช้เวลานาน 4-5 ปี นี่ละหรือ เร่งรีบ รวบรัด

แต่อะไรก็ไม่ปวดใจเท่า ส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลลุกขึ้นมาต้านกฎหมายของรัฐบาลเสียเอง ทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็สังกัดพรรคพลังประชารัฐเดียวกัน

เมื่อความจริงเป็นเชนนี้ อย่าว่าแต่ชาวบ้าน พ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียน เลยครับที่เกิดอาการสับสน ว่า เขาบริหารงานกันอย่างไร พรรคเดียวกันแท้ๆ ไม่ได้คุย ปรึกษาหารือ โต้แย้งแถลงไขกันให้ตกผลึก จนได้บทสรุปร่วมกันก่อนหรือ

คุณชวน ประธานที่ประชุมถึงย้ำแล้วย้ำอีก กฎหมายนี้เป็นกฎหมายของรัฐบาล ผมทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถามว่า ต้องการอย่างไรกันแน่

“ท่าน ส.ส.อยู่พรรครัฐบาล ขอฝากไปหารือกันว่ารัฐบาลต้องการอย่างไร ทำเป็นความเห็นมายังรัฐสภา เวลาของเราทุกคนเสียไปมหาศาล มีค่า เมื่อเกิดความเห็นแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง เราเลยไม่รู้ว่ารัฐบาลต้องการอย่างไรแน่”

คำขอร้อง มีดโกนอาบน้ำผึ้งของประธานรัฐสภา ที่มีถึงพรรคแกนนำรัฐบาล หัวหน้ารัฐบาล คงไม่ต่างไปจากจดหมายเป็นหมันที่ส่งไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่มีคำตอบใดๆ แม้สภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

เหตุเกิดขึ้น เป็นภาพสะท้อนถึงคุณภาพการดำเนินงานของพรรคการเมืองและคุณภาพของ ส.ส.ในสังกัด กำกับดูแล รับผิดชอบการบริหารกระทรวงศึกษาธิการโดยรัฐมนตรีสองคนติดต่อกัน แต่กลไกและกระบวนการภายในกลวงโบ๋ ไม่เป็นระบบ

จึงไม่สามารถผลักดันกฎหมายแม่บททางการศึกษา ออกมาใช้บังคับภายใต้การมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายได้สำเร็จ ส่งผลต่อความเชื่อถือ ประสิทธิภาพของหัวหน้ารัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดโดยตรง

เมื่อพรรคการเมืองเป็นแค่แหล่งแสวงอำนาจเฉพาะกิจ ห่างไกลความเป็นสถาบันอย่างแท้จริง การศึกษาของชาติ อนาคตของเด็กและเยาวชน คงไร้หลักประกันต่อไป

เป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับเราๆ ท่านๆ ในฐานะผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องนำกลับมาคิดพิจารณาก่อนตัดสินใจมอบคะแนนเสียงให้กับพรรคการเมืองใดดีที่สุด อีกครั้ง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image