ไม่ว่าเหตุการณ์วันสุดท้ายของสมัยประชุมสุดท้ายของสภาชุดนี้จะเป็นเช่นไร สิ้นกุมภาพันธ์ สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องปิดประชุม
ผู้แทนฯต้องกลับสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสินว่าจะได้กลับมาทำงานนี้อีกหรือไม่
ย้อนกลับไปดูตั้งแต่เริ่มต้นรัฐสภาชุดนี้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีหลายอย่างน่าสนใจ
ต้องยอมรับว่า ในช่วงปีท้ายๆ คำว่า “3 วันหนี 4 วันล่ม” กลายเป็นภาพลักษณ์ของสภา
ส่วนแนวการปฏิบัติก็มีอะไรแปลกๆ อาทิ ส.ส.บางคนตอนหาเสียงเลือกตั้งประกาศเข้าข้างขั้วหนึ่ง แต่พอเป็น ส.ส.ก็เปลี่ยนไปอยู่อีกขั้วหนึ่ง
เปลี่ยนจากฝ่ายค้านไปเป็นฝ่ายรัฐบาล
เปลี่ยนจากขั้วเสรีนิยมไปอยู่ขั้วอนุรักษ์
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลบางคนลุกขึ้นโจมตีรัฐบาล แต่พอถึงตอนลงมติ ส.ส.คนนั้นได้ยกมือไว้วางใจรัฐมนตรี
เรียกได้ว่าอภิปรายตามความเห็นตัวเอง แต่ยกมือโหวตตามความเห็นพรรค
สภาชุดนี้ยังมีความแปลกกรณีที่พรรคแกนนำรัฐบาลพลิกมติตัวเอง
เหตุการณ์การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสร้างความงุนงงจากสังคม
จากเดิมที่ร่วมเสนอร่วมผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต่อมากลับไม่แน่ใจร่างที่ตัวเองสนับสนุน กระทั่งในที่สุดโหวตไม่เห็นด้วย
อาการพลิกไปพลิกมาเช่นนี้ เกิดขึ้นแม้แต่ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่เพิ่งประกาศใช้
จากเดิมหนุนใช้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบหาร 500 ต่อมาเปลี่ยนใจไปใช้สูตรหาร 100
กลับไปที่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ว่ายืนตรงข้ามฝ่ายรัฐบาล กลับปรากฏว่าก่อนซักฟอก มี “ข้อมูลรั่ว” ไปถึงมือฝ่ายรัฐบาล กระทั่งรัฐมนตรีเก็งข้อสอบได้ถูก ชี้แจงข้อกล่าวหาผนวกรวมกับผลงานตัวเองได้อย่างสบายๆ
ปรากฏการณ์นี้เป็นเหตุที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกั๊กข้อมูลการซักฟอก เพราะกลัว “ข่าวรั่ว”
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของจุดบอดที่พึงแก้ไข ส่วนการทำหน้าที่ของ ส.ส.ที่มีที่มาจากการเลือกตั้งนั้นดีแล้ว
ยามที่โรคโควิด-19 ระบาดจนมีคนตายกลางถนน สภาเป็นกลไกกดดันให้รัฐบาลทำงานรักษาชีวิตคนไทย
ช่วงก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ส.ส.หลายคนทำหน้าที่นำข้อมูลในพื้นที่มาบอกเล่า และผลักดันให้รัฐบาลแก้ไข
กฎหมายหลายฉบับผ่านการพิจารณาโดยรัฐสภาด้วยการเปิดเผย ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดตามอย่างโปร่งใส และหลายโอกาสได้ออกมาคัดค้าน
สภาที่มี ส.ส.จากเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบจึงมีทั้งจุดเด่นและจุดบอด
จุดเด่นๆ นั้นไม่ต้องทักท้วง แต่จุดบอดนั้นต้องหาวิธีแก้ไข
เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีการแก้ไข
เดือนมีนาคมน่าจะยุบสภา เดือนพฤษภาคมน่าจะเลือกตั้ง
การเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดว่า ส.ส.ชุดปัจจุบันจะได้กลับคืนสภาหรือไม่
คนที่ไม่ได้รับการเลือกก็ต้องรอ ส่วนที่ได้เป็น ส.ส.ก็ต้องช่วยกันสกัดมิให้สภาเสียหาย
จุดบอดของสภาที่เกิดขึ้น ส.ส.ชุดใหม่สมควรป้องกันมิให้เกิดซ้ำซาก
เพราะความซ้ำซากทำให้คนเบื่อหน่าย
ความเบื่อหน่ายนี่เป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย
เพราะทุกครั้งที่อารมณ์สังคมเบื่อการเมือง เบื่อประชาธิปไตย
การรัฐประหารมักหวนคืนกลับมา
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

