รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกันจะเป็นนายทหาร ที่ปลดประจำการไม่ถึง 7 ปีไม่ได้

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ว่า “เรากำลังจะแต่งตั้ง ‘แมดด็อก’ แมตทิส เป็นรัฐมนตรีกลาโหมของเรา” นั่นคือเขาได้เลือกพลเอกเจมส์ แมตทิส (James Mattis) แห่งพรรคนาวิกโยธิน ผู้เคยเป็นผู้บัญชาการของกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (US Central Command) ที่มีอำนาจควบคุมเหนือกำลังทหารอเมริกันทั้งในตะวันออกกลางและอัฟกานิสถาน พลเอกเจมส์ แมตทิส เพิ่งเกษียณอายุได้ 3 ปี เป็นรัฐมนตรีกลาโหมของเขา ซึ่งพลเอกเจมส์ แมตทิส ได้รับฉายาว่า “สุนัขบ้า” (mad dog เป็นฉายาที่บรรดานาวิกโยธินสหรัฐใช้เรียกนายทหารผู้กล้าหาญ รบเก่งและไม่เอาเปรียบลูกน้อง ความจริงเจมส์ แมตทิส มีอีกฉายาหนึ่งคือ “นักรบพระ-warrior monk” เนื่องจากเขาไม่เคยแต่งงานและสุภาพเรียบร้อย คงแก่เรียน)

แต่หากมีการแต่งตั้งพลเอกเจมส์ แมตทิส เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจริงๆ แล้วก็จะมีปัญหาเนื่องจากขัดกับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2490 (National Security Act of 1947) ที่กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไว้ดังนี้

113.Secretary of Defense
(a) There is a Secretary of Defense, who is the head of the Department of Defense, appointed from civilian life by the President, by and with the advice and consent of the Senate. A person may not be appointed as Secretary of Defense within seven years after relief from active duty as a commissioned officer of a regular component of an armed force.
ครับ! ข้างบนนี้เป็นกฎหมายปกครองของสหรัฐอเมริกานะครับ ที่กล่าวถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคือ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องเป็นพลเรือน (civilian) แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี และได้รับการยอมรับจากวุฒิสภาของสหรัฐ สำหรับบุคคลผู้ที่เคยเป็นนายทหารของกองทัพสหรัฐที่เกษียณอายุออกจากการเป็นนายทหารไม่ถึง 7 ปีเต็ม ย่อมขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ ซึ่งหากจะแต่งตั้งกันจริงๆ แล้วก็ต้องขอให้รัฐสภาสหรัฐออกกฎหมายพิเศษขึ้น 1 ฉบับ เพื่อที่จะยกเว้นเฉพาะพลเอกเจมส์ แมตทิส เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐสภาของสหรัฐเท่านั้น

โกวิท 2 น.6 พุธ 7 ธค.

ความจริงเรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อเกิดสงครามเกาหลีขึ้นเมื่อ พ.ศ.2493 ทำให้ประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ต้องแต่งตั้ง นายพลจอร์จ ซี. มาร์แชลล์ ผู้เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดฝ่ายทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายพลมาร์แชลล์ก็ยังเกษียณอายุไม่ครบตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2490 แต่รัฐสภาสหรัฐก็ได้ออกกฎหมายพิเศษยกเว้นให้กับจอร์จ ซี. มาร์แชลล์ เป็นกรณีพิเศษ (มีเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์อเมริกา)
กฎหมายปกครองของสหรัฐอเมริกาฉบับนี้บ่งบอกไว้โดยชัดแจ้งถึงหลักการควบคุมทหารโดยพลเรือน (Civilian control of the military) อันเป็นลัทธิทางการทหารและทางรัฐศาสตร์ซึ่งให้ความรับผิดชอบสูงสุดในด้านการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์
ของประเทศอยู่ในมือของผู้นำทางการเมืองที่เป็นพลเรือน มิใช่นายทหารอาชีพโดยมีพื้นฐานมาจากรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาหมวดหนึ่ง อำนาจนิติบัญญัติในมาตรา 8 วรรค 12 กำหนดว่ารัฐสภาจัดตั้ง (Raise) และสนับสนุน (Support) กองทัพบก แต่การอนุมัติงบประมาณให้กับกองทัพนั้นห้ามเกินกว่าครั้งละ 2 ปี

โกวิท 3 น.6 พุธ 7 ธค.

ส่วนในมาตรา 8 วรรค 13 กำหนดว่า รัฐสภาจัดหา (Provide) และรักษา (Maintain) กองทัพเรือ

เอาแค่ภาษาของคำศัพท์ในการเขียนระหว่างกองทัพบกกับกองทัพเรือก็เห็นชัดๆ แล้วว่า บรรดาผู้ร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ไว้วางใจในกองทัพบกเลย จึงใช้คำว่าระดมพล (Raise) และสนับสนุน (Support) หมายความว่าจะไม่มีกองทัพบกแบบประจำการ หากแต่จะจัดหาอาสาสมัครมาเป็นทหารบกเป็นคราวๆ ไป โดยจะจ่ายงบประมาณให้ตามที่มาประจำการเป็นทหารเท่านั้น มิหนำซ้ำยังห้ามการอนุมัติงบประมาณให้กับกองทัพบกเกิน
กว่า 2 ครั้งต่อหนึ่งปี

แต่ในกรณีกองทัพเรือนั้นต้องจัดให้มีขึ้น (Provide) และบำรุงรักษาให้มีอยู่เรื่อยไป (Maintain) และไม่มีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐสภาอนุมัติเงินงบประมาณเกินกว่าปีละ 2 ครั้ง เพราะว่าโอกาสที่ทหารเรือจะทำการยึดอำนาจล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ยากนั่นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon