ถือเป็นย่างก้าวแรกของนายเศรษฐา ทวีสิน มือบริหารธุรกิจใหญ่ ในการเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดตัวเริ่มสู่ถนนสายการเมืองอย่างเป็นทางการ
ส่วนย่างก้าวถัดไป จะเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ คงจะได้รู้กันอีกไม่นาน
แต่เชื่อว่าคงจะเป็นเช่นนั้น
ดีไม่ดีอาจจะเป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ด้วยซ้ำ
ที่สำคัญ แค่ย่างก้าวแรก ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกอาการอย่างชัดแจ้ง
แสดงให้เห็นถึงระดับแรงสั่นสะเทือนของการเปิดตัวนายเศรษฐา
อันที่จริง ถ้าหากเป็นผู้นำการเมืองที่มีมาตรฐานทางความคิด มีมาตรฐานทางอารมณ์ เมื่อมีคำถามจากนักข่าว ว่ามีมุมมองต่อการเปิดตัวนายเศรษฐาเช่นไร
คำตอบต้องประมาณว่า ยินดีที่มีคนใหม่ๆ เข้าสู่การเมือง ยิ่งมีความสามารถทางเศรษฐกิจก็ยิ่งน่าดีใจ จะได้ใช้ความรู้ความสามารถมาช่วยกัน ในภาวะที่ทั้งโลกอยู่ในวิกฤตเช่นนี้
คงตอบอะไรประมาณนี้
แต่คำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับเป็นว่า เขาเก่งตรงไหน เขาทำอะไรมา เขาทำธุรกิจ ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ
เป็นคำตอบที่บ่งบอกอารมณ์อย่างไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
อย่างว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เหมือนศึกในการป้องกันตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ เดิมพันด้านอำนาจ แถมมีศักดิ์ศรีหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้อง
อีกทั้งแสดงให้เห็นว่า การเปิดตัวนายเศรษฐา คงสร้างความสั่นสะเทือนให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไม่น้อยเลย
พร้อมกับนำมาซึ่งประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอื้ออึง เนื่องจากคำพูดจาของ พล.อ.ประยุทธ์ดังกล่าว
คำว่าประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ กระตุกให้เกิดมุมมองที่ว่า ประเทศชาติก็ไม่ใช่ค่ายทหารเช่นเดียวกัน
ทหารไม่ควรเข้ามาแทรกแซงการเมือง และประชาชนไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่จะมาสั่งสอนด้วยชุดคำพูดแบบผู้พันสั่งทหารผู้น้อย ให้ไปเลี้ยงไก่เก็บไข่ เลี้ยงปลา ปลูกหมามุ่ย
อันที่จริงนายเศรษฐาก็ไม่เคยลงเล่นการเมือง ยังต้องผ่านการทดสอบอีกหลายด่าน
ยังต้องดูการออกเดินหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัย ขึ้นเวทีดีเบต การแสดงความคิดวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาประเทศชาติ
จะทำได้โดดเด่นประทับใจประชาชนคนดูหรือไม่ ยังไม่มีใครตอบได้ จะเดินไปบนถนนการเมืองได้อย่างสดสวยหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้
โปรดดูกันต่อไปอย่างใจเย็นๆ
อย่าเพิ่งตกอกตกใจ แข้งขาสั่น เอะอะ เกรี้ยวกราด
และสุดท้ายประชาชนคนเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินอนาคตของนายเศรษฐา
ที่สำคัญเขาต้องผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชนจริงๆ ไม่มีกลไกเอารัดเอาเปรียบเป็นตัวช่วย อย่าง 250 ส.ว.
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

