หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทีพีโอ ฤดูกาล...

ทีพีโอ ฤดูกาลที่ 12 เปิดประติมากรรมแสง ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ : โดย สุกรี เจริญสุข

8.12.16 | 14:50 น.

ปีนี้ (พ.ศ.2559-2560) เป็นฤดูกาลที่ 12 แล้วที่วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra, TPO) เปิดการแสดงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงรายการใดๆ พยายามที่จะทำให้วงดนตรีเป็นวงอาชีพ โดยมีปัจจัยที่จำเป็น อาทิ มีตารางแสดงเป็นประจำและเป็นที่แน่นอน มีเกียรติและเชื่อถือได้ ประชาสัมพันธ์การแสดงล่วงหน้า ไม่ยกเลิกหรือเลื่อนการแสดง นักดนตรีทุกคนต้องฝึกซ้อมประจำ คนทำงานทุกคนมีเงินเดือน สามารถมีรายได้ที่จะเลี้ยงครอบครัว มีสถานที่ (หอแสดงดนตรี) แสดงอย่างวงดนตรีอาชีพ

สำหรับฤดูที่ 12 นี้ เริ่มต้นฤดูกาลก็ต้องงดการแสดงเป็นครั้งแรก เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต จึงต้องงดรายการแสดงของเดือนพฤศจิกายน 2559 ทั้งเดือน แล้วโยกรายการแสดงไปไว้ในเดือนพฤศจิกายน 2560 แทน ส่วนนักดนตรีรับเชิญจากต่างประเทศ ซึ่งทุกคนต่างก็เข้าใจดี ฝ่ายเราก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน หรือส่วนหนึ่งของค่าตัวที่ทำให้เขาเสียโอกาส เป็นต้น

ในวันที่ 2-3 ธันวาคม 2559 จึงเป็นวันแรกที่จะเปิดฤดูกาลที่ 12 ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการแสดงที่เตรียมไว้ แต่เป็นรายการพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องจากวงทีพีโอได้บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ประกอบสารคดีสายธารพระราชไมตรี ซึ่งฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD จึงได้จัดการแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้ครบถ้วนบริบูรณ์

รายการประกอบด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ ทั้งที่เป็นบทเพลงขับร้องและบทเพลงบรรเลง นอกจากนี้ ยังมีบทเพลงที่พระองค์ทรงโปรด และบทเพลงที่ศิลปินไทยได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระองค์ โดยวงทีพีโอได้นำบทเพลงมาเรียบเรียงใหม่สำหรับบรรเลงด้วยวงออเคสตรา ซึ่งมีนักดนตรี 93 คน ยังได้เชิญนักร้องที่มีความสามารถและมีชื่อเสียงมาร่วมแสดงด้วย

ขณะเดียวกัน นักร้องที่อยู่ในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดเยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทยก็มีโอกาสแสดงความสามารถในงานครั้งนี้ด้วยอย่างเต็มที่

Advertisement

สําหรับนักร้องรับเชิญนั้น มีคุณสิงโต นำโชค (นำโชค ทะนัดรัมย์) ขับร้องบทเพลงเกาะในฝัน และเล่นเครื่องดนตรีอูคูเลเล่ (Ukulele) ส่วนบทเพลงความฝันอันสูงสุด ได้เชิญนักร้องที่เป็นตำนานของไทย คุณสันติ ลุนเผ่ เจ้าของเสียงที่ทุกคนจดจำและเลียนแบบ บทเพลงแผ่นดินของเรา ขับร้องโดยคุณธีรนัยน์ ณ หนองคาย บทเพลงยิ้มสู้และบทเพลงของขวัญจากก้อนดิน ได้เชิญคุณรัดเกล้า อามระดิษ มาขับร้อง

บทเพลงสำคัญที่พระองค์ทรงโปรด ได้เชิญอาจารย์เชอร์ริล เฮย์ส (Cherryl Hayes) ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ความจริงอาจารย์เชอร์ริล เฮย์ส

ได้เคยเข้าไปแสดงถวายต่อหน้าพระพักตร์หลายครั้ง เพราะเป็นนักร้องอาชีพ บ้านเดิมอยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา และประกอบอาชีพร้องเพลงอยู่ในประเทศไทยหลายปี ก็เป็นประโยชน์ต่อเด็กไทยอย่างมากที่เธอยินดีสอนในสถาบันดนตรี เธอจะร้องเพลงเดอะแมนไอเลิฟ (The Man I Love) ผลงานของจอร์จ เกิร์ชวิน (George Gershwin)

สำหรับเพลงเดอะแมนไอเลิฟ เชื่อว่าเป็นบทเพลงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงโปรด แต่งโดย จอร์จ เกิร์ชวิน (George Gershwin) นักประพันธ์ชาวอเมริกันได้เขียนเอาไว้เมื่อ พ.ศ.2467 บันทึกเสียงเมื่อ พ.ศ.2471 มีนักร้อง ที่มีชื่อเสียงสมัยนั้นขับร้องบันทึกเสียงไว้ อาทิ บิลลี่ ฮอลิเดย์ (พ.ศ.2483) ซาราห์ วอห์น (พ.ศ.2489) เอตตา เจมส์ (พ.ศ.2514) อลัน เฟนเบิร์ก (พ.ศ.2535) เอลล่า ฟริสเจอรัล

ยังมีบทเพลงจำนวนมาก (มากกว่า 100 เพลง) ที่ศิลปินไทยได้ประพันธ์ขึ้นถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทางวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยจะขอนำเสนอเพียง 2 เพลง คือ ของขวัญจากก้อนดิน ซึ่งเป็นบทเพลงที่ นิติพงษ์ ห่อนาค ประพันธ์คำร้องและทำนอง ขับร้อง โดย ธงไชย แมคอินไตย์ (เบิร์ด) ได้บันทึกเสียงออกเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2557 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบารมีของพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย

ครั้งนี้ขับร้องโดย คุณรัดเกล้า อามระดิษ และคณะขับร้องประสานเสียง (250 คน)

บทเพลงพิเศษ “พ่อของแผ่นดิน” ประพันธ์คำร้องโดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทำนองและเรียบเรียงเสียงประสานโดย พ.อ.ประทีป สุพรรณโรจน์ เป็นบทเพลงที่เปิดแสดงครั้งแรกในงานครั้งนี้ เนื้อร้องมีอยู่ว่า

“สิบสามตุลาคม สองห้าห้าเก้า พ่อจากเราไปแล้ว สู่สวรรค์
ลูกลูกแสนโศกาจาบัลย์ ใจลูกสั่นสุดกลั้น แทบขาดใจ
ลูกจะจดจำคำสอนพ่อ จะไม่ย่อท้อ จะต่อสู้ต่อไป
จะลำบากยากเข็ญเพียงใด เพื่อพ่อเพื่อแผ่นดินไทยยืนยง
ขอสัญญาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะตามรอยพ่อ จนชีวิตเป็นผุยผง
จะจงรักภักดีต่อพ่อมั่นคง จะซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อชาติ ต่อประชาชน
ขอให้พ่อหลับสบายบนฟากฟ้า ขอวิงวอนเทพยดาทุกแห่งหน
ช่วยปกปักรักษาพ่อของเราทุกคน ประสบสุขบนสวรรค์ชั้นฟ้า”

วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra, TPO) เปิดการแสดงฤดูที่ 12 ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และบทเพลงอื่นๆ เพื่อร่วมถวายพระเกียรติยศ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี มาก่อนได้ก่อน บัตรหมดแล้วหมดเลย

วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ได้มอบผลงานการบันทึกเสียงบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้ บริษัท โกลบอลอินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (Global Intercommunication) เมื่อปี 2558 ไปจัดทำสารคดี “สายธารพระราชไมตรี” ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่บันทึกเสียงโดยวงทีพีโอ ซึ่งสารคดีเป็นเรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จประพาสประเทศต่างๆ ในระยะเวลา 50 ปี มีอยู่ 29 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ในช่วงเวลา พ.ศ.2502-2510 สารคดีสายธารพระราชไมตรี ได้นำออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD จำนวน 56 ตอน ตอนละ 20 นาที ตลอดปี 2560

สำหรับการแสดงครั้งนี้ ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ 19 บทเพลงมาแสดง

สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ อาคารมหิดลสิทธาคารได้นำประติมากรรมแสงมาประดับหอแสดงเสร็จเรียบร้อยและเปิดใช้เป็นครั้งแรกในวันที่ 2-3 ธันวาคม 2559 ตอนแรกนั้นก็เรียกกันว่าแชนเดอเลียร์ (Chandelier) เอาเข้าจริงๆ คนออกแบบบอกว่าจะเรียกอย่างอื่นแล้ว ไม่ใช่แชนเดอเลียร์อีกต่อไป เพราะแชนเดอเลียร์เป็นชื่อโบราณ มีรูปแบบโบราณ เชย และอนุรักษนิยมมากเกินไป ไม่สามารถที่จะสร้างสรรค์ให้สวยงามกว่านั้นได้อีกแล้ว

ศิลปินออกแบบ ยาน่า รูซิกโควา (Jana Ruzickova) ชาวโบฮิเมีย ตั้งชื่อใหม่ว่า นิวรอน ประติมากรรมแสง (Neurons Lighting Sculpture) เท่ากับการปฏิวัติวงการแชนเดอเลียร์ เข้าสู่ศิลปกรรมปั้นแสงให้เป็นตัวใหม่ รวมเรื่องราวต่างๆ ให้เป็นเรื่องเดียวกัน เปิดตัวให้ประชาชนได้ชม เมื่อวันที่ 2-3 ธันวาคม 2559 ที่อาคารมหิดลสิทธาคาร โดยมีวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ เต็มเวที

สุกรี เจริญสุข