หน้าแรก คอลัมนิสต์ คืองานหนังสือ...

คืองานหนังสือพิมพ์ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

9.12.16 | 14:00 น.

งานของช่างภาพในภาวะสัญจรอย่างนั้น นอกจากดัดแปลงห้องน้ำเล็กและแคบเป็นห้องมืดล้างฟิล์ม และขยายรูป เมื่อฉายพระรูปได้แล้ว นายประดิษฐ์ ตัณกำเหนิด อดีตช่างภาพสยามรัฐ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวันประวัติศาสตร์วันนั้น จึงนำฟิล์มขึ้นไปล้างและขยายรูปตามขั้นตอน

หลังจากนั้นจึงนำรูปที่ยังเปียกออกจากห้องมืด ส่งให้นายอำนวยกับเพื่อนรุ่นน้องจัดการทำให้แห้ง ช่วยกันติดการ์ดใส่กรอบ แล้วชักรอกจากชั้น 3 ส่งให้กรรมการที่รอรับชั้นล่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

“ผมใช้เวลาประมาณ 25 นาที พระรูปก็เสร็จ พร้อมให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้” นายประดิษฐ์อธิบาย

เมื่อเสร็จภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เราสามคนก็โล่งอก ถอดสูทแขวนไว้กับเก้าอี้ แล้วจัดการดื่มสุรากับแกล้มซึ่งรุ่นน้องเตรียมไว้ ดื่มไปได้ครึ่งแก้ว ปรากฏว่าประตูห้องถูกเปิดออก มีนายทหารองครักษ์ท่านหนึ่งบอกพวกเราว่า “พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯมาทอดพระเนตรห้องนี้”

“ผมคว้าสูทออกมาใส่ยังไม่ทันเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็เสด็จเข้ามาถึงแล้ว”

Advertisement

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า “ทำงานกันอยู่บนนี้หรือ?” ด้วยพระพักตร์ที่ทรงมีพระเมตตา ผมตกตะลึงยืนตัวสั่น กราบบังคมทูลอะไรไม่ออก พอดี นายสมเจตน์ วัฒนาธร เลขาธิการสมาคมนักหนังสือพิมพ์ฯ กับ นายสรรพสิริ วิริยศิริ จากสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย กราบทูลว่า

“คนนี้นายประดิษฐ์ ตัณกำเหนิด เป็นผู้ฉายและขยายรูปพะยะค่ะ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งต่อว่า “มีวิธีทำอย่างไรและรวดเร็วด้วย จะขอดูห้องมืดสักหน่อยว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง”

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยถ่ายภาพนิ่งและภาพยนตร์ และทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีพระประสงค์จะทอดพระเนตรห้องมืด (ใช้ห้องน้ำดัดแปลงใช้ชั่วคราว) ผมเห็นว่าไม่บังควรจึงเลื่อนตัวไปยืนขวางประตูห้องน้ำนั้น แล้วถวายคำนับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ทรงเข้าพระทัยดีถึงอาการที่ผมทำอยู่ตอนนั้น รับสั่งว่า ‘ทำได้ดี รวดเร็ว เหมาะสมกับการเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์… ขอบใจ’ นั่นคือพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ตรัสกับผมพร้อมแย้มพระสรวลของล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ ก่อนเสด็จออกจากห้องมืดไป” นายประดิษฐ์เล่าให้นายบุตรดาฟัง ซึ่งเป็นบันทึกสำคัญของอาชีพช่างภาพนักหนังสือพิมพ์ในวันนั้น

ความเงียบบังเกิดขึ้นชั่วอึดใจ เราสามคนจึงนั่งลงกราบกับพื้น สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาเสด็จขึ้นมาบนห้องมืดให้พวกเราได้เฝ้าทูลละลองธุลีพระบาท

หลังจากนั้น ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯกลับ มีนักหนังสือพิมพ์หลายคนเฝ้าส่งเสด็จฯ รวมทั้งนายศุภเกียรติ ธารณกุล ผู้ช่วยบรรณารักษ์ อดีตนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พระองค์ทรงหยุดแล้วตรัสกับพวกเราว่า

“ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ที่นี่เป็นสถาบัน ต้องช่วยกันรักษาไว้”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและวงการหนังสือพิมพ์เป็นล้นพ้น

สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขณะนั้นมี นายเสฐียร พันธรังษี เป็นนายกสมาคมได้รับเลือกคนที่ 2 ต่อจาก นายเฉลิม วุฒิโฆษิต ซึ่งได้จัดหาทุนสร้างอาคารสมาคม และได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2512 จากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2514 ตามคำกราบบังคมทูล

ขณะนั้นมี นายประสิทธิ์ ลุลิตานนท์ เป็นนายกสมาคม

สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยวันนี้รวมตัวกับสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ถนนสามเสน มีนายวันชัย วงศ์มีชัย เป็นนายกสมาคม

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์