หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเล่นคือการ...

การเล่นคือการพัฒนาของเด็ก

12.03.23 | 15:00 น.

การเล่นคือการพัฒนาของเด็ก

พัฒนาการ หมายถึง การเพิ่มหรือการเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณภาพ  เช่น การพัฒนาการตามลำดับของการเคลื่อนไหวของทารกจากการที่ทารกสามารถคว่ำ ต่อมาสามารถคลาน สามารถยืน และสามารถเดินได้  เป็นพัฒนาการที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกันและต้องอาศัยความพร้อมร่วมกันของระบบหลาย ๆ ระบบในร่างกาย เช่น ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท พัฒนาการเป็นการเจริญเติบโตเพื่อนำไปสู่การมีวุฒิภาวะที่เกิดขึ้นตามวิถีทางของธรรมชาติ  เช่น  เด็กอายุประมาณ 3 เดือน สามารถหมุนตัวคว่ำได้ อายุประมาณ 6 เดือน สามารถนั่งได้  อายุประมาณ 12 เดือน สามารถเดินได้  ถึงแม้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมใดก็ตาม

ทฤษฎีพัฒนาการมีหลายทฤษฎี ที่อ้างถึงบ่อยมี อาทิ 1) ทฤษฎีพัฒนาการชีวิต ของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เน้นด้านแรงผลักดันทางเพศในวัยเด็กที่พัฒนาตามวัยต่อ ๆ ไป 2) ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตและสังคม ของ เอริค เอริคสัน เน้นความสัมพันธ์และความต้องการทางสังคม ถ้าเด็กไม่ได้รับการตอบสนองให้พอเหมาะ ปัญหาจะเกิดขึ้นและจะเกิดต่อเนื่องไป 3) ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรม ของ ลอเร็นซ์ โคลเบิร์ก เน้นด้านค่านิยมและความดีความชั่วของมนุษย์ 4) ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ของ ฌัง ปีอาเชต์ ซึ่งได้มาจากการศึกษาค้นคว้าโดยวิธีสังเกตพฤติกรรมตรงของเด็กแต่ละวัยในแต่ละวัน โดยเขาจัดแบ่งพฤติกรรมเป็น 4 ขั้น ซึ่ง สงคราม เชาวน์ศิลป์ สรุปเป็นตาราง ดังนี้

แล้วเราจะส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการของเด็กอย่างไรดี วิธีหนึ่งคือสังคมมีมาตรฐานขั้นต่ำ และตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของเด็กทุกคน ไม่ว่าจะยากจน กำพร้า พิการ ฯลฯ อย่างน้อยก็ต้องมีปัจจัย 4 และได้เข้าโรงเรียน (ที่เด็กเรียนอย่างมีความสุข) ถ้ามีช่องว่างในการดำเนินงานของรัฐ สังคมและองค์กรพัฒนาเอกชนต้องพยายามเข้าไปช่วยลดช่องว่างนั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้เป็นไปอย่างถ้วนหน้า และในทุกด้านตามวัยของเด็ก

แต่น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่หลายคนคิดแทนเด็กมากไป คิดว่าต้องอบรมสั่งสอนเด็กตามที่ตนเองเคยได้รับมาก่อน ชอบยัดเยียดค่านิยมของตนเองให้เด็ก เช่น ความรักชาติ การมีวินัย การเคารพผู้ใหญ่ การท่องจำ ฯลฯ มิใช่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี แต่ก็เหมือนทุกอย่างที่คิดว่าดี แต่เมื่อเกินพอดี เด็กอาจรับไม่ไหว ไม่มีความสุขในการเรียนรู้ ที่ควรเป็นไปตามวัย ตามความสนใจ ผลจึงมิได้เป็นไปดังที่คาดหวัง

Advertisement

แนวคิดที่น่าสนใจแนวคิดหนึ่งคือ ให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้มากขึ้น ลดเวลาเรียน (ในห้องเรียน) เพิ่มเวลารู้ (เช่น จากการเล่น การศึกษาธรรมชาติวิทยาจากธรรมชาติ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์ หรืออาศัยโบราณคดีภาคสนาม การศึกษาเรื่องที่สนใจจากห้องสมุด จากเว็บไซต์ จากศาสนสถาน จากห้องครัว จากตลาด จากไร่นา จากป่าเขา ฯลฯ) เรื่องนี้ทำได้ถ้าโรงเรียนเป็นผู้ริเริ่ม เช่น งดการเรียนในห้องเรียนในวันศุกร์ ให้เป็นวัน “บินหลา” แทน ตามสำนวนอังกฤษที่ว่า “Friday is Flyday”

ต่อไปจะขอประชาสัมพันธ์งานของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ในเรื่องการเล่น (อิสระ)

เมื่อเด็กเล่น เด็กมีความสุข ความสุขนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีในทุกเรื่อง ความสุขเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของการดำเนินชีวิตวัยเด็ก ทางการแพทย์ยืนยันว่าการเล่นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาสมอง โดยการเล่นจะกระตุ้นให้มีการเพิ่มขึ้นของการส่งสัญญาณประสาท และเพิ่มการประสานงานระหว่างเซลล์สมองกับการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย เกิดประสบการณ์ เกิดทักษะชีวิต นำเป็นสู่การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข เข้าใจตนเองและคนอื่น รักสิ่งแวดล้อมรอบตัว เห็นศักยภาพของตนเอง มีเป้าหมายในชีวิต มีจิตสำนึกความเป็นพลเมือง นอกจากนี้การเล่นยังสามารถเป็นกลไกช่วยเยียวยากลุ่มเด็กที่เปราะบาง และกลุ่มเด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบากได้

การเล่นอิสระ หมายถึง พฤติกรรม หรือกระบวนการที่ริเริ่ม ควบคุม หรือจัดโครงสร้างโดยเด็ก ๆ เอง การเล่นเกิดขึ้นเมื่อไรหรือที่ไหนก็ได้ ตามแต่โอกาสจะอำนวย การเล่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกบังคับ เกิดขึ้นด้วยแรงผลักดันภายในตัวเด็กอย่างอิสระอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เด็กมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน นำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีในทุกเรื่องและเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตวัยเด็ก ทำให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เด็กสามารถปรับตัว เปลี่ยนแปลงความคิด เข้าใจสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับความเป็นจริงรอบ ๆ ตัว อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข

ลักษณะสำคัญของการเล่น คือ มีความสนุก มีความไม่แน่นอน มีความท้าทาย และไม่มีผลเชิงการผลิต ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนให้เกิดความสนุกสนาน และเป็นแรงจูงใจให้อยากเล่นต่อไป การเล่นมักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ แต่อันที่จริง การเล่นคือการมีชีวิตชีวา เป็นองค์ประกอบที่จะขาดเสียมิได้ของการพัฒนาทางร่างกาย สังคม สติปัญญา อารมณ์ และจิตวิญญาณ

พื้นที่เล่น หมายถึง อาณาบริเวณที่เด็กสามารถเข้าถึง ซึ่งมีการพัฒนาและจัดการให้เป็นพื้นที่ที่มีการเล่น และกิจกรรมที่สนุกเพลิดเพลิน สร้างการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ สร้างความสุข และมีความปลอดภัย พื้นที่เล่นของเด็กเป็นได้ทุกแห่ง ตั้งแต่บนร่างกายของพ่อแม่ ในห้อง พื้นที่ในบ้าน ในชุมชน ในโรงเรียน รวมไปถึงพื้นที่ในธรรมชาติที่มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากผู้คนในชุมชนท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้สนามเด็กเล่นเป็นลักษณะหนึ่งของพื้นที่เล่นซึ่งส่วนใหญ่ อยู่กลางแจ้ง

ผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) คือ ผู้ดูแลการเล่นของเด็ก เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการเล่นของเด็ก เพราะเป็นผู้ที่สร้างโอกาสให้เด็กได้เล่นอย่างมีความสุข สนุกสนาน ส่งเสริมพัฒนาการ และดูแลความปลอดภัย ผู้ทำหน้าที่นี้อาจจะเป็น เด็ก เยาวชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และผู้ใหญ่ทุกคน

ในเรื่องการฝึกทักษะของผู้อำนวยการหรือผู้ดูแลการเล่น (Play Worker) สถาบันพัฒนาอนามัยเด็ก กรมอนามัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก ได้จัดทำ “คู่มือผู้อำนวยการเล่น: เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโดยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันที่จริง เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการน่าจะส่งเสริมและจัดการอบรมครูที่สนใจให้เป็นผู้อำนวยการเล่น และมหาวิทยาลัยควรบรรจุไว้ในหลักสูตรคุรุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ด้วย

มพด. ได้จัดให้มีพื้นที่สาธิตส่งเสริมการจัดการเล่นจำนวน 15 แห่ง เป็นโรงเรียน 12 แห่ง อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 5 แห่ง, นราธิวาส 3 แห่ง, ศรีสะเกษ 2 แห่ง, จังหวัดปัตตานีและมหาสารคามจังหวัดละ 1 แห่ง และเป็นชุมชนในกรุงเทพฯ 2 ชุมชน, และในจังหวัดสมุทรปราการ 1 ชุมชน ผู้ได้รับประโยชน์หรือมีส่วนร่วมเป็นเด็กรวม 1,995 คน เป็นครูและผู้ปกครองรวม 802 คน

มพด. ได้จัดให้มีพื้นที่ต้นแบบส่งเสริมการจัดการเล่นที่มีผู้อำนวยการเล่นที่ผ่านการอบรมเรื่องการเล่นอิสระจำนวน 6 แห่ง จัดที่โรงเรียน 2 แห่ง และที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่งในจังหวัดศรีสะเกษ ที่โรงเรียน 1 แห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สำนักงาน มพด. 1 แห่ง และที่ศูนย์พัฒนาเด็กดวงแข กรุงเทพฯ อีก 1 แห่ง ผู้ได้รับประโยชน์หรือมีส่วนร่วมเป็นเด็กรวม 655 คน เป็นครูและผู้ปกครองรวม 681 คน

ต่อไปนี้จะนำเสนอตัวอย่างการเล่นอิสระกับชิ้นส่วนที่หลากหลาย (Loose Parts) ซึ่งเป็นการเล่นปลายเปิด เด็กสามารถจินตนาการเชื่อมโยงอย่างไร้ขอบเขตในแบบเฉพาะเด็กเอง ค้นพบสิ่งใหม่ เกิดประสบการณ์ใหม่ ที่มีความเฉพาะของแต่ละคนอย่างอิสระ ทำให้เด็กค้นพบตัวเอง เห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว

ตัวอย่างของ Loose parts : น้ำ ทราย ดิน กิ่งไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ใบตอง ท่อนไม้ ขอนไม้ ผลไม้ เมล็ดพันธุ์ ก้อนหิน ยางรถยนต์ ห่วงยาง ถ้วยชามภาชนะต่างๆ อุปกรณ์ขุดดิน สายยาง ท่อแอร์ ผ้าสีสันขนาดต่างๆ บล็อกไม้ ผ้าพลาสติก กล่องลังกระดาษ กล่องพลาสติกใส่ผลไม้ ถุงพลาสติก แกนทิชชู วัสดุรีไซเคิลต่าง ๆ อุปกรณ์ชิ้นส่วนศิลปะต่าง ๆ เช่น กระดุม ลูกปัด ลวด โฟม ลังไข่ กระดาษ หลอด สก๊อตไบร์ท แปรงสีฟัน ไม้ไอศกรีม …… ฯลฯ

ตัวอย่างมุมการเล่นกับ Loose parts
มุมทราย พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น มือ เท้า กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการแก้ปัญหา พัฒนาการทางด้านอารมณ์เข้าใจตนเอง มีสมาธิ บำบัดเยียวยาเด็กที่มี

มุมแฟนซี ส่งเสริมจินตนาการ และบทบาทสมมติ สื่อความคิดออกมาผ่านการเล่น พัฒนาการด้านอารมณ์ พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง และส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม กล้าแสดงออก ฝึกผ่านการเล่นบทบาทสมมุติ เชิงสัญลักษณ์ร่วมเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน

มุมใยแมงมุม ออกแบบเกมต่างๆเล่นกับเชือก พัฒนาการทางด้านร่างกายได้ออกกำลังกาย เล่นเกมสร้างสรรค์ พัฒนาทางด้านความคิดแก้ไขปัญหา ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการชักใยแมงมุม ฒนาการทางด้านอารมณ์ปลดปล่อย เกิดภาวะผู้นำ การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน

มุมธรรมชาติ เด็กรู้สึกสงบผ่อนคลาย ใจเย็น มีสมาธิ บำบัด จินตนาการสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ค้นพบตัวเอง รู้สึกมั่นคง สามารถจัดร่วมกันกับมุมทราย มุมน้ำได้


มุมศิลปะ สามารถทำได้บนหลายพื้นผิว เช่นกระดาษ กำแพง กระถาง กะลามะพร้าว หิน ผ้า หน้าตา ฯลฯ ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายนอกจากการวาด ส่งเสริมทักษะพัฒนาการทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อมือและตาให้สอดประสานกัน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ศิลปะทุกแขนง ทำให้เกิดสมาธิ บำบัดจิตใจ บำบัดพฤติกรรมก้าวร้าว บำบัดสมาธิสั้น ฝึกความคิดจินตนาการสร้างสรรค์ ค้นพบศักยภาพของตนเอง

มุมน้ำ เด็กได้เล่นน้ำจะสัมผัสความเย็น ผ่อนคลาย วารีบำบัด ทำให้เกิดความผ่อนคลาย ปลดปล่อย ใจเย็น สามารถบำบัดเด็กที่มีสมาธิสั้นได้ ฝึกทักษะการเคลื่อนไหว การทรงตัว เสริมสร้างความมั่นใจให้แก่เด็กเล็ก

มุมกล่อง เศษวัสดุเหลือใช้ต่าง เช่นขวด กล่อง กล่องกระดาษทุกขนาด นำมาให้เด็กเล่นประดิษฐ์ตามจินตนาการ เล่นอิสระ เด็กได้ฝึกคิดจินตนาการสร้างสรรค์ผลงานตามความต้องการ สร้างนิสัยให้เห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัว พัฒนาการด้านอารมณ์ ปลดปล่อย เข้าใจตนเอง เกิดความสุข มีสมาธิ ฝึกการแก้ไขปัญหา สร้างความรู้สึกภาคภูมิใจ มีความรับผิดชอบ และค้นพบศักยภาพของตนเอง

มุมวิทยาศาสตร์

1) มุมแป้งมายากล

พัฒนากล้ามเนื้อมื แป้งเล่นแทนดินเหนียวได้ การสัมผัสแข็ง นุ่ม ลื่น สี พัฒนาเรื่องสติปัญญา สารแขวนลอยวิทยาศาสตร์ ที่เกิดจากโพลิเมอร์ธรรมชาติที่เรียงตัวกันเป็นสายยาวต่อกับน้ำ สามารถเปลี่ยนสถานะได้เป็นทั้งของแข็งและของเหลว จากประสบการณ์ของมูลนิธิฯ ใช้บำบัดเด็กสมาธิสั้นร่วมกับทรายได้ (สลับกันไป) สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่

มุมฟองสบู่ ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ เสริมสร้างจินตนาการ สนุกเพลิดเพลิน และการเรียนรู้เรื่องการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในครัวเรือนมาเป็นการเล่นอย่างสร้างสรรค์ สามารถสอดแทรกการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ แสงที่ตกกระทบฟองสบู่ทำให้เกิดสีสันต่าง ๆ และเรื่องการเกิดฟอง

เกมผ้าร่มชูชีพ พัฒนาเด็กได้ทุกวัย ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และจิตใจ ที่สำคัญพัฒนาทางด้านสังคมเนื่องจากต้องเล่นกันเป็นกลุ่ม ซึ่งทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบเกม และร่วมเล่น

นอกจากการส่งเสริมการเล่นอิสระของเด็กแล้ว มพด. ยังมีโครงการที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเด็กด้วย อาทิ

-โครงการสนับสนุนการเกษตรเพื่อให้เด็กมีอาหารปลอดภัยทุกมื้อ ในโรงเรียนจังหวัดแม่ฮ่องสอน 25 แห่ง จังหวัดศรีสะเกษ 5 แห่ง และใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 5 แห่ง

– โครงการทุนการศึกษา ทุนประกอบอาชีพ : สนับสนุนให้เด็กได้เรียนและมีทุนประกอบอาชีพในพื้นที่การทำงานของมูลนิธิฯ

– โครงการจัดหาเครื่องกรองน้ำ ให้นักเรียน 784 คน ในโรงเรียนบนดอยสูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 แห่ง ได้มีน้ำดื่มที่สะอาดไว้อุปโภคและบริโภค “

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ มพด. ที่ www.iamchild.org หรือที่ ศูนย์ข้อมูลสื่อสร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะ https://www.healthymediahub.com/affiliate/detail/มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก-(มพด)

เด็กทุกคนควรมีโอกาสพัฒนาตามวัยในทุกด้าน การเล่นอิสระของเด็กจะส่งเสริมการพัฒนาเช่นนี้ เราควรช่วยกันส่งเสริมแนวคิดนี้ รวมทั้งพัฒนาวิธีการปฏิบัติให้ได้ผลกว้างขวางออกไป

โคทม อารียา