
ฝนตกหนักในภาคใต้ ซึ่งเป็นดินแดนคาบสมุทร บริเวณสะพานเชื่อมอารยธรรมตะวันตก-ตะวันออก มาแต่ดึกดำบรรพ์
ลมมรสุมทะเล ส่งความก้าวหน้าจากอารยธรรมโลกให้ไทย เริ่มราว 1,500 ปีมาแล้ว
ไทย, ความเป็นไทย, วัฒนธรรมไทย, ประเทศไทย ตั้งอยู่กึ่งกลาง (โดยประมาณ) ของภูมิภาคอาเซียน lและมีบรรพชนและมีรากเหง้าความเป็นมาร่วมกันอย่างแยกไม่ได้จากอาเซียน
ลักษณะภูมิศาสตร์เกื้อกูลให้เกิดผลดี เนื่องจากมีแผ่นดินทอดยาวยื่นลงไปทางทิศใต้เป็นคาบสมุทร มีทะเลขนาบ 2 ด้าน คือ
ทะเลจีน ในมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ทางตะวันออก กับ ทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางตะวันตก
ทำให้รับประโยชน์จากลมมรสุมทะเลอย่างน้อย 2 ประการ คือ การเกษตรและการค้า
การเกษตร ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน ทำให้มีฝนตกชุก มีความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้อุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร
การค้า ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน มีการเดินเรือทะเลค้าขายกับบ้านเมืองที่อยู่ห่างไกล ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางคมนาคมค้าขายทางทะเลมาแต่โบราณกาล เท่ากับเป็นตัวเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนค้าขายและวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
โลกตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ กับ โลกตะวันตก เช่น อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย ยุโรป ฯลฯ
จึงส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางของเรือใบถึงเรือบิน โดยกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติด้วยเรือใบในสมัยนั้น แล้วไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนานาชาติด้วยเรือบินในสมัยนี้
อินเดียกับจีน
ตะวันตก คือ อินเดีย กับ ตะวันออก คือจีน มาพบกันในอาเซียนโบราณและไทย อย่างน้อย 2,000 ปีมาแล้ว (หรือตั้งแต่ราว พ.ศ. 500)
พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีกับร่องรอยในเอกสารโบราณหลายอย่าง เช่น
เอกสารอินเดีย เรียกบริเวณภาคพื้นทวีปว่าสุวรรณภูมิ แปลว่าดินแดนทอง และเรียกบริเวณหมู่เกาะว่าสุวรรณทวีป แปลว่าเกาะทอง
เอกสารจีนเรียกบริเวณคาบสมุทรในไทย ว่า จินหลิน (หรือกิมหลิน) แปลว่าดินแดนทอง
ไม่พบหลักฐานว่าจีนเดินทางออกไปค้าขายแลกเปลี่ยนด้วยตนเอง แต่พบหลักฐานหลายอย่างแสดงว่าสมัยแรกๆ มี “คนกลาง” ได้แก่ พวกชาวน้ำพูดตระกูลภาษาชวา-มลายู บางทีเรียกพวกนี้อย่างรวมๆ ในชื่อ “ศรีวิชัย”
อินเดียกับจีน ต่างต้องการแลกเปลี่ยนซื้อขายสิ่งของมีค่าซึ่งกันและกัน แต่มีปัญหาบางอย่าง ดังนี้
ทางบก หรือเส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางหนึ่ง แต่ไม่สะดวก
ทางทะเล เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง มีระวางบรรทุกคล่องตัวและได้น้ำหนักมากกว่าทางบก แต่ต้องแล่นเรือเลียบชายฝั่งจากอินเดียไปขึ้นบกบริเวณคาบสมุทร แล้วขนถ่ายสินค้าไปลงเรือที่อ่าวไทยอีกทอดหนึ่งเพื่อไปจีน เพราะเทคโนโลยีต่ำ ยังแล่นอ้อมช่องแคบไม่ได้โดยสะดวก
จึงมีคนกลางชื่อ “ศรีวิชัย” รับจ้างขนถ่ายสินค้าจากอินเดียให้จีน แล้วจากจีนให้อินเดีย
อารยธรรมอินเดียและจีน
อาเซียน โดยเฉพาะสุวรรณภูมิในไทย จึงเป็นสถานีแลกเปลี่ยนทางการค้าของอินเดียและจีน โดยที่อินเดียกับจีนไม่ได้ต้องการโดยตรงที่จะแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าพื้นเมือง เว้นเสียแต่ต้องการแร่ธาตุบางอย่างที่เชื่อกันว่าเป็น “สุวรรณ” แปลว่าทอง (เช่น ทองแดง, ทองคำ)
ในทางกลับกัน อาเซียนรับอารยธรรมและวัฒนธรรมจากอินเดียและจีน พร้อมๆ ในคราวเดียวกัน หรือไล่เลี่ยกัน
อารยธรรมอินเดีย สนับสนุนศาสนา-การเมือง สถาปนาสถาบันกษัตริย์ ทั้งฝ่ายนับถือ ศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ ทำให้ได้รับการยกย่องสืบเนื่องจนปัจจุบัน
อารายธรรมจีน ใกล้ชิดเศรษฐกิจ-การเมืองอย่างสนิทสนมกลมกลืนในชีวิตประจำวันของสามัญชน
แต่เสมือนใกล้เกลือกินด่าง สถาบันการศึกษาไทยด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่ให้ราคา
