วิถีแห่งกลยุทธ์ : เส้นทาง หานซิ่น จาก ไอ้ลอดหว่างขา ขึ้นเป็น ‘ขุนพล’
เมื่อ วัชระ ชีวะโกเศรษฐ เขียนหนังสือ “มหาจักรพรรดิ ฮั่นเกาจู่ ผู้โค่นบัลลังก์ฉินซีฮ่องเต้”
ในบทว่าด้วย “ตัวละครสำคัญ”
ได้บรรยายถึงหานซิ่นว่า จอมทัพคนสำคัญของฝ่ายฮั่น (สำคัญขนาดที่ว่ากำหนดชะตาแพ้หรือชนะแก่กองทัพได้เลยทีเดียว)
มีความเชี่ยวชาญในการนำทัพจับศึก
จนเล่าปังซึ่งไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไหร่ยังให้การยอมรับว่าเป็น “ยอดขุนพล”
คำถามอยู่ที่ว่าเส้นทางไปสู่การเป็น “ยอดขุนพล” ดำเนินไปอย่างไร
ต้องอ่าน
ข้าพเจ้าหานซิ่นขอกราบเรียนจงจูเหล็งให้เอาหนังสือข้าพเจ้าขึ้นกราบทูลพระเจ้าฌ้อปาอ๋องให้ทราบ
ประเพณีกษัตริย์พระองค์ใดเป็นใหญ่
จะทำศึกรักษาแผ่นดิน จงพิเคราะห์ดูให้รู้การรอบคอบต้องกับตำรับคัมภีร์พิชัยสงคราม
ควรจะยกจึงเคลื่อนพล ดูกำลังคน กำลังท่าน อย่าห้าวหาญถือกำลังแต่ผู้เดียว
ถ้าข้าศึกฝีมืออ่อนแอ แต่กำลังศึกกล้า อย่าเพิ่งเข้าโจมตี ดูทีทำนองศึกก่อน ถ้าเห็นทัพใดไม่ปกติ จึงทำ
บัดนี้ ไต้อ๋องก็ถือพระองค์ว่ามีกำลังมาก ได้ครองสมบัติในเมืองหลวง
หัวเมืองขึ้นทั้งปวง แลอาณาประชาราษฎร์ยังมิได้อ่อนน้อม กระด้างกระเดื่องอยู่มากนัก
ถ้ากำลังย่อหย่อนคงจะรักษาแผ่นดินไปไม่ตลอด
ข้าพเจ้ามีความวิตกด้วยเล่าปังซึ่งมีรับสั่งให้ไปตั้งอยู่เมืองโปต๋งนั้น แต่ก่อนไม่ซื่อตรง เป็นคนโลภ
มักเล่นแต่สตรีเป็นอัตรา เที่ยวเสพสุราเป็นนิจ
บัดนี้กลับตัวได้ คิดแปลงกฎหมายบ้านเมืองเสียใหม่ ตรองการแต่จะให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้ความสุขไป
เพราะใคร่จะเป็นเจ้าเมืองหลวง
ถึงสมบัติและบรรดาหัวเมืองทั้งปวงที่อยู่ในไต้อ๋องถ้าบำรุงแผ่นดินต้องตามกษัตริย์แต่ก่อนอันครองยุติธรรมก็จะค่อยเป็นสุข
ถ้าจะฆ่าผู้คน ฟังคำยุยง มีอาญาเหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้นั้นไม่ควร
ทุกวันนี้คนทั้งปวงมีใจเจ็บแค้นเป็นอันมากว่าฆ่าจื่ออิงซึ่งเป็นซาสี่ฮ่องเต้ แลขุดศพ แลเผาตำหนักอาฝางจงเสีย หัวเมืองทั้งปวงหันไปเข้าด้วยฮั่นอ๋อง
ทหารข้าศึกก็จะมากขึ้น
ทั้งหมดนี้คือหนังสืออันเขียนโดยผู้ใช้นามว่า “หานซิ่น” เป็นเนื้อความซึ่งปรากฏในยุทธพงศาวดาร “ไซ่ฮั่น” สำนวนแปลฉบับวังหลัง
ความน่าสนใจอยู่ตรงไหน
1 เป็นการปรากฏขึ้นในห้วงเวลาที่ในวันหนึ่ง เซี่ยงป๋อเข้าไปเฝ้าพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง
จึงเป็นเวลาอันดีสำหรับ “จางเหลียง”
ขณะเดียวกัน 1 จางเหลียงไปเที่ยวชมสวนดอกไม้แล้วก็ขึ้นไปนั่งบนตึกกลางสวน
จึงเห็นหนังสือทั้งปวงให้มาถึงฌ้อปาอ๋อง
ครั้นดูไปเห็นหนังสือฉบับหนึ่งครั้นได้อ่านหนังสือแล้วจางเหลียงก็ตกใจ คิดว่าถ้าฌ้อปาอ๋องเชื่อและทำเหมือนหนังสือนี้
ไฉนฮั่นอ๋องจะทำการใหญ่ได้ ก็จะตายอยู่ ณ เมืองโปต๋ง
ยิ่งเมื่ออ่านหนังสือ “แลหลังแดนมังกร เล่ม 3” สำนวนแปล ถาวร สิกขโกศล ในตอนหานซิ่นเป็นแม่ทัพ
ยิ่งประจักษ์ในสายตายาวไกลของจางเหลียง
หานซิ่นฝึกบุ๋นเรียนบู๊มาแต่ยังเยาว์ มีความรู้ความสามารถสูงเยี่ยม แต่ยากจนแร้นแค้น
ตกปลาเลี้ยงชีพอยู่ที่บ้านหวยยิน
ครั้งหนึ่ง หานซิ่นอดอาหาร แม่เฒ่าซึ่งมาซักผ้าสงสาร แบ่งอาหารของตนให้เป็นทาน หานซิ่นกล่าวขอบคุณด้วยความซึ้งใจ
“วันหน้า ข้าพเจ้าต้องตอบแทนพระคุณท่านให้จงได้”
แม่เฒ่านั้นโกรธมาก ตอบว่า “เกิดเป็นชายแต่ข้าวไม่มีจะกิน แล้วจะได้ดิบได้ดีอะไร ใครต้องการให้เจ้าตอบแทนบุญคุณ”
หานซิ่นรู้สึกละอายจึงลาจากไป
นักเลงใหญ่ของบ้านหวยยินต้องการเหยียดหยามหานซิ่นจึงขวางทางไว้และสั่งให้ลอดหว่างขาตนไป
หานซิ่นดูหน้าตาท่าทางของนักเลงนั้นแล้ว
ยอมทำตามคำสั่ง ตั้งแต่นั้นคนเรียกหานซิ่นอย่างหยามหยันว่า “ไอ้ลอดหว่างขา”
นี่ย่อมเป็น “ฉายา” อันติดตรึงกับหานซิ่นยาวนาน
คำถามก็คือ เจตนาในการเขียนหนังสือของหานซิ่นต้องการอาสาเป็น “ขุนพล” อยู่ในร่มเงาของ พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง
แล้วเหตุใดจึงพลิกผันไปอยู่กับเล่าปังหรือฮั่นอ๋อง
หานซิ่นไปสมัครอยู่กับเซี่ยงเหลียงและเซี่ยงหวี่ แต่ไม่ได้รับความสนใจใช้สอยจึงตีจากไปหาเล่าปัง
ขณะนั้นเล่าปังได้รับสถาปนาไปอยู่ปาจู๋หรือโปตง
หานซิ่นรอนแรม บุกป่าฝ่าดงไปจนถึงหนันเจิ้งที่มั่นของเล่าปัง คาดไม่ถึงว่าเล่าปังตั้งหานซิ่นเป็นเพียงนายทหารชั้นผู้น้อย
หานซิ่นหงุดหงิดผิดหวังยิ่งนัก
เซียวเหอ ที่ปรึกษาของเล่าปังดูออกว่าหานซิ่นเป็นคนเก่ง จึงเสนอให้เล่าปังใช้ให้เหมาะแก่ความรู้ความสามารถ
เล่าปังถามว่า “เมื่อไรจะได้กลับอยู่กรุงเสียนหยาง”
เซียวเหอตอบว่า “ต้องตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพจึงจะตีกลับไปอยู่กรุงเสียนหยางได้”
เล่าปังนิ่วหน้ากล่าวว่า
“ไอ้คนลอดหว่างขาจะเป็นแม่ทัพได้อย่างไร ขืนแต่งตั้งทหารสามเหล่าทัพก็ไม่มีวันยอมรับ”
ถามว่าแล้วหานซิ่นได้เป็น “แม่ทัพ” ได้อย่างไร
วันหนึ่ง เล่าปังถามเซียวเหอว่า “เมื่อไหร่จะได้กลับไปอยู่กรุงเสียนหยาง”
เซียวเหอตอบว่า “ต้องตั้งหานซิ่นเป็นแม่ทัพจึงจะตีกลับไปอยู่กรุงเสียนหยางได้”
เล่าปังนิ่วหน้ากล่าวว่า “ไอ้คนลอดหว่างขาจะเป็นแม่ทัพได้อย่างไร”
เหตุผลก็คือ “ขืนแต่งตั้งทหารก็ไม่ยอมรับ”
เซียวเหอเสนอชื่อหานซิ่นติดต่อกันถึง 3 ครั้ง แต่เล่าปังก็ไม่ยอมรับ หานซิ่นเห็นตนไม่มีความสำคัญ
จึงหนีจากไป
เซียวเหอทราบข่าวจนลนลาน รีบขึ้นม้าควบขับตามไปทั้งกลางวันและกลางคืนจนถึงเนินเขาลูกหนึ่ง
เห็นหานซิ่นชักม้าลังเลอยู่ที่ริมแม่น้ำ
หานซิ่นเห็นเซียวเหอให้ความสำคัญแก่ตนถึงเพียงนั้นก็ตื้นตันใจจนน้ำตาไหล ยอมตามเซียวเหอกลับไป
ฮั่นอ๋องเล่าปังเห็นเซียวเหอเชื่อมั่นในหานซิ่นจึงตัดใจแต่งตั้งให้เป็น “แม่ทัพ”
วันทำพิธีแต่งตั้งจัดพิธีอย่างใหญ่โต นายทหารหลายคนคิดว่าตนจะได้รับแต่งตั้ง ต่างยิ้มแย้มร่าเริง แต่พอฮั่นอ๋องขึ้นไปบนแท่นประกาศแต่งตั้งหานซิ่น
ทหารตะลึงกันไปทั้งกองทัพ

