หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : สิทธิข...

บทนำ : สิทธิขั้นพื้นฐาน

17.03.23 | 00:27 น.

บทนำ : สิทธิขั้นพื้นฐาน

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระชากตัวสตรีสูงวัยคนหนึ่ง ที่ไปดักรอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ว่าไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดิน และแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในเรื่องต่างๆ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอันมาก พร้อมกับตั้งคำถาม เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ทั้งการกระชากตัวออกนอกพื้นที่ เอามือปิดปาด สกัดไม่ให้ตะโกนต่อว่า นำร่มมากางกั้น ไม่ให้สื่อมวลชนเห็นภาพตำรวจที่ดำเนินการจัดการกับผู้เห็นต่างทางการเมือง ทั้งที่เป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงออก ที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้การรองรับ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ทุกคนใช้สิทธิได้ แต่ต้องรับผลการกระทำของตัวเอง ตำรวจทำหน้าที่ดูแลทุกกลุ่มอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่เนื่องจากเป็นผู้นำรัฐบาล ต้องรักษาความปลอดภัยเข้มข้น อยากขอความร่วมมือ ความเห็นต่างมีได้แต่ไม่อยากให้มีถ้อยคำด่าทอรุนแรง และพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ซึ่งผู้บังคับการ จ.ราชบุรี ระบุว่า จะมีการวิ่งเข้าไปใกล้ตัวนายกฯ ซึ่งก็เป็นอันตรายเลยต้องดำเนินการ ในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ เมื่อออกคำสั่งแล้วไม่หยุด ไม่ทำตาม ก็จะเข้าข่ายขัดคำสั่ง ขัดขวางการจับกุมหรือต่อสู้เจ้าหน้าที่

ไม่เพียงแต่ยืนยัน ตำรวจต้องดำเนินการเข้มงวด เนื่องจากเป็นผู้นำรัฐบาล ต้องรักษาความปลอดภัยเข้มข้น ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง พื้นที่เกิดเหตุ ยังแจ้งเอาผิดสตรีสูงวัยด้วย ในข้อหา ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร และส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึงในที่สาธารณะ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเท่ากับเป็นการยืนยันว่า การกระทำที่สังคมวิพากษ์ ในเชิงไม่เห็นด้วยนั้น ตำรวจทำถูกต้องแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่หลายครั้ง ในหลายจังหวัด แต่ละจังหวัดมีทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้าน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ภายหลังการยุบสภา คงมีการลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งถี่ บ่อยครั้งมากขึ้น และเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ อาจเกิดขึ้นอีกได้ เพื่อป้องกันปัญหา ฝ่ายนโยบายต้องส่งสัญญาณที่ถูกต้อง ไม่ไปให้ท้าย สนับสนุนการปิดกั้นเสรีภาพ การแสดงออก ขณะเดียวกันตำรวจต้องทบทวนการปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างอย่างเหมาะสม ควรแก่เหตุ เปิดพื้นที่การแสดงออกอย่างสันติ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับให้กับทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการกระทำรุนแรง เกินกว่าเหตุ การวิจารณ์หรือตำหนิรัฐบาลนั้น ไม่สามารถไปห้ามการแสดงออกได้ มีคนเห็นด้วยก็ย่อมต้องมีคนไม่เห็นด้วย เป็นความงดงามของประชาธิปไตย ที่ประเทศซึ่งประกาศปกครองด้วยระบบนี้ ต้องเคารพ ยืนยันหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานนี้

Advertisement