หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิถีแห่งกลยุท...

วิถีแห่งกลยุทธ์ : แค้น ‘ซุนปิน’ ถอย ทาง ยุทธศาสตร์ บดขยี้ ผางเจียน

23.03.23 | 12:02 น.

วิถีแห่งกลยุทธ์ : แค้น ‘ซุนปิน’ ถอย ทาง ยุทธศาสตร์ บดขยี้ ผางเจียน

รัชสมัยโจวเสี่ยนหวางปีที่ 27 (ก่อน ค.ศ.342 ปี) เว่ยฮุยหวางสั่งแม่ทัพผางเจียนเคลื่อนทัพบุกแคว้นหาน
เจ้าแคว้นหานรู้ว่าแคว้นหานเป็นแคว้นเล็ก กำลังทหารอ่อนแอ
จึงรีบส่งทูตเดินทางไปพบเจ้าแคว้นฉีขอให้ส่งกองทัพมาช่วย ฉีเว่ยหวางจึงเรียกประชุมเสนาอำมาตย์
ปรึกษาหารือเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ
ซุนปินทูลว่า “ควรตอบรับทันทีเพื่อให้กำลังใจแคว้นหานต่อต้านแคว้นเว่ยอย่างเข้มแข็ง”
“แต่ไม่ควรเคลื่อนทัพทันที”

นี่เป็นเนื้อความอันเรียบเรียงโดย “เฉียนสุ่ยถู” ในหนังสือ “คัมภีร์พิชัยสงคราม ซุนวู” ฉบับสมบูรณ์เล่มที่ 3
สำนวนแปลของ อธิคม สวัสดิญาณ
เหมือนกับจะเป็นการศึกระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นหานและมีแคว้นฉีมาเป็นตัวสอดแทรกอย่างสำคัญ
เนื่องจาก “เสนาธิการ” ของแคว้นฉีคือ “ซุนปิน”
ขณะที่เสนาธิการใหญ่ของแคว้นเว่ยคือ “ผางเจียน” นามนี้เร่งเร้าเย้ายวนใจยิ่งเมื่อมองจากด้านของ “ซุนปิน”
ทั้งสองเป็นศิษย์ท่านกุยกู๋แห่งหุบเขาปีศาจมาด้วยกัน
เพียงแต่สถานการณ์ระยะหลังมีการเล่นเล่ห์เพทุบายต่อกันกระทั่งสร้างรอยแค้นอย่างลึกล้ำให้กับซุนปิน
การศึกครั้งนี้จึงมากด้วยความแหลมคม

หากใครอ่าน “เลียดก๊ก” ก็จะรับรู้ว่าที่ซุนปินและผังเจียนได้เป็นศิษย์ศึกษาวิทยายุทธ์กับอาจารย์กุยกู๋แห่งหุบเขาปีศาจ
เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด
ท่านกุยกู๋ ปราชญ์แห่งหุบเขาปีศาจ ท่องเที่ยวไปยังท้องที่ต่างๆ ไม่ปรารถนาในลาภยศสักการะ
พำนักอยู่ในหุบเขาแห่งนี้เพื่อถ่ายทอดความรู้
ซุนปิน ผางเจียน ถือได้ว่าเป็นศิษย์ร่วมรุ่นเดียวกัน มีความสนิทสนมกันกระทั่งดื่มน้ำสาบานเป็นพี่น้อง
“หากผิดคำสัตย์ปฏิญาณก็ขอให้ฟ้าดินลงโทษให้เป็นผีตายโหง”

หนังสือ “100 ขุนนางประเสริฐในประวัติศาสตร์จีน” อัน กนกพร นุ่มทอง แปลจากต้นฉบับเดิมของเฉินเหวยจวิ้นระบุ
เคยเรียนวิชาการทหารร่วมกับผางเจียน
ต่อมา ผางเจียนได้เป็นแม่ทัพนครรัฐเว่ย ผางเจียนริษยาความสามารถของซุนปิน จึงลวงซุนปินมารับราชการยังนครรัฐเว่ย
วางอุบายให้ร้ายซุนปินจนต้องโทษขัง
จากนั้น ก็ลงทัณฑ์สักหน้าและตัดสะบ้าหัวเข่า ทำให้สหายกลายเป็นคนพิการไม่อาจเดินเหิน
ภายหลังซุนปินได้รับการช่วยเหลือจากรัฐฉี
จากพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์อันมากด้วยรอยแผลการศึกระหว่างรัฐเว่ยกับรัฐฉีครั้งนี้จึงเป็นการศึกแห่งความแค้น
ระหว่างซุนปิน ผางเจียน

Advertisement

เถียนจี๋ปรึกษาซุนปินหาวิธีรับมือ ซุนปินกล่าวว่า กองทัพเว่ยฮึกหาญ ดูเบากองทัพฉี ถ้ากองทัพฉีแสร้งแพ้ถอยทัพ
กองทัพเว่ยดูเบาเราก็จะตามตี
คัมภีร์พิชัยสงครามมีความว่า ไล่ตามร้อยลี้เพื่อชิงผลประโยชน์ แม่ทัพใหญ่ก็จะเพลี่ยงพล้ำตกอยู่ในอันตราย
เราก็จะสามารถล่อให้ข้าศึกมาอยู่ในภูมิประเทศเสียเปรียบ เราค่อยโจมตี
เถียนจี๋ถามว่า “มิทราบว่าท่านมีอุบายใดล่อให้ข้าศึกถลำลึก”
ซุนปินแนะนำ
เถี่ยนจี๋สั่งนายกองพลรบว่า “เมื่อปะทะกับกองทัพเว่ยรบกันชั่วครู่ให้แสร้งอ่อนแรงต้านทานไม่ได้ จากนั้นรีบถอย”
กองทัพเว่ยเห็นเช่นนั้นก็ไล่ตามอย่างกระชั้นชิด

ถอยทัพวันแรกเถียนจี๋สั่งให้ขุดเตาจำนวนมากพอหุงต้มอาหารเลี้ยงทหาร 10 หมื่น พอถึงวันที่ 2 ลดลงเหลือพอเลี้ยงทหาร 5 หมื่น
วันที่ 3 ก็ลดลงเหลือพอเลี้ยงทหาร 2 หมื่นเท่านั้น
ผางเจียนนำทหารไล่ตาม 3 วันได้ข่าวเตาขุดที่ลดน้อยลงทุกวันก็คิดเอาเองว่ากองทัพฉีมีไพร่พลหนีทัพจำนวนมาก
จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยเยาะว่า
“ข้ารู้มาตลอดว่ากองทัพฉีขี้ขลาด เพิ่งจะเข้ามาในดินแดนของเราได้ 3 วันนักรบไพร่พลก็หนีทัพมากกว่าครึ่ง”
ผางเจียนทิ้งพลเดินเท้าไว้ด้านหลัง
นำรถศึกและทหารม้าที่ปราดเปรียวไล่ตามกองทัพฉีไปอย่างรวดเร็ว
ถามว่าสภาพของทัพฉีเป็นอย่างไร
คำตอบ คือ ไม่ควรมองข้าม

เมื่อกองทัพฉีถอยเข้าแคว้นฉีแล้ว ก็แสร้งทิ้งอาวุธยุทธสัมภาระจำนวนหนึ่ง ทหารกองทัพเว่ยพอพบเข้าก็แย่งชิงกันชุลมุนวุ่นวาย
ผางเจียนเห็นว่ากองทัพฉีปั่นป่วนปราชัยแน่แล้ว จึงนำทัพบุกลึกเข้าไป
กองทัพฉีถอยถึงหม่าหลิงซึ่งมีด่านแคบๆ สองข้างภูมิประเทศคับขันอันตราย จึงเตรียมซุ่มกำลังที่นี่
ซุนปินประมาณระยะทางแล้ว คาดว่า
ยามอาทิตย์อัสดงกองทัพเว่ยจะเข้าเขตหม่าหลิง จึงสั่งนักรบยกเปลือกไม้ต้นหนึ่งสลักข้อความว่า
“ผางเจียนเสียชีวิตใต้ต้นไม้นี้”

พร้อมกันนั้น เถียนจี๋ซุ่มมือเกาทัณฑ์หน้าไม้หมื่นกว่าไว้สองข้างทาง นัดแนะกันว่าเมื่อตกค่ำ
เห็นคนจุดไฟสว่างให้ยิงเกาทัณฑ์หน้าไม้พร้อมกัน
ซุนปินนั่งบนรถศึกหวนนึกถึงก่อนนี้ถูกผางเจียนปองร้ายตัดสะบ้าหัวเข่าทิ้งจนพิการชั่วชีวิต
วันนี้ได้ชำระหนี้แค้นแล้วก็ปลื้มปีติจนยิ้มออกนอกหน้า
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด พอตกค่ำ ผางเจียนนำทหารไล่ตามมาถึงหม่าหลิงอย่างเร่งร้อน
เข้าสู่แนวซุ่ม
พบว่าที่ไม้ลอกเปลือกด้านหนึ่งมีอักษรสลักไว้แต่เห็นไม่ชัดจึงสั่งทหารจุดไฟส่องดู
ยังอ่านไม่จบข้อความ
กองทัพฉีก็ระดมยิงเกาทัณฑ์หน้าไม้ใส่ กองทัพเว่ยไม่ได้ระวังป้องกัน วิ่งหนีกันอุตลุด วุ่นวาย
ผางเจียนนำไพร่พลหมายแหวกวงล้อม
แต่ภูมิประเทศคับขัน อีกทั้งถูกปิดล้อมอย่างแน่นหนาจึงตีฝ่าไม่สำเร็จ หมดเรี่ยว หมดแรง หมดปัญญา
จึงใช้กระบี่เชือดคอฆ่าตัวตาย

ยุทธการหม่าหลิงจึงไม่เพียงแต่เป็นการสำแดงความเหนือกว่า หากแต่ยังเท่ากับเป็นการชำระแค้น
แค้นซุนปินต่อผางเจียน
อาศัย 1 การถอย 1 เตาหุงต้ม เป็นรหัสนัยทางการทหารสร้างความเข้าใจผิด ก่อให้เกิดความสับสน
ล่อให้ถลำลึก
ยืนยันถึงสัจจะแห่งอนุศาสน์ “การศึกมิหน่ายเล่ห์” ผ่านถอยทางยุทธศาสตร์