ฟื้นประเทศเริ่มที่‘กกต.’

26.03.23 | 12:00 น.

ฟื้นประเทศเริ่มที่‘กกต.’

14 พฤษภาคม อีกเกือบ 2 เดือนที่จะถึงประเทศไทยเราจะมีการเลือกตั้งทั่วไป เป็น “เลือกตั้งใหญ่ที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศ” ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรท่ามกลางความผันผวนในทุกด้านของสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบและมีส่วนอย่างมากที่จะกำหนดความเป็นไป

ความขึงเครียดที่เกิดขึ้นในทุกมิติของโลก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐ ความปั่นป่วนของภาวะเศรษฐกิจในยุโรป การเมืองภายในที่รอวันระอุร้อนในจีน ความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลกที่ส่งผลต่อความเจ็บไข้ได้ป่วยของชีวิต และภัยธรรมชาติที่คาดไม่ถึง

ชีวิตของไทยที่ประเทศเผชิญกับภาวะหนี้สินรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา ความขัดแย้ง แตกแยกทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือร่วมใจในการต้องช่วยกันคลี่คลายปัญหา

ผู้นำที่มีความรู้ความสามารถพร้อม รัฐบาลที่มีคุณภาพพอจะสร้างประสิทธิภาพในการบริหาร เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นหลังจากนี้

Advertisement

ประเทศไทยเราสมบุกสมบันกับสถานการณ์ที่บีบคั้นมามากพอแล้ว

หากหลังเลือกตั้งเราได้ “ผู้นำไร้สติปัญญา-รัฐบาลที่ไร้ความสามารถ” เลยไปถึง “นักการเมืองที่ขาดสำนึกเสียสละต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง เอาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องเป็นเป้าหมายของการเข้ามามีอำนาจ”

ชะตากรรมของประเทศ และความเป็นไปของชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเสี่ยงที่จะถูกนำพาไปสู่ภาวะชวนให้เวทนา

“การเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้” จึงมีความหมายอย่างยิ่ง

แต่ถึงแม้ประเทศชาติและชีวิตประชาชนจำเป็นต้องทำให้ได้ “ผู้นำที่ชาญฉลาดปราดเปรื่อง” และ “รัฐบาลที่ถึงพร้อมด้วยประสิทธิภาพ” ด้วยเหตุผลอย่างที่กล่าวมา

ประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับภาวการณ์ที่ชวนให้ต้องวิตกกังวลมากมายอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่ว่าใครก็ตามที่ติดตามความเป็นไปที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะสัมผัสได้ถึงสภาพที่หวังไว้ได้เลยกับการได้มาซึ่ง “นักการเมืองที่มีคุณสมบัติอย่างที่หวังไว้”

คนทั้งประเทศรับรู้ถึงเรื่องราวของการเลือกตั้งที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของการอำนวยให้ “นักการเมืองที่คุณภาพเหมาะสมกับการทำให้ประเทศก้าวหน้าไปตามเงื่อนไขของยุคสมัย”
เป็นการเลือกตั้งที่หวั่นวิตกจะใช้ “กติกา” และ “กลไก” ของ “โครงสร้างที่ออกแบบไว้ เพื่อประโยชน์ของบางกลุ่ม” เข้ามาควบคุม

เป็นการเลือกตั้งที่เล่ากันในทุกวงสนทนาการเลือก ถึงเรื่องราวและวิธีการใช้เงินกำหนดผลคะแนนอย่างครึกโครม กระฉ่อนไปทั่วด้วยตัวเลขที่จ่ายกันมหาศาลในทุกขั้นตอนของการได้มาซึ่ง ส.ส.

ประเมินกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ถูกแทรกแซงด้วย “กลไกที่ถูกออกแบบไว้” ชนิดนี้เลี่ยงบาลีจากสามัญสำนึกของความชอบธรรมอย่างพ้นจากความละอายที่ควรมีอยู่บ้างในความรู้สึกนึกคิดของการทำหน้าที่

ขณะที่ความเป็นจริงมีอยู่ว่า “การเลือกตั้ง” ที่ไม่มีสภาพของ “ความชอบธรรม” ในระดับที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับได้ ย่อมไร้ประสิทธิภาพในการสร้าง “ผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือศรัทธา” ได้ “รัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมให้ความมือ” ซึ่งมีความสำคัญต่อ “ประสิทธิภาพของความสามารถในการบริหารจัดการประเทศ”

ประเทศไทยเราในภาวะสถานการณ์โลกที่อ่อนไหวต่อการไปไม่รอด และส่งผลให้ชีวิตประชาชนอาจเดือดร้อนรุนแรงเช่นนี้ มีหนทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยง จบจากสภาพอันเสี่ยงเกินไปต่อความเลวร้ายคือ

ต้องไม่ปล่อยให้ผลการเลือกตั้งถูกกำหนดด้วยพฤติกรรมที่สร้าง “ความไม่เป็นธรรม” ในความรู้สึกประชาชนส่วนใหญ่

และหน้าที่โดยตรงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ มี “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ “กกต.” เป็นผู้รับผิดชอบ และกำหนดผลที่จะเกิดขึ้น

ดังนั้น การควบคุมให้ “กกต.” ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ทุกคน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน

อย่าปล่อยให้การทำหน้าที่อย่างเลอะเลือนต่อ “ความชอบธรรม” เกิดขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนจบขั้นตอนสุดท้าย

ประเทศไทยเราวันนี้จำเป็นต้องมี “ผู้นำที่ฉลาดพอ” และ “รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ”

สุชาติ ศรีสุวรรณ