หน้าแรก คอลัมนิสต์ ถอดสัญญาณ‘ทัก...

ถอดสัญญาณ‘ทักษิณ’ กลับไทย-ยอมติดคุก

26.03.23 | 12:30 น.

ถอดสัญญาณ‘ทักษิณ’ กลับไทย-ยอมติดคุก

หมายเหตุนักวิชาการให้ความเห็นกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโด ว่าจะเดินทางกลับไทยหลังการเลือกตั้ง พร้อมรับโทษจำคุกเพื่อมาอยู่กับครอบครัว

ธเนศวร์ เจริญเมือง
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์
และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล สามารถทำได้ แต่ต้องเผชิญกับคดีทางการเมืองที่ยังไม่หมดอายุความ 3 คดี แต่ละคดีมีความร้ายแรง มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี ดังนั้น นายทักษิณต้องชั่งน้ำหนักว่าคุ้มกันหรือไม่ ถ้าเห็นว่าคุ้ม ควรกลับมาต่อสู้คดี หรือยอมติดคุกดังกล่าว

Advertisement

เหตุที่นายทักษิณจะกลับประเทศ มีอยู่ 2 ประการ ประการแรก สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงจากเผด็จการ หรืออำนาจนิยม ไปสู่ประชาธิปไตยมากขึ้น ประการที่สอง อายุมาก กลับมาอยู่กับครอบครัว แม้ติดคุก ยังมีโอกาสพบครอบครัว สามารถเยี่ยมได้ทุกโอกาส ที่สำคัญสามารถขออภัยโทษคดีการเมืองได้ ถ้าเสียชีวิตก็นอนตายตาหลับ ไม่ต้องโดดเดี่ยวในต่างประเทศอีก

นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะการประกาศยอมติดคุก ถือเป็นกลยุทธ์เรียกคะแนนสงสารจากประชาชนได้ ส่งผลให้พรรคเพื่อไทย (พท.) ชนะแบบถล่มทลายหรือแลนด์สไลด์ ควบคู่กับการเรียกร้องความเป็นธรรมว่าถูกรังแกจากอำนาจเผด็จการ ที่ปล้นอำนาจไปจากประชาชน เพื่อผลักดันขับเคลื่อนประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น

เห็นด้วยกับทฤษฎี นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กรณีนายทักษิณ ที่ขอกลับมาติดคุกในประเทศ ให้ทำประชามติเรื่องดังกล่าว เพื่อสร้างมาตรฐานคดีการเมืองของอดีตผู้นำประเทศ เพื่อป้องกันการถกเถียง โต้แย้งหรือสร้างวาทกรรมใหม่ ที่นำไปสู่ความขัดแย้งหรือความรุนแรงในอนาคตได้ ถ้า พรรคพท.ชนะแลนด์สไลด์ สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ อาจมีผู้เห็นต่าง หรือฝ่ายตรงข้ามนำประเด็นดังกล่าว เพื่อขยายผลความขัดแย้ง เพราะไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง หรือความพ่ายแพ้ได้

ขณะเดียวกัน นายทักษิณและ พรรคพท.ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังมี ส.ว. 250 คน ที่สนับสนุนอำนาจอนุรักษนิยมอยู่ในมือ ถือเป็นจระเข้นอนขวางคลอง สกัดการกลับประเทศของนายทักษิณได้ หากรวมเสียงรทสช. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายกลับมาครองอำนาจอีก เชื่อว่าโอกาสนายทักษิณกลับมาติดคุกในประเทศยากขึ้นอีก เพราะ พล.อ.ประยุทธ์และกลุ่มอนุรักษนิยมไม่ต้องการให้นายทักษิณกลับมาเป็นผู้นำทางความคิด หรือฮีโร่ในสายตาประชาชนอีก อยากโดดเดี่ยวนายทักษิณอยู่ในต่างประเทศดีกว่า ถ้าให้ติดคุกในประเทศ ยังมีประชาชนหนุนหลังอยู่ ทำให้กลุ่มอนุรักษนิยม ควบคุมสถานการณ์การเมืองได้ลำบากมากขึ้น สิ่งที่สังเกตจากเวทีปราศรัย พท. หลายจังหวัด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัว พท. บุตรสาวนายทักษิณไม่เคยพูดว่า ทำเพื่อพ่อ เพื่อให้นายทักษิณกลับประเทศ แต่พูดว่าทำเพื่อลูกหลานในอนาคต เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้า มากกว่าย้อนอดีต เพื่อป้องกันเชื่อมโยงคดีการเมืองของนายทักษิณ ถือเป็นกลยุทธ์การเมืองแบบเดินคู่ขนาน หรือลับ ลวง พราง ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับประชาชนว่ามีแนวโน้มไปทิศทางใด สนับสนุนหรือ
ต่อต้านมากกว่ากัน

ดังนั้น การกลับมาติดคุกของนายทักษิณถือเป็นเกมวัดใจ หรือวัดดวงประชาชนให้โอกาสกลับคืนสู่แผ่นดินเกิดหรือไม่ โดยผ่านการเลือกตั้งดังกล่าว อาจเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย ถ้าสำเร็จถือว่าคุ้มค่า ถ้าไม่สำเร็จอาจไม่มีโอกาสกลับคืนแผ่นดินเกิดได้อีก

จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ
นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ส่วนตัวคิดได้สองมุม ถือถ้ากลับมารับโทษ พรรคเพื่อไทยจะได้อะไร ในมุมบวก คนที่เป็นไพร่พลพรรคเพื่อไทยคิดว่าเมื่อนายใหญ่จะกลับมา กลุ่มก้อนเหล่านี้ก็จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง คนที่เลือกอยู่แล้วอาจจะเลือกเพิ่มขึ้น แต่ในมุมลบ คนที่ไม่รัก ไม่ชอบ ไม่เอานายทักษิณอยู่แล้ว การกลับมาก็จะทำให้เกิดภาพลบมากขึ้นในกลุ่มเหล่านี้ สิ่งที่อาจจะลืมไปแล้วก็กลับจำได้ขึ้นมา ก็จะถูกนำมาพูดถึงกันอีกครั้ง และจะเป็นประเด็นในการขุดเรื่องราวในอดีตมาพูดถึงกันในวงกว้างอีกครั้ง ส่วนตัวจึงมองว่าหากเป็นการโยนหินถามทาง เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

หากนายทักษิณออกประกาศเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าคงมีการดีลในทางลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ว่ากลับมาแล้วจะได้สิทธิทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้บ้าง และนายทักษิณเองคงมีความมั่นใจว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงนั้น พรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาลสูงมาก จึงคิดกลับมา เพราะเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลย่อมสามารถคุมเกมทุกอย่างได้ ซึ่งประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่ง ส.ส.ในเการเลือกตั้งครั้งนี้ประมาณ 200 ที่นั่ง

แม้จะได้ไม่ถึง 300 ที่นั่งอย่างที่แกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าแลนด์สไลด์เอาไว้ แต่ก็เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจจะมีพรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทย ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งการที่นายทักษิณออกมาประกาศจะกลับบ้านหลังเลือกตั้ง เพราะมั่นใจว่าจะสามารถคุมเกมทางการเมืองได้ ส่วนจะได้หรือเสียมากกว่ากันการโยนหินถามทางในครั้งนี้ก็คงจะต้องรอดู มองว่าน่าจะเกิดผลเสียทางการเมืองมากกว่า

วันวิชิต บุญโปร่ง
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ผมคิดว่าเป็นการโยนก้อนหินถามทาง แม้จะบอกว่าวางไทม์ไลน์เอาไว้หลังเลือกตั้ง ฟังดูเหมือนไม่แยแสกับผลการเลือกตั้ง ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งตามจริง จัดตั้งรัฐบาลได้ก็แล้วไป หรือไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการวางนัยยะแบบนี้ นอกจากเป็นการโยนก้อนหินถามทางแล้ว ยังเป็นการเช็กกระแสว่าวิธีการเลือกเล่นเกมแบบนี้ของคุณทักษิณจะเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายหรือเปล่า ว่าถ้าเอาคุณทักษิณมา ความขัดแย้งความขุ่นมัวต่างๆ ในสังคมที่คนตั้งคำถาม คอยแซะพรรคเพื่อไทย แซะคนตระกูลชินวัตรว่าหลบหนีคดีจะกลับมารับโทษ เพื่อเป็นการเรียกเรตติ้งว่า แลนด์สไลด์ยังคงอยู่ในพื้นที่ความนิยมของพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่ เป็นการเดิมพันของคุณทักษิณที่หวังแลนด์สไลด์จากกระแสของคนที่ยังไม่ตัดสินใจ หรือมองว่าพรรคเพื่อไทยจะมีอนาคตไปต่อ ว่าควรจะเลือกพรรคเพื่อไทย

แต่ในขณะเดียวกัน การที่งัดไพ่ใบนี้ออกมา เท่ากับเกิดความปริวิตก ไม่มั่นใจว่ากระแสแลนด์สไลด์จะขับเคลื่อนต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคมหรือไม่ จึงพลิกไพ่หน้านี้ออกมาให้คนได้เห็น ในขณะเดียวกันก็พยายามจะกินพื้นที่ โดยสื่อออกมาว่าคุณทักษิณจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเดิมพันการเมืองและการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดเราต้องพูดกันด้วยความจริงว่าาทักษิณกับพรรคเพื่อไทยเป็นภาพที่แยกกันไม่ออก

แน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามก็จ้องจับผิด จ้องทำลาย นำไปสู่มุมมองที่ว่าคุณทักษิณเข้าไปครอบงำพรรคเพื่อไทย แต่โจทย์ในการที่จะยื่นเรื่องยุบพรรคเพื่อไทยในประเด็นครอบงำพรรค มันมีการพูดคุยกันมานานแล้ว ถ้าคุณทักษิณพยายามเฟดตัวเองออกจากความขัดแย้งแล้วตัดปัญหาภาพลักษณ์ของตัวเอง ด้วยการยอมรับกลับมาสู้คดีในประเทศไทย อย่างน้อยก็จะลดเสียงนกเสียงกาของการวิพากษ์วิจารณ์ เสียงแซะจะเบาบางลงไป ในขณะเดียวกันก็อาจจะได้ใจจากคนที่มองว่าเป็นการลดเงื่อนไข ลดข้อกังขาที่คนตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทย กับตระกูลชินวัตรมาโดยตลอด

ดังนั้น ถ้าลดประเด็นนี้ลงไป แรงกดดันทางการเมืองน่าจะดีขึ้น หมายความว่าทุกคนอยู่ภายใต้กติกา เรื่องคดีความทางการเมือง หรือการเคลื่อนไหวอื่นๆ ก็จะได้ลดข้อครหาที่เอาประเด็นคุณทักษิณมาเป็นข้ออ้าง บดบังการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มอื่นๆ ด้วย ถ้าหากคุณทักษิณทำตามที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโดจริง

หลายคนมองว่า การที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยจะนำไปสู่ 376 ที่นั่ง โดยที่ไม่ง้อเสียงสภาชิกวุฒิสภา จะต้องมีการเติมเต็มจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมขั้วฝ่ายค้าน กรณีที่ไม่ได้เอา พรรคก้าวไกลมาผสมนั้น มันจะเพียงพอหรือไม่ แต่ปรากฏว่าสูตรโยนก้อนหินถามทางสูตรนี้ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร โดยเฉพาะฐานแฟนคลับที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย คือรับไม่ได้ เพราะต้องการจัดการ 3 ป. ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองด้วย ดังนั้น ที่คุณทักษิณมองว่าการที่พรรคเพื่อไทยจะดีลกับ พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคในปัจจุบันนั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย เขาจึงต้องเล่นเกมวัดใจ วัดดวงกับตัวเองว่าซุปเปอร์แลนด์สไลด์นั้นมีอำนาจต่อรองได้จริง

อย่าลืมว่าเงื่อนไขของ พรรคพลังประชารัฐ เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ขอแค่เงื่อนไขเดียวคือ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ ซึ่งมันเป็นเงื่อนไขที่หลายพรรคหลายฝ่ายรับไม่ได้ เพราะแม้ว่า พล.อ.ประวิตรจะสามารถเรียกใช้บริการจาก ส.ว.ได้ แต่หลายคนมองว่าหลังการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ พรรคพลังประชารัฐเสียงน่าจะตกลงไปมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ดังนั้น การพูดของคุณทักษิณครั้งนี้จึงทำให้การเมืองเดินหน้าได้ง่ายขึ้นในการหาเสียง เพราะจะช่วยลดคำปรามาสว่าพรรคเพื่อไทยยังหมกมุ่น ฟุ้งซ่าน ในการจะพาคุณทักษิณกลับบ้าน หรือนิรโทษกรรมหรือไม่ เมื่อปลดล็อกประเด็นตรงนี้ลงก็จะลดข้อครหาในบางพื้นที่ออกไปได้

อย่างไรเสีย ถ้าคุณทักษิณกลับมาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับตัวคุณทักษิณเอง พูดง่ายๆ ว่าถ้ากล้ากลับมา อย่างน้อยบรรยากาศทางการเมืองในหลายมิติ หรือการที่จะหันหน้าพูดคุยการเมืองแบบสมานฉันท์ในทุกขั้วการเมือง ก็จะพูดได้อย่างเห็นภาพลงตัวมากขึ้น ซึ่งผมคิดว่าคุณทักษิณก็มีสิทธิที่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม การ
กลับมาน่าจะสามารถทำได้ แต่การจะกลับมาเล่นการเมืองด้วยวัยขนาดนี้ คุณทักษิณคงหมดความท้าทาย หรือหมดความพยายามที่จะเข้าสู่การมีตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว อาจจะเป็นผู้ที่ใช้ประสบการณ์ในฐานะเคยบริหารประเทศมาก่อน ให้คำแนะนำต่อนักการเมืองรุ่นใหม่ต่อไป อย่างนี้จะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกว่า

ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทย ผมว่าทุกพรรคการเมืองในขณะนี้ต้องต่อสู้กับความเชื่อของตัวเองก่อนว่าตัวเลขของตัวเองถึงเป้า ถ้ามีตัวเลขที่เกินความคาดหวัง อำนาจต่อรองย่อมสูงขึ้น แน่นอนว่าการจะดึงใครมาเป็นพันธมิตรนั้นย่อมง่ายกว่า จึงเป็นเรื่องปกติที่ยังไม่มีพรรคการเมืองใดไปจับมือพันธมิตรแบบมัดมือกันแน่น ว่าจะร่วมหอลงโลงอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้สูญเสียพื้นที่อำนาจต่อรองทางการเมืองของตัวเองไป ดังนั้น ทุกคนต้องเดินเกมไปตามความเชื่อตัวเองว่าตัวเลขที่คาดหวังไปถึงเป้าได้

ส่วนการปฏิเสธกฎหมายนิรโทษกรรม ผมว่าเขาตรวจทาน เช็กมาดีแล้วว่าความรู้สึกของคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณยังดำรงอยู่ และจะเป็นการปลุกผีเกลียดทักษิณให้ตื่นขึ้นมาต่อต้านได้เร็วและมากด้วย ดังนั้น บทเรียนในอดีต ตอนปี 2556 จนนำไปสู่การรัฐประหารปี 2557 ผมว่าพรรคเพื่อไทยคงถอดบทเรียนได้อย่างถึงแก่นของประเด็นปัญหาทั้งหมดแล้ว การที่จะเอาประเด็นนิรโทษกรรมกลับมาใช้เป็นโอกาสทางการเมืองอีก ผมว่ามันเป็นเกมที่ได้ไม่คุ้มเสีย และประชาชนจะไม่ให้โอกาสพรรคเพื่อไทยทางการเมืองอีกเลย หากเล่นประเด็นนิรโทษกรรมอีกครั้ง