ประเทศต้อง‘เปลี่ยน’
พระราชกฤษฎีกายุบสภาเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมาในแง่ของห้วงเวลาแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยกับการที่สภาอยู่ครบเทอม
เพราะขาดไปแค่ 2 วัน ก็จะครบ 4 ปี
จากนี้ไป ก็รอเวลาการเปิดรับสมัคร ส.ส.เขต-ส.ส.บัญชีรายชื่อ อีกทั้ง การเสนอชื่อผู้จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองไม่เกิน 3 รายชื่อ
อาการสำลักนโยบายของชาวบ้านเป็นสิ่งที่กำลังเกิดเพราะพรรคต่างๆ ประกาศจะให้โน่น-ให้นี่-ทำนี่-ทำนั่น มากมายไปหมด
ส่วนจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง?
แต่ภาพที่คอยหลอนหลอกให้เจ็บปวดมาตลอด 9 ปี นับแต่ 22 พฤษภาคม 2557 มาถึงปัจจุบัน มีนาคม 2566 ก็คือ
ทั้งรัฐบาล คสช. 5 ปี บวกกับรัฐบาลผสม 4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากจะถามว่า ทำไมไม่ทำ?
โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหลังเลือกตั้งปี 2562
แต่พอถึงฤดูเลือกตั้งครั้งใหม่นี้กลับมาเสนอนโยบายว่า “จะทำ-จะแจก” อะไรต่ออะไรร้อยแปดพันเก้า
จะโกหกหลอกลวงประชาชนอีกหรือเปล่าไม่รู้?!
พรรคไหน รัฐบาลไหนเอ่ย เคยแถลงนโยบายเร่งด่วนว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดย ส.ส.ร.
แต่สุดท้ายก็ทรยศ หักหลังประชาชน!?
พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจมาแล้ว 9 ปี ยังไม่พอ ต้องการจะ “อยู่ต่อ” อีก 2 ปี เพื่อสร้างสถิติ “อยู่ยาว” 11 ปี
หากจะเกิดขึ้นจริง ต้องอาศัยพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แก่ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา
และอาจต้องอาศัยพรรคใหม่มาเสริมเพื่อให้มี ส.ส.เกินครึ่ง
แต่พรรคการเมืองขั้วอำนาจเดิมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็น “หัวเรือใหญ่” ต้องเอาชนะพรรคขั้วฝ่ายค้านที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำซึ่งประกาศจะแลนด์สไลด์ชนะเลือกตั้งถล่มทลายกวาด ส.ส.ให้ได้ 310 เสียง
จากการสำรวจความเห็นประชาชนของสำนักโพลต่างๆ ตลอดระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยคะแนนความนิยมนำโด่ง
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ จะเลือก อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ มากกว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์
ส่วนหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ คะแนนตามหลังห่างกันชนิดไม่เห็นฝุ่น!?
เรียกว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมจากประชาชนค่อนข้างสูง
การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ เป็นการเลือกทางยุทธศาสตร์ ระหว่าง
หนึ่ง เลือกเพื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่ ได้ผู้นำคนใหม่ การบริหารแบบใหม่ นโยบายใหม่ๆ
หนึ่ง เลือกเพื่อให้ขั้วอำนาจเดิม พรรคร่วมรัฐบาลเดิมผู้นำคนเดิมที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้บริหารบ้านเมืองต่อไป
ถ้ายังไม่เบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เลือกเลย
จากกระแสทิศทางลมการเมือง โอกาสที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ “เปลี่ยน” มีความเป็นไปได้สูง เพราะทนอยู่กับความ “ซ้ำซาก-จำเจ” แบบเก่าๆ มานานเกือบ 10 ปีแล้ว
คงจำกันได้คน กทม.เลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” เป็นผู้ว่าฯกทม. แบบแลนด์สไลด์ กวาดไป 1,386,215 คะแนน
ขณะที่คู่แข่ง 5-6 คนนำคะแนนมารวมกันก็ยังไม่เท่าคะแนนของชัชชาติ
นี่คือการแลนด์สไลด์ของจริงที่เกิดขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2565
ทำไม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯกทม.นานถึง 5 ปีครึ่ง โดยการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่สร้างผลงานให้คน กทม.อยากเลือก
เมื่อมาลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. จึงได้คะแนนน้อยผิดคาด
คำตอบมีประการเดียวเพราะ “คนเมืองหลวง” ต้องการ “เปลี่ยน” จากของเดิมไปสู่ความ “สดใหม่”!
การเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ “อารมณ์” ของประชาชน และความ “ปรารถนา” อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม อยากเห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า
จะสำแดงผ่านการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกนายกฯ และรัฐบาลใหม่!?!
เทวินทร์ นาคปานเสือ

