หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเลือกตั้งใ...

การเลือกตั้งในสังคมอุดมโพล

11.04.23 | 12:23 น.
การเลือกตั้งในสังคมอุดมโพล โพลกับการเลือกตั้งในสังคมไทยนั้นสัมพันธ์

โพลกับการเลือกตั้งในสังคมไทยนั้นสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน ถ้าในอดีตก็อาจจะนึกถึง ธีรยุทธ โพล และอีกอันหนึ่งที่สำคัญก็คือ exit poll ที่มีการทำอยู่ช่วงหนึ่งและถูกสั่งห้ามทำ นอกจากนั้น ก็อาจจะได้ยินโพลของ เอแบคโพล สวนดุสิตโพล นิด้าโพล และซูเปอร์โพล

ประเด็นที่มักจะมีคนถกแถลงกันในเรื่องโพล นั้นว่ากันว่ามีอยู่สองเรื่องใหญ่

หนึ่งคือ ความแม่นยำของโพล
สองคือ โพลมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนไหม

เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่ามันก็มีวิวัฒนาการในบ้านเราอยู่เช่นกัน เรื่องความแม่นยำของโพลนั้นเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน และเป็นที่สงสัยกันมาอยู่ตลอด

อาทิว่าทำไมกลุ่มประชากรน้อยจัง ทำไมไม่เห็นเคยโดยถามบ้าง

Advertisement

หรือคำถามประเภทที่สงสัยว่า ตกลงคำถามที่ถามประชาชนนั้นถูกชี้นำมามากน้อยแค่ไหน ชัดเจนพอไหม

รวมไปถึงคำถามถึงบทอภิปรายท้ายผลโพลที่หลายคนก็สงสัยว่าตกลงมันคือการอภิปรายผลโพล หรือทรรศนะของผู้ทำโพลเอง

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้จัดทำโพลจะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้

แต่ในอีกทางหนึ่งก็จะต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ความแม่นยำของโพลบางทีก็ขึ้นอยู่กับการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง และสภาพทางสังคมจริงว่ากลุ่มตัวอย่างสามารถสะท้อนความเป็นจริงของสังคมนั้นได้แค่ไหน

รวมทั้งประเด็นว่าบางทีการจัดทำโพลและเปิดผลโพลนั้นมันไม่สัมพันธ์กับเหตุการณ์บางอย่างที่อาจทำให้ผลโพลเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์เหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากการทำโพลเสร็จสิ้นแล้ว

ประการต่อมาก็คือ โพลมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนไหม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กับประเด็นความแม่นยำที่ได้กล่าวมาแล้ว

ผลกระทบของโพลกับพฤติกรรมทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจในวงวิชาการในอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเดียวกันกับที่สนใจเรื่องวิธีวิทยาในการทำโพล (โปรดดูตัวอย่างงานที่ศึกษาการเลือกตั้งทั่วไปในแคนาดาเมื่อ 1998 ที่Blasis, A. et al. 2006. Do polls influence the vote? In H. Brady and R. Johnston. Eds. Capturingcampaign effects, Ann Arbor: University of Michigan Press.)

คำถามสำคัญในเรื่องของผลกระทบของโพลที่มีต่อพฤติกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะกับผู้ลงคะแนนเสียง อาจจะแบ่งออกได้เป็นสองชนิด
หนึ่ง โพลมีผลอย่างไรต่อการไปลงคะแนน
สอง โพลมีผลต่อการประเมินพรรคการเมืองของตนอย่างไร

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องของความแม่นยำของโพลในทางวิธีวิทยาแล้ว โพลจะมีผลต่อพฤติการณ์การลงคะแนนเสียงก็ต่อเมื่อมันมีพื้นที่ในการนำเสนอที่คนเข้าถึงได้ หมายความว่า ถ้าคนไม่รู้จักโพลนี้มันก็จะไม่ส่งผล เรื่องที่ต้องระวังก็คือการรายงานโพลของสื่อต่างๆ จะมีผลสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างผลโพลกับพฤติกรรมการลงคะแนนเสียง

มากกว่าความเข้าใจแค่โพลเป็นเพียงภาพสะท้อนทางการเมือง เราพบว่าผลโพลมีผลต่อพฤติกรรมการลงคะแนนเสียงทางการเมือง โดยผลของโพลที่มีต่อการลงคะแนนเสียงอาจส่งผลทำให้เกิดการลงคะแนนในทางยุทธศาสตร์ (strategic vote) หมายถึงว่า หากผลโพลออกมาในทางที่เราเห็นว่าพรรคที่เราตั้งใจจะไปเลือกนั้นน่าจะไม่มีทางชนะ และพรรคที่เราไม่ชอบมีแนวโน้มชนะมากกว่า เราก็อาจจะต้องยอมหันไปเลือกพรรคอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกับเรา หรือพรรคอะไรก็ได้ที่ทำให้ฝ่ายที่เราไม่ชอบเลยนั้นพ่ายแพ้ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะมองว่าพรรคเราไม่ดีหรือเปลี่ยนพรรค

ในรายละเอียดจะพบว่า เราต้องทำความเข้าใจว่าแต่ละโพลส่งผลต่อความคาดหวังที่มีกับตัวการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งหรือไม่ และเรื่องนี้ไม่เหมือนกับผลกระทบของโพลที่มีต่อการลงคะแนนจริง ซึ่งเป็นเรื่องอีกขั้นหนึ่ง บางทีบางโพลก็อาจส่งผลทำให้มองการเลือกตั้งครั้งนี้ในแบบหนึ่ง เราจึงไปลงคะแนนในทางยุทธศาสตร์ หรือเราอาจจะไม่สนใจการลงคะแนนทางยุทธศาสตร์แต่เราต้องการลงคะแนนเพื่อสะท้อนตัวตนของเราจริงๆ และในกรณีอีกอย่างหนึ่งก็พบว่า แม้ว่าในโพลนั้น พรรคเราอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่เราก็อาจไม่ได้ประเมินว่าการไม่ชนะมีผลลบต่อความเชื่อมั่นในพรรคของเราเลย

งานวิจัยมาจากฝั่งอังกฤษ (ดู E. Alabrese. 2022. National Polls, Local Preferences and Voters Behavior: Evidence from the UK General Elections. Warwick Economic Research Papers No. 1426.) ซึ่งศึกษาเรื่องผลของผลโพลที่มีต่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดในอังกฤษ

ข้อค้นพบก็คือ ผลของโพลมีผลต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าหากคะแนนของโพลนั้นทิ้งห่างกันมากระหว่างพรรค/ผู้สมัครที่มีแนวโน้มจะชนะแบบแลนด์สไลด์ (safe seat ยังไงก็นอนมาในเขตเลือกตั้งนั้น เพราะระบบเลือกตั้งเขตของอังกฤษกับไทยเหมือนกัน) แนวโน้มที่คนจะไม่ออกมาเลือกตั้งจะมีมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีข้อค้นพบที่ว่าผลโพลที่ออกมาใกล้วันเลือกตั้งจะส่งผลให้เห็นว่าคนจะออกไปเลือกตั้งมากหรือน้อยมากกว่าโพลที่ออกมาก่อน

ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ถ้าผลโพลออกมาว่าจะมีการแลนด์สไลด์เกิดขึ้น ก็จะมีผลทำให้คนไม่ออกไปเลือกตั้งมากขึ้น จำนวนผู้ไปใช้สิทธิลดลง (และผมเห็นว่าอาจมีผลทำให้พรรคที่ถูกทำนายว่าแลนด์สไลด์นั้นพลาดก็ได้) และก็อาจจะมีผลให้เกิดทั้งชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ คืออาจชนะจริงๆ ทั้งประเทศ (landslide) และนอนมาในเขต (safe seat)

และเป็นไปได้ว่าถ้าทำนายว่านอนมาในเขต คนอาจไม่ไปใช้สิทธิมาก จากนอนมาก็คือคว่ำไป คือฝ่ายคู่แข่งอาจจะมาแทน

อย่างไรก็ดี ในกรณีของอังกฤษมีประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ ผลการวิจัยชี้ว่า ถ้าพรรคฝ่ายค้านถูกทำนายโดยโพลว่าจะชนะการเลือกตั้งในระดับชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในพื้นที่นี้จะมีเสียงที่แตก เพราะจะเกิดเสียงที่หลากหลายในเขตเลือกตั้งนั้น และเรื่องเหล่านี้อาจทำให้พรรคที่นั่งครองอำนาจอยู่ได้เปรียบได้ เพราะเสียงของฝ่ายค้านอาจจะแตกกันเอง และอาจทำให้ฝ่ายค้านที่คิดว่าจะชนะแน่อาจแพ้ เพราะมีการแย่งคะแนนกันเอง

ส่วนในกรณีที่ฝ่ายนอนมามีแนวโน้มว่าจะชนะแน่ๆ ทั้งในท้องถิ่นและพรรคของเขาจะชนะระดับชาติ พรรคเล็กๆ ก็จะยิ่งขาดชัยชนะมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง หากมีความเชื่อเรื่องผลโพลที่แลนด์สไลด์และนอนมา (ในพื้นที่) มากเกินไป การเมืองก็จะยิ่งถูกผลักให้เป็นเรื่องของความสุดขั้วมากขึ้น เพราะพรรคที่ไม่ชนะก็จะต้องยิ่งเน้นจุดขายที่เข้มข้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พูดมาอาจไม่ได้เข้ากันพอดีกับสังคมไทย ที่มีบ้านใหญ่ และพรรคฝ่ายค้านของเราถูกปล้นอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งรัฐประหารและยุบพรรค

ที่สำคัญ ของไทยยังมีโพลที่สามที่ทรงอิทธิพลมาก นั่นก็คือโพลที่แต่ละพรรคการเมืองเน้นจัดทำขึ้น ซึ่งจะไปกำหนดยุทธศาสตร์การซื้อเสียงในหลายรูปแบบที่มีทั้งการตัดสินใจสนับสนุนผู้สมัครต่อ การวางตัวผู้สมัคร และการสร้างยุทธศาสตร์การหาเสียง (หรือทิ้งผู้สมัครและพื้นที่ในนาทีสุดท้าย)

ที่สำคัญต้องเฝ้าติดตามการรายงานผลโพลของไทยว่าจะมีผลต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งแค่ไหนในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยครับ