การเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ เป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย
ประชาชนจะมีโอกาสได้ใช้สิทธิใช้เสียง คนละ 1 สิทธิ 1 เสียง เท่าเทียมกัน ไม่ว่ายากดีมีจน
จะมีโอกาสเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่แทนเรา
ดังนั้น จะเลือกใคร พรรคไหน คิดให้รอบคอบ เพราะสิทธิดังกล่าวนี้ มาไม่บ่อย 4 ปีครั้ง
แต่ถ้ามาบ่อย ส่วนใหญ่มักจะมีที่มาจากเหตุการณ์ไม่ปกติ อย่างนี้ ไม่ดี ไม่เอา
ส่วนเมื่อจะเลือกใครแล้ว คนที่รัก พรรคที่ใช่ของเรา มีโอกาสจะเข้าเส้นชัยหรือไม่
การสำรวจความคิดเห็น หรือการทำโพล มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยสะท้อนภาพกำลังจะเกิดขึ้น
สามารถนำข้อมูลดังกล่าวนี้ไปใช้งานได้มากมาย
ล่าสุด 2 สื่อชั้นนำของประเทศ “มติชน–เดลินิวส์” คงไม่ต้องบอกว่าเป็นเครือข่ายสื่อมวลชนขนาดใหญ่ชั้นนำของประเทศแค่ไหน
เครือข่ายสื่อมติชน มีทั้ง มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ เส้นทางเศรษฐี เทคโนโลยีชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรม มติชนอคาเดมี สำนักพิมพ์มติชน
ส่วนทางเดลินิวส์ไม่ต้องพูดถึง “ความเก๋า” มาเต็ม เป็นสื่อชั้นนำ เพิ่งจัดงานก้าวสู่ปีที่ 60 เมื่อ 28 มีนาคม 2566
การจัดทำโพลความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างสื่อสองสำนักใหญ่ “เครือมติชน และเดลินิวส์” เพื่อสะท้อนผลเลือกตั้ง 2566
การทำโพลครั้งที่ 1 เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ด้วยวิธีง่ายๆ กดเข้าไปผ่านสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์
การโหวต รอบที่ 1 ประเด็นคำถามมี 2 ข้อ “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ใช่” และ “เลือกพรรคการเมืองที่ชอบ”
เริ่มโหวต ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เม.ย.2566
จากนั้นจะมีการโหวตรอบ 2 ประมาณกลางเดือนเมษายน
หลังทำโพล 2 ครั้ง ช่วงปลายเดือนเมษายนจะมีการเปิด “เวทีสเปเชียลฟอรั่ม”
นำผลสำรวจความคิดเห็นที่ได้รับทั้ง 2 รอบ มาร่วมวิเคราะห์ว่า มีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน เพราะอะไร
วิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมนักวิชาการจากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ และสื่อมวลชน
เพื่อคาดการณ์ คาดคะเนอนาคตการเมืองไทยต่อผลลัพธ์ สะท้อนให้เห็นแนวคิดของประชาชน
ความหลากหลายของกลุ่มคนจะมี “ฉันทามติ” หรือมีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ต้องการให้ใครเป็นผู้นำประเทศ รวมถึงการเมืองแบบไหน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ เครือมติชนเดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งสำคัญกับ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย”
จับมืออีก 5 พันธมิตร ได้แก่ ทีดีอาร์ไอ, สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, MFEC และศูนย์ข้อมูลมติชน
เปิด “5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ 2 กลยุทธ์”
หลังจากเปิดเวทีแรกไปแล้ว เป็นการประชันนโยบายพรรคการเมือง “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ของหัวหน้าและแกนนำพรรค
ต่อด้วยเวทีสอง “วิเคราะห์เลือกตั้ง’66 จากฐานคะแนนและการแบ่งเขตเลือกตั้ง” จากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ
เวทีที่สาม “ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย” เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นลั่นลานโพธิ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
เวทีที่สี่ “เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่–สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ” เป็นกระบอกเสียงเปิดรับฟังเสียงจากทุกภูมิภาค สัมภาษณ์ออนไลน์ ตัวแทนประชาชนทั้งจากภาคธุรกิจ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ตัวแทนภาคประชาสังคม จากแต่ละภาค แต่ละพื้นที่
จึงทำให้ได้ประเด็นคำถาม ข้อเสนอ ข้อเรียกร้องจากแต่ละภูมิภาคคลุกคลีสัมผัสกับปัญหาโดยตรง มีข้อมูล “ตรง ชัด รอบด้าน”
ก่อนจะมาจบเวทีที่ 5 เปิด “เวทีสเปเชียลฟอรั่ม” เป็นการนำผลสำรวจทั้งหมดมาวิเคราะห์
เสียงสะท้อนดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังพรรคการเมืองกำลังนำเสนอนโยบายและหาเสียงอยู่ในช่วงเวลานี้
ว่าจะมีแนวทางตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการในด้านต่างๆ อย่างไร
เพื่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

