หน้าแรก คอลัมนิสต์ รดน้ำดำหัว, ช...

รดน้ำดำหัว, ชักบังสุกุล “ผี-พราหมณ์-พุทธ” ในไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

16.04.23 | 16:28 น.

รดน้ำดำหัว, ชักบังสุกุล “ผี-พราหมณ์-พุทธ” ในไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

สงกรานต์ในไทยมีรดน้ำดำหัวและชักบังสุกุล แต่อินเดียไม่มีรดน้ำดำหัวกับไม่มีชักบังสุกุลในสงกรานต์ เพราะรดน้ำดำหัวและชักบังสุกุลมีต้นตอเป็นพิธีกรรมในศาสนาผีดั้งเดิมในไทยและอุษาคเนย์ แต่ต่อมาถูกผนวกเข้าสงกรานต์ เพราะมีในช่วงเวลาเดียวกันคือหน้าแล้ง

รดน้ำดำหัว เดือน 5 หน้าแล้ง เป็นพิธีกรรมทางศาสนาผีของอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว (ก่อนมีศาสนาในอินเดีย) หมายถึงพิธีอาบน้ำให้บรรพชนที่ตายแล้วและที่ยังมีชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร

บรรพชนตายแล้ว ถูกรดน้ำดำหัวด้วยพิธีเลี้ยงผีที่ “เฮือนแฮ้ว” คือเรือนจำลองที่ปลูกคร่อมหลุมฝังกระดูกบรรพชนในภาชนะ ส่วนกระดูกบรรพชนมาจากพิธีกรรมหลังความตายตามความเชื่อเรื่องขวัญในศาสนาผี แล้วเก็บกระดูกใส่ภาชนะฝังไว้ใต้ “เฮือนแฮ้ว” เพื่อให้ผีขวัญคุ้มครองคนยังมีชีวิตในชุมชน

บรรพชนมีชีวิต คือ ปู่ย่า, ตายาย, พ่อแม่ ถูกรดน้ำดำหัวด้วยการราดน้ำรดหัวให้เปียกทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงตีน

Advertisement

สงกรานต์ ผนวกรดน้ำดำหัวและชักบังสุกุล หลังรับศาสนาจากอินเดีย ราว 1,500 ปีมาแล้ว เมื่อเรือน พ.ศ. 1000 ในไทยและอุษาคเนย์รับประเพณีพิธีกรรมจากอินเดียอีกอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ เผาศพและสงกรานต์

เผาศพ ในอินเดียเผาแล้วโยนเถ้าถ่านทิ้งน้ำ ไม่เก็บกระดูก แต่ในไทยและอุษาคเนย์เผาศพแล้วเก็บอัฐิ (กระดูกคนตายที่ถูกไฟเผาไม่หมด) สืบทอดการเก็บกระดูกคนตายตามความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผีที่มีแต่ดั้งเดิม

เก็บอัฐิ ต่างกัน 2 ระดับ คือ ระดับชนชั้นนำ กับ ระดับชาวบ้าน ชนชั้นนำ อัฐิถูกบรรจุในภาชนะเรียกสมัยต่อมาว่าโกศ เก็บไว้ในที่รโหฐาน เช่น หอพระในวัง หรือฐานพระประธานวัดหลวง เป็นต้น ชาวบ้าน อัฐิถูกบรรจุในหม้อดินเผาที่ปิดปากหม้อด้วยผ้า แล้วฝากไว้ในวัดตามศาลาที่สมภารวัดกำหนด (บางวัดสมัยก่อนมีหม้อกระดูกวางกองเต็มด้านใดด้านหนึ่งของศาลาใหญ่)

สงกรานต์สมัยแรกรับจากอินเดียถึงไทย เป็นพิธีกรรมในเทวสถานประจำราชสำนัก ราวกลางเดือนเมษายน (ทางสุริยคติ) ตรงกับเดือน 5 หน้าแล้ง (ทางจันทรคติ) ส่วนชาวบ้านทั่วไปไม่รู้จักและไม่มีสงกรานต์ (แต่มีพิธีเลี้ยงผีบรรพชน) ต่อมาสงกรานต์ถูกดัดแปลงเป็นพุทธ มีทำบุญเลี้ยงพระเฉพาะในวัดหลวง  หลังจากนั้นอีกนานถึงแพร่หลายสู่ราษฎร

พิธีเลี้ยงผีรดน้ำดำหัวบรรพชนตายแล้ว ถูกแปลงเป็นพิธีทางศาสนาพุทธ ด้วยการทำบุญเลี้ยงพระ แล้วเชิญภาชนะใส่อัฐิบรรพชนมาทำพิธีด้วยการกรวดนำและประพรมน้ำหอมน้ำปรุงทั่วอัฐิในภาชนะ หมายถึงรดน้ำดำหัวผีบรรพชนเพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล แล้วถูกเรียกชื่อพิธีเป็นภาษาบาลีว่า “ชักบังสกุล” จากนั้นสร้างนิยามคำอธิบายใหม่ตามคติพุทธสืบมาจนทุกวันนี้

พระพุทธรูปในศาสนาพุทธถูกเชื่อว่ามีผีหรือขวัญสิงเป็น “ร่างเสมือน” จึงถูกทำพิธีรดน้ำดำหัว เรียก ”สรงน้ำพระ”

ส่วนพิธีรดน้ำดำหัวบรรพชนมีชีวิต ยังถือปฏิบัติสืบต่อไม่ขาดสาย แต่ขยายถึงอาบน้ำพระสงฆ์ในวัดประจำหมู่บ้านจนทุกวันนี้