เดินหน้าชน : ฮ.มันนี่-ยาหม่อง

18.04.23 | 12:40 น.

เดินหน้าชน : ฮ.มันนี่-ยาหม่อง

18 เมษายน เป็นเส้นตาย ที่ กกต.กำหนดให้พรรคต่างๆ ชี้แจงรายละเอียดนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้เงิน คือ 1.ระบุวงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินในการดำเนินการ 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินนโยบาย และ 3.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย

จาก 70 พรรคที่ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. ณ วันที่ 12 เมษายน มีส่งข้อมูลให้ กกต.แล้ว 9 พรรค แต่มี 5 พรรคที่แจ้งครบถ้วน ได้แก่ ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ทางเลือกใหม่-ครูไทยเพื่อประชาชน-ไทยรวมไทย

ส่วนอีก 4 พรรคข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ได้แก่ เพื่อไทย และประชาภิวัฒน์ ไม่ได้แจ้งที่มาของเงินและวงเงินที่จะใช้ ส่วนประชาธิปไตยใหม่ ไม่มีข้อมูลผลกระทบและความเสี่ยง และพรรคเพื่อชาติ ขาดข้อมูลทั้ง 3 ข้อ ส่วนอีก 61 พรรค คงทยอยส่งให้ กกต. แต่จะครบถ้วนแค่ไหนต้องรอ กกต.แจกแจงอีกที

การเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นอีกไม่กี่วันนี้ แต่ละพรรคต่างชูนโยบายสวยหรู โดยเฉพาะการแจกเงินในรูปแบบต่างๆ มีทั้งให้เฉพาะกลุ่ม และแบบหว่านแห ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม และเป็นห่วงผลที่จะตามมา อาจบวกแค่ช่วงสั้นๆ แต่ระยะถัดไปจะเป็นลบยาวนาน

Advertisement

การดูแลเศรษฐกิจมหภาค จะมีทั้งนโยบายการเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำผ่านกลไกดอกเบี้ย ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแต่หากจะลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจก็จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ส่วนนโยบายการคลัง ทำผ่านภาษีและงบประมาณ หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะลดจัดเก็บภาษี แล้วใช้จ่ายภาครัฐให้มากขึ้น นั่นคือการใช้งบประมาณขาดดุล ในทางตรงข้ามหากจะลดความร้อนแรงเศรษฐกิจก็จัดเก็บภาษีมากขึ้นแล้วใช้จ่ายภาครัฐลดน้อยลง หรืองบประมาณเกินดุล

ทั้งนี้ เมื่อ 29 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพิ่งมีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ขึ้นไปอยู่ที่ 1.75% เพราะยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงจะสูงขึ้น กนง.จึงแตะเบรกไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวต่อเนื่อง

ดังนั้น หากรัฐบาลใหม่มีนโยบายแจกแหลก โดยใช้นโยบายด้านการคลัง หางบประมาณมาหว่าน แน่นอนว่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ผลที่ตามมาคือ อัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นตามไปด้วย ทำให้ต้องใช้นโยบายด้านการเงินคือ ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อสูงเกินไป จะกลายเป็นปัญหางูกินหาง

ดังนั้น การจะกระตุ้นเศรษฐกิจต้องสมดุลระหว่างนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน หากเอียงไปด้านไหนมากเกินไปเศรษฐกิจภาพรวมจะไร้เสถียรภาพ

นโยบายของพรรคต่างๆ ที่แจกแหลกนั้น ทำให้หลายคนพูดถึง “เฮลิคอปเตอร์ มันนี่” ทฤษฎีของนักเศรษฐศาสตร์ชาว

อเมริกันชื่อดัง “มิลตัน ฟรีดแมน” ที่ให้ธนาคารกลางพิมพ์เงินแจกถึงมือประชาชนโดยตรง จะเกิดการจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยเปรียบเหมือนเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไปโปรยเงินมาให้ชาวบ้าน นำไปจับจ่ายใช้สอย เป็นทางลัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ต้องผ่านกลไกดอกเบี้ยหรือภาษี

แต่ทฤษฎีนี้ ก็ถูกนักเศรษฐศาสตร์หลายคนคัดค้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดเงินเฟ้อสูง กลายเป็นบูมเมอแรงกลับมากระทบประชาชน เพราะ “โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ” ซึ่งก็เป็นวลีเด็ดของ “ฟรีดแมน” นั่นเอง

อีกทฤษฎีหนึ่ง ที่ “เกรียงไกร เธียรนุกูล” ประธานสภาอุตฯ

เปรียบนโยบายแจกเงินของพรรคการเมืองต่างๆ เป็น “ยาหม่อง” คือไม่ว่าจะปวดท้อง ปวดหัวก็ใช้ยาหม่องทา ซึ่งช่วยไม่ได้จริง แค่ทำให้รู้สึกดีในช่วงแรก ช่วยทุเลาอาการได้ หรือให้ยาที่ตรงกับโรค

รอดูกันว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาลแล้วจะใช้ทฤษฎี “เฮลิคอปเตอร์ มันนี่” พ่วง “ยาหม่อง” ไว้ทาแก้ปวดหัวด้วย

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม