พลันที่ 6 ใน 7 ประตู เข้า-ออกวัดพระธรรมกายปิดตาย เหลือเพียง 1 ช่องทางคือประตู 7 ถนนฝั่งบางขันธ์-หนองเสือ เท่านั้นที่อยู่ในสายตา
ความเร้นลับ “ภายใน” วัดพระธรรมกาย ยิ่งน่าเป็นห่วง
มีเพียง “กัลยาณมิตร” อันเป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกายเท่านั้นที่สามารถเดินเข้า เดินออกได้ บุคคลนอกเครือข่ายจะถูกตรวจค้นอย่างเข้มงวด
อย่าว่าแต่ “ตำรวจ” แม้กระทั่ง “นักข่าว” ก็ไม่เว้น
ในเมื่อสถานีโทรทัศน์ DMC TV ต้องคำสั่งปิดชั่วคราวจาก กสทช.เป็นเวลา 30 วันเสียแล้ว นั่นหมายถึงการเคลื่อนไหวที่เคยเผยแพร่ผ่านช่องทางนี้ก็ยุติลงโดยสิ้นเชิง
จากการตรวจสอบจะมีก็แต่เพียง “เฟซบุ๊ก”
คำแถลงของนายองอาจ ธรรมนิทา ในฐานะโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายก็ปรากฏในวันที่ 11 ธันวาคม
และถือว่าเป็น “ครั้งสุดท้าย”
ดีเอสไออาจพอใจเพราะว่าเป็นคนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กสทช.ให้ปิด DMC TV เป็นการชั่วคราว ตำรวจอาจพอใจเพราะเสียงในเชิงปลุกระดมก็เงียบสนิท
เป็นความเงียบสนิทที่ “น่าสงสัย” เป็นความเงียบสนิทที่ “น่ากังวล”
ไม่ว่าการสนธิกำลัง 15 กองร้อย และการร่วมมือกันระหว่างดีเอสไอ ตำรวจ อัยการ ทหารและฝ่ายปกครองจะเริ่มเมื่อใดในการบุกเข้าไปในวัดพระธรรมกาย
เป็นวันที่ 13 ธันวาคม หรือเป็นวันอื่น
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ฝ่ายของ 15 กองร้อยอยู่ในภาวะปิด “ข้อมูล” อย่างสิ้นเชิงนับแต่วันที่ 11 ธันวาคม เป็นต้นมา
พระเทพญาณมหามุนีกบดานอยู่ตรงไหน ไม่มีใครตอบได้
แม้แต่ดีเอสไอซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง และมีบทบาทอย่างเป็นด้านหลักในการขอหมายค้นต่อศาล ก็ไม่สามารถระบุอย่างแน่ชัด
บอกได้เพียงแต่ภายในวัด แต่จะเป็น “พิกัด” ใด ไม่ทราบ
สถานการณ์ในเดือนธันวาคมจึงแทบไม่แตกต่างไปจากสถานการณ์ในเดือนมิถุนายนที่รับรู้กันว่าเป็นปฏิบัติการซึ่งล้มเหลว
1 ล้มเหลวเพราะไม่สามารถฝ่า “มวลชน” ไปได้
ขณะเดียวกัน ความเศร้าเป็นอย่างยิ่ง 1 ล้มเหลวเพราะไม่สามารถรู้ว่าตำแหน่งแหล่งที่ของพระเทพญาณมหามุนีอยู่ตรงไหน
ยิ่งเรื่องของ “มวลชน” ยิ่งเป็นเรื่อง “ซับซ้อน”
คําว่า “มวลชน” อันสังกัดและขึ้นต่อวัดพระธรรมกาย ยากเป็นอย่างยิ่งที่ดีเอสไอ หรือตำรวจจะสามารถอธิบายว่ามีองค์ประกอบอย่างไร
เมื่อเดือนมิถุนายนเป็น “เรือนหมื่น” อย่างแน่นอน
แต่นั่นคือภาพที่เห็นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเจาะทะลวงเข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย
แต่ที่เป็นจริงมากน้อยแค่ไหนยากจะกำหนด
ขณะเดียวกัน คำว่า “มวลชน” มักให้ความสนใจเฉพาะแต่ผู้ที่เดินทางเข้าไปชุมนุมอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย
แต่ลืมไปว่าวัดพระธรรมกายมี “สาขา” จำนวนมาก
ไม่เพียงแต่สาขาในประเทศ หากยังเป็นสาขาในต่างประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นพระภิกษุ หากยังเป็นฆราวาสอย่างที่เรียกกันว่า “กัลยาณมิตร”
บางแหล่งข่าวระบุว่าไม่ต่ำกว่า “ล้าน” บางกระแสข่าวยืนยันว่าร่วม “5 ล้าน”
ปฏิบัติการรุกเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายจึงเท่ากับเป็นการเอามือ “แหย่” เข้าไปในขุมกำลังมหึมา มหาศาล
มีความเป็นห่วงมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เป็นห่วงว่าการเข้าไปในวัด “เสี่ยง” ต่อการปะทะ และนำไปสู่สถานการณ์รุนแรง ปั่นป่วน จึงเตือนให้ดีเอสไอและตำรวจเพิ่มความระมัดระวังเป็นอย่างสูง
แค่ส่งกำลังร่วม 3,000 นายรุกเข้าไปก็ “หวาดเสียว” อยู่แล้ว
เป็นความหวาดเสียวว่า “ล่อแหลม” ว่าอาจจะเกิดสถานการณ์ “บานปลาย”

