หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทรงพระเจริญยิ...

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

16.12.16 | 13:35 น.

ข้าพเจ้าบันทึกไว้ในงานเขียนลงพิมพ์หนังสือพิมพ์มติชน หน้า 16 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 ว่า

“…ขณะที่ข้าพเจ้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 วันที่ 28 กรกฎาคม 2495 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ่ายทอดเสียงเนื่องในโอกาสสมเด็จพระราชินีทรงมีพระประสูติกาล ข้าพเจ้าแม้ขณะนั้นยังเป็นเด็กแต่พอจะรู้เดียงสาบ้าง ภาวนาให้ทรงเป็นผู้ชาย”

ขณะนั้นเย็นแล้ว เลิกจากโรงเรียนกลับมาบ้าน แต่ยังไม่ออกไปเล่นซนกับเพื่อนเหมือนวันก่อน

พระนามเต็มของ “เจ้าฟ้าชาย” คือ

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร

Advertisement

หลายปีต่อมา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงเจริญเติบโตตามวัย ปรากฏข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ้างเป็นบางครั้ง

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าไปเที่ยวงาน (เข้าใจว่าเป็นงานกาชาด) ที่สวนอัมพร เป็นเวลาเดียวกับที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เสด็จฯมาในงานด้วย น่าจะเป็นการเสด็จฯ ตามสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บรรดาผู้ที่เข้าไปเที่ยวในงานเวลานั้นต่างยืนรอรับเสด็จ

วันนั้น จำได้ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงชุดกางเกงขาสั้น เสื้อนอกสีขาว

ทรงวิ่งเล่น ให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่คอยจับพระองค์ แม้ข้าพเจ้าจะยืนอยู่ไม่ใกล้นัก แต่ยังพอได้ยินผู้ใหญ่ท่านนั้นพูดว่า ทูลกระหม่อมอย่าทรงวิ่งเร็วนักซิ กระหม่อมตามไม่ทัน

ทั้งทันเห็นท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นแสดงอาการเหนื่อย

อีกครั้งหนึ่ง คงจำกันได้ว่า ครั้งนั้นพระองค์ทรงเล่นรถต่อด้วยไม้ ทรงเข็น ข้างรถเขียนยี่ห้อน้ำมันซึ่งขณะนั้นเพิ่งเปลี่ยนชื่อและออกจำหน่ายในประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษว่า “ESSO” ในลักษณะเครื่องหมายการค้า บริษัทเอสโซ่ยังนำพระบรมรูปนั้นไปตีพิมพ์หลายครั้ง

ข้าพเจ้าและพสกนิกรไทยทุกคนและทุกหมู่เหล่าติดตามข่าวคราวของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทั้งเมื่อเสด็จฯไปทรงพระอักษรยังต่างประเทศ ทรงไปร่ำเรียนวิชาทหารบกที่ประเทศออสเตรเลีย ภาพที่พระองค์ทรงฝึกอย่างหนักเช่นเดียวกับนักเรียนทหาร และภาพอื่นที่ปรากฏในการนำเสนอจากหนังสือ พิมพ์และข่าวโทรทัศน์

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาวิชาทหาร กลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับถึงเครื่องบิน

ทันทีที่พระองค์เสด็จลงจากเครื่องบิน เสด็จพระราชดำเนินตรงมายังทั้งสองพระองค์ พร้อมกับทรงทรุดพระองค์ลงทรงก้มกราบแทบพระบาทของทั้งสองพระองค์ พระบรมฉายาลักษณ์ที่ช่างภาพฉายและนำมาเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น ยังความปลาบปลื้มให้กับประชาชนไทย โดยเฉพาะบรรดาพ่อแม่ที่ได้เห็นภาพนั้น ต่างปลื้มปีติมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งที่ครอบครัวไทยต่างมีไว้ประดับฝาบ้าน เพื่อเตือนจิตใจลูกหลานให้ดูเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีของความกตัญญูที่ “ลูกมีกับพ่อแม่” แม้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังกราบบนพื้นแทบเท้าบิดามารดา

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2515 หลังพระชนมพรรษา 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ท่ามกลางมหาสมาคม ประกอบด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ข้าราชการ ทหาร พลเรือน และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ยังความปลาบปลื้มกับพสกนิกร ว่าประเทศไทยมีองค์รัชทายาทแล้ว

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์