ถือได้ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว แนวโน้มจะเป็นเช่นไร พอจะมองกันได้ไม่ยากว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล น่าจะไปได้ดีอย่างมาก เป็น 2 พรรคที่มีกระแสความนิยมพุ่งสูงอย่างยิ่ง
แต่ก็เกิดประเด็นต่อเนื่องตามมามากมาย เช่น 2 พรรคนี้ควรจะจับมือร่วมกันเป็นรัฐบาลหรือไม่ ในฐานะพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน
เอาเข้าจริงๆ ยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นจะร่วมมือกันหลังเลือกตั้งหรือไม่
เพราะยังไม่รู้ผลเลือกตั้ง จะเอาอะไรมาเป็นตัวตั้งในการพูดคุยเจรจา
สำหรับเพื่อไทยแล้ว มุ่งเป้าหมายไปสู่แลนด์สไลด์ ให้ได้เสียง ส.ส.เข้าสภาเกินกว่า 250 ที่นั่ง จะทำให้เป็นแกนหลักในการตั้งรัฐบาล และพรรคอื่นๆ ไม่สามารถมาต่อรองอะไรได้มากนัก
ส่วนก้าวไกลเอง แม้ว่ากระแสโพลจะมาแรงอย่างมาก แต่เอาเข้าจริงๆ การเมืองในบ้านเราวันนี้ ยังไม่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปไกล
ก้าวไกลมาแรงอย่างมาก สำหรับพื้นที่ กทม. และเขตอำเภอเมืองของจังหวัดต่างๆ ไปจนถึงจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย มากด้วยคนวัยหนุ่มสาว
ส่วนอำเภอรอบนอก อาจจะยังมีปัญหา เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งใช้ระบบการเลือกตั้งแบบดั้งเดิม ยังต้องมีบ้านใหญ่ มีเครือข่ายหัวคะแนน มีผู้นำท้องถิ่นอยู่ในมือ อะไรเหล่านี้
หากนำเอาปัจจัย ระบบการเลือกตั้งซึ่งยังต้องมีอิทธิพลบ้านใหญ่ มีเครือข่ายหัวคะแนน นำมาเป็นตัวแปรสำหรับผลการเลือกตั้งจริงๆ
เป็นไปได้มากว่า กระแสพรรคก้าวไกล จะถูกลดทอนลงไป ผลจริงที่ออกมาอาจไม่เท่ากับผลโพล
แต่ก็เชื่อว่า ถึงอย่างไร ความนิยมในพรรคก้าวไกลโดยคนรุ่นใหม่ ยังจะส่งผลให้พรรคก้าวไกลน่าจะได้ ส.ส.เข้าสภาอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน
ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้น เพราะครบถ้วนทั้ง 2 ระบบ คือ ได้ทั้งกระแส เพราะประชาชนคาดหวังการเข้ามาพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ด้วยเชื่อว่าเคยมีผลงาน ทำได้จริงมาแล้ว
แถมระบบเลือกตั้งแบบดั้งเดิม ต้องมีบ้านใหญ่ ต้องมีหัวคะแนน ในแนวทางนี้พรรคเพื่อไทยก็มีพร้อม
นี่คือปัจจัยที่ทำให้เชื่อได้ว่า เพื่อไทยคงจะชนะการเลือกตั้งได้มากมายกว่าใคร เพราะครบทั้ง 2 ระบบ
ส่วนเพื่อไทยกับก้าวไกลจะจับมือกันได้หลังเลือกตั้งหรือไม่ ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า 2 พรรคนี้ ยังมีความต่างกัน
เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน แต่ก็เป็นประชาธิปไตยคนละแนว
สำหรับเพื่อไทยแล้ว ต้องเรียกว่าเป็นแนวประชาธิปไตยกินได้ หมายถึงประชาธิปไตยที่คนส่วนใหญ่สามารถกินได้ สามารถได้ประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง
ส่วนก้าวไกลนั้น เป็นประชาธิปไตยแนวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่ยืนยันว่า การเมืองต้องดีแล้วเศรษฐกิจจะดีตามมา แต่ถ้าการเมืองไม่ดี ไปเน้นแก้เศรษฐกิจ ก็ไม่มีทางจะดีขึ้นได้อย่างจริงจัง
นี่คือความต่าง 2 ประชาธิปไตย ระหว่างแนวประชาธิปไตยกินได้ กับประชาธิปไตยแนวเปลี่ยนแปลงการเมือง
สุดท้ายผลการเลือกตั้งจริงๆ จะบอกได้ว่า แนวไหนที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากกว่ากัน แล้วแนวไหนจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้
และท้ายสุดในการจัดตั้งรัฐบาล ประชาธิปไตยที่ต่างกัน 2 แนว จะเป็นปมประเด็นสำคัญว่าจะไปด้วยกันได้จริงหรือ
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

