หน้าแรก คอลัมนิสต์ หมดเวลา คนดี ...

หมดเวลา คนดี องค์กร คนดี ถึงเวลา ปฏิรูป

15.12.16 | 19:15 น.

13ธันวาคม

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 71/2559

เรื่อง การยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

เนื้อความโดยสรุปก็คือ

เปลี่ยนแปลงการ “ระงับการทำงาน” ของหน่วยงานทั้ง 3 เป็นการ “ยุบ” องค์กร

Advertisement

แล้วโอนสำนักงาน อำนาจ งบประมาณของทั้ง 3 องค์กร

มาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีแค่เพียงผู้เดียว

โดยระบุเหตุผลว่า

จากเดิมที่กำหนดให้สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสิ้นสภาพตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2557

และให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558

ต่อมายังปรากฏว่าสมาชิกสภาพัฒนาการเมืองบางส่วนพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุครบวาระ ทําให้ต้องมีการสรรหาแทนตําแหน่งที่ว่างลง

แต่ตามข้อเท็จจริงที่ว่าขณะนี้อยู่ในช่วงการดําเนินการเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ และการประกาศใช้บังคับของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ซึ่งต่อไปจะต้องดําเนินการจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับองค์กรดังกล่าวเพื่อรับผิดชอบดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ

ซึ่งรวมถึงงานด้านการพัฒนาการเมือง การปฏิรูปกฎหมาย การให้คําปรึกษา ทางเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ มีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อนกัน

การบริหาร จัดการด้านบุคลากร งบประมาณ ทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ อํานาจหน้าที่ และด้านอื่นๆ ประหยัดและสอดคล้องกัน

จึงเห็นเป็นการสมควรให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรดังกล่าวเป็นอันยกเลิกไป

การสิ้นสุดลงของ 3 องค์กรมีนัยยะอย่างไร

“ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์ชื่อดังของ “ข่าวสด-ข่าวห้อน” และ “วอยซ์ทีวี” ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

สภาพัฒนาการเมือง อยู่ในสถาบันพระปกเกล้า

สถาบันพระปกเกล้าตั้งขึ้นหลังรัฐธรรมนูญ 40 บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยึดเก้าอี้เลขาฯ คนแรก

แล้วกลับมาอีกทีอยู่ยาวหลังรัฐประหาร 2549 จนถึงปี 2557 ค่อยส่งไม้ต่อให้ วุฒิสาร ตันไชย

บวรศักดิ์นี่แหละจุดไอเดียตั้งสภาพัฒนาการเมืองในช่วงรัฐประหาร 2549

ดึงพวกปราชญ์ชาวบ้านสภาองค์กรชุมชนอะไรต่างๆ มานั่งในสภา

ปัจจุบันมีอดีตรัฐมนตรีขิงแก่ ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เป็นประธาน

ส่วนสภาที่ปรึกษาฯ ตั้งขึ้นจากไอเดียหมอประเวศ วะสี ในช่วงรัฐธรรมนูญ 2540

มีบางคนหาว่าไอเดียตะวันตก ไม่ใช่ครับ หมอประเวศเลยละ

คิดว่าควรเอาคนดีๆ เก่งๆ ทุกภาคส่วน มาระดมสมองโดยไม่ต้องมีอำนาจ

หวังว่าพอไม่มีอำนาจแล้วจะไม่แก่งแย่งกัน

ที่ไหนได้ เป็นไปตามความฝันแค่สมัยแรกที่ อานันท์ ปันยาชุน เป็นประธาน

พอสมัยสอง เห็นเป็นตำแหน่งมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถึงไม่มีอำนาจโดยตรงคนก็เกรงใจ

เอาสิครับ ที่ให้ “เลือกกันเอง” ก็กลายเป็นบล็อกโหวต เละตุ้มเป๊ะ

อาจารย์ โคทม อารียา เป็นประธานแต่สมาชิกขัดแย้งจนทำไรไม่ได้

สมัยที่ 3 เละยิ่งกว่าจนสรรหาไม่ลงตัว ทางเลขาธิการก็เลยไปเสนอนายกฯ

ให้ใช้ ม.44 ปลดเสียให้หมด

ส่วนคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก.

ที่เคยมี คณิต ณ นคร, บรรเจิด สิงคะเนติ, สมชาย หอมลออ ฯลฯ ก็มาอีหรอบเดียวกัน

คือเป็นที่นั่งของพวกประชาสังคม แม้ตัวคนหลากหลาย เหลืองมั่งไม่เหลืองมั่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก

(แถมอาจารย์คณิตพาล่มจมกับ คอป. ในรายงานปี 2553 แม้กรรมการจะเป็นคนละชุดกัน แต่ก็มีผลกระทบ)

เมื่อรวมกับกรณีที่จะปลด ผอ.พอช. (ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน องค์กรมหาชน)

ภาพใหญ่คือความล่มสลายของพวกประชาสังคม

เมื่อรัฐราชการเข้มแข็งมีอำนาจล้น ทำประชารัฐกับเจ้าสัว

เรื่องอะไรจะเก็บ NGO ไว้เป็นหอกข้างแคร่

เท็จจริงจะเป็นตามนั้นหรือไม่

เมื่อเวลาผ่านไป ข้อเท็จจริงจะทยอยออกมายืนยันหรือคัดค้าน

แต่อย่างน้อย วันนี้ “งานเข้า” แล้ว