หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : โครงการ อาร์เทมิส

8.05.23 | 12:36 น.
(ภาพ-NASA)

สะพานแห่งกาลเวลา : โครงการ อาร์เทมิส

อาร์เทมิส เป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา แต่เป็นการสำรวจที่ก้าวล้ำหน้าชาติอวกาศอื่นๆ ไปอีกก้าวใหญ่เลยทีเดียว

หากประสบความสำเร็จด้วยดี โครงการนี้ไม่เพียงส่งผลเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับโลกเราขนานใหญ่เท่านั้น ยังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการสำรวจอวกาศของมนุษยชาติด้วยอีกต่างหาก

เพราะอาร์เทมิส คือโครงการแรกสุดในโลกในการสร้างที่พักอาศัยและปฏิบัติการขึ้นในห้วงอวกาศ

โดยรวมแล้ว โครงการอาร์เทมิสจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน ส่วนแรกเป็นส่วนที่นาซาเรียกว่า “เกตเวย์” (Gateway) ซึ่งจริงๆ แล้วคือยานอวกาศลำหนึ่งที่ถูกส่งไปโคจรอยู่โดยรอบดวงจันทร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าสิบปีขึ้นไป ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับรองรับทั้งการใช้ชีวิตและปฏิบัติการเพื่อการสำรวจทั้งบนดวงจันทร์และอวกาศโดยรอบ

Advertisement

พูดง่ายๆ ก็คือ เกตเวย์ คือสถานีเชื่อมต่อระหว่างโลกกับดวงจันทร์นั่นเอง

ส่วนที่ 2 ก็คือระบบลำเลียงสู่ดวงจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของ นาซาเรียกว่า “มูน แลนดิ้ง ซิสเต็ม” (Moon Landing System) ซึ่งจะติดตั้งไว้กับเกตเวย์ ทำหน้าที่ส่งมนุษย์อวกาศลงไปยังดวงจันทร์แล้วรับกลับมายังเกตเวย์อีกครั้งเพื่อกลับคืนสู่โลก

ส่วนที่ 3 เป็นส่วนสำคัญที่สุดของโครงการ นั่นคือ ฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ เพื่อให้นักบินอวกาศมีที่พัก
ที่อยู่อาศัยและที่ทำงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ นาซาเรียก ฐานปฏิบัติการนี้ว่า “อาร์เทมิส เบส แคมป์” (Artemis Base Camp) ที่มีส่วนประกอบคร่าวๆ คือ เคบินที่พักอาศัยและทำงาน, ยานโรเวอร์ สำหรับการเดินทางบนพื้นผิว และบ้านเคลื่อนที่ (mobile home)

จิม ฟรี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบสำรวจอวกาศของนาซา เปิดเผยไว้เมื่อวันที่ 17 เมษายน
ที่ผ่านมาว่า ถึงที่สุดแล้ว โครงการอาร์เทมิสจะไม่ได้มีที่พักเป็นค่ายหลักเพียงแห่งเดียว แต่อาจมีที่พักขนาดย่อม หลายแห่งกระจายกันอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์

อาร์เทมิสเบสแคมป์ คาดกันว่าจะสร้างขึ้นที่ แชคเกิลตันเครเตอร์ ซึ่งอยู่บนบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีมานานแล้วว่า เป็นพื้นที่ส่วนที่มี “น้ำ” ในสภาพเป็นน้ำแข็งปรากฏอยู่ นาซาตั้งเป้าจะให้ฐานปฏิบัติการแห่งนี้รองรับนักบินอวกาศได้อย่างน้อย 4 คนให้สามารถใช้ชีวิตและทำงานสำรวจได้นานถึง 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย

ฐานปฏิบัติการหลักแห่งนี้ มีส่วนประกอบสำคัญๆ ประกอบด้วย สถานีผลิตพลังงาน, เกราะป้องกันการแผ่รังสี, สถานที่สำหรับทิ้งและกำจัดขยะ, ฐานสำหรับลงจอดของยานแลนเดอร์, ยานโรเวอร์กับมูน ทรัค สำหรับใช้ในการสำรวจพื้นผิวที่ห่างจากแคมป์ออกไป และสุดท้ายก็คือ บ้านเคลื่อนที่ ซึ่งนักบินอวกาศประจำฐานสามารถใช้เป็นทั้งพาหนะและที่พักในการเดินทางไปเยือนฐานอื่นๆ บนดวงจันทร์ รองรับการใช้ชีวิตได้นานถึง 45 วันในการเดินทางแต่ละครั้ง

กำหนดการลำดับต่อไปของนาซาก็คือ อาร์เทมิส 2 ที่เป็นภารกิจการส่งนักบินอวกาศ 4 คนเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ กำหนดไว้ว่าจะส่งขึ้นไปไม่ก่อนเดือนพฤศจิกายน 2024 นาซาเพิ่งเปิดตัวนักบินอวกาศในภารกิจ อาร์เทมิส 2 ไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อาร์เทมิส 3 จะตามมาหลังจากนั้น โดยจะเป็นภารกิจเดินทางไปลงบนดวงจันทร์ กำหนดไว้ในราวปี 2025

จิม ฟรี บอกว่า นักบินอวกาศในภารกิจ อาร์เทมิส 3 จะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ราว 6 วันครึ่ง ก่อนที่จะถูกส่งกลับมายังโลกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น นาซาจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนนักบินอวกาศที่ไปใช้ชีวิตอยู่บนดวงจันทร์ให้มากขึ้นและนานขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ระหว่างนั้น จะมีการพัฒนาและจัดส่ง ยานโรเวอร์ และมูน ทรัค ซึ่งพัฒนาโดยโตโยต้าร่วมกับองค์การอวกาศแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติที่เป็น “พาร์ตเนอร์” ของสหรัฐอเมริกาในโครงการอาร์เทมิสนี้ ขึ้นไปใช้งานบนพื้นผิวดวงจันทร์

มูน ทรัค เป็นรถขนาดใหญ่ ภายในปรับแรงกดดันให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของมนุษย์อวกาศพร้อมอุปกรณ์สำหรับการสำรวจ ซึ่งไม่เพียงเหมาะสมกับการสำรวจระยะไกลๆ เท่านั้นยังใช้สำหรับนักบินอวกาศเดินทางไปเยือน “ฐาน” อื่นๆ บนพื้นผิวดวงจันทร์ได้ด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้น ในภารกิจลำดับต่อๆ ไป ที่อาจเป็น อาร์เทมิส 7, 8, 9 ก็จะเป็นการค่อยๆ ก่อสร้างที่พักอาศัยถาวรของมนุษย์อวกาศบนพื้นผิวของดวงจันทร์ขึ้นตามมา

แน่นอนว่า เป้าหมายหลักเบื้องต้นของอาร์เทมิส คือการสำรวจทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ในเวลาเดียวกัน นาซาก็ไม่ลืมที่จะพ่วงเอาการสำรวจในทางเศรษฐกิจพ่วงเข้าไปในโครงการนี้

ซึ่งหากสำเร็จด้วยดี ก็จะกลายเป็น “ต้นแบบ” ในการสำรวจเป้าหมายอื่นๆ โดยเฉพาะ ดาวอังคาร ที่อาจเป็นทั้งถิ่นที่อยู่และแหล่งทรัพยากรแหล่งใหม่ สำหรับโลกนั่นเอง

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์