สนับสนุนมติฯ ‘ไฮสปีด เทรน’ ทำอุโมงค์ หรือ สร้างอ้อม โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
อโยธยา เมืองต้นกำเนิด “ความเป็นไทย” และ ประเทศไทย (1.) สมบัติร่วมกันของคนไทยทั้งมวล ทั้งในประเทศ-นอกประเทศ (2.) สมบัติของมนุษยชาติ “มรดกโลก” ที่คนทั้งโลกมีส่วนปกป้อง (3.) ไม่เป็นสมบัติเฉพาะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง (ตามที่มีข้าราชการฝ่ายปกครองส่วนภูมิภาคคนหนึ่งพูดในที่ประชุมรับฟังความคิดเห็น)
ดังนั้น จึงมีความเห็นร่วมกัน ดังนี้
[1.] สนับสนุน รถไฟความเร็วสูงตามมติของ “คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก” (ในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อ 24 พ.ค. 2564) เพื่อรักษาเมืองอโยธยา พื้นที่มรดกโลก ด้วยการ (1.) สร้างอุโมงค์ลอด หรือ (2.) สร้างอ้อม
[2.] คัดค้าน การก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง ผ่าเมืองอโยธยาและทำลายซากเมืองทั้งที่อยู่ใต้ดินและเหนือดิน
[3.] สังคม “อารยะ” หลีกเลี่ยงการทำลาย “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม” ด้วยการสงวนรักษาให้อยู่ด้วยกันได้และกลมกลืนกับเมืองสร้างสรรค์สมัยใหม่
สังคม “อนารยะ” พุ่งชนทำลาย “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม” และพุ่งชนทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อความสะดวกสบาย “เฉพาะหน้า” ของคนกลุ่มเดียวที่มีโอกาสเหนือกว่าคนกลุ่มใหญ่ คำว่า “อนารยะ” หมายถึง ป่าเถื่อน
[4.] อโยธยาเป็นเมืองต้นกำเนิดอยุธยา ปัจจุบันอยุธยาเป็นมรดกโลก ดังนั้นอโยธยาซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดอยุธยา และอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ย่อมเป็นพื้นที่สำคัญของมรดกโลกด้วย
[5.] อยุธยาเมื่อก่อนนั้นแออัดยัดเยียดด้วยสถานที่ราชการและชุมชนทั้งในเกาะเมืองและนอกเกาะเมือง (ปัจจุบันเป็นมรดกโลก) ต่อมาทุกภาคส่วนของทางการและประชาชนร่วมกันจัดระเบียบเมืองใหม่เพื่อลดความแออัด ดังนี้
(1.) ย้ายสถานที่ราชการออกไปนอกเกาะเมือง เริ่มจากศาลากลางจังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ฯลฯ จากกลางเกาะเมืองไปอยู่ทางถนนสายเอเชีย
(2.) ศูนย์การค้าทันสมัยขนาดใหญ่ไม่อนุญาตสร้างในเกาะเมือง แต่อนุญาตให้สร้างได้ย่านถนนสายเอเชีย
(3.) บ้านเรือนชุมชนทยอยย้ายออกจากเกาะเมือง แล้วสร้างชุมชนใหม่นอกเกาะเมืองทางตะวันออก ค่อนไปทางถนนสายเอเชีย
จะเห็นว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันมานานหลายสิบปีแล้วว่าต้องลดความแออัดบริเวณเกาะเมืองอยุธยาด้วยการย้ายไปอยู่พื้นที่ทางตะวันอออกบริเวณถนนสายเอเชีย
แล้วเหตุไฉนรถไฟความเร็วสูงจะย้อนหลังกลับไปสร้างความแออัดยัดเยียดให้เป็นปัญหาอีก ?


