ตู้หนังสือ : รัฐต้องไม่สยดสยอง ประชาธิปไตยไยต้องติดอาวุธ

ตู้หนังสือ : รัฐต้องไม่สยดสยอง ประชาธิปไตยไยต้องติดอาวุธ

ดูจะเป็นเรื่องน่าขำ สำหรับการวางรากระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่ชาวบ้านไม่เคยได้มีส่วนร่วมจริงจัง เมื่อหลังจากผลการเลือกตั้งครั้งล่าออกมาชัดเจน ก็เกิดวิวาทะขึ้นระหว่างประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย กับตัวแทนกติกาล้าหลัง เช่น สมาชิกวุฒิสภาหลายราย ในประเด็นซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไปราวกับระบอบนี้เป็นการเล่น “เอาเถิดเจ้าล่อ” กันระหว่างเจ้าของอำนาจที่แท้ กับตัวแทนอำนาจเทียม ที่ออกหน้าเผยท่าทีไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของประชาชน

โดยฝ่ายเจ้าของอำนาจแท้ซึ่งประกาศความชอบธรรมด้วยผลการเลือกตั้ง ส่วนตัวแทนอำนาจเทียม ประกาศขวางการขึ้นบริหารประเทศของผู้ได้รับการเลือกตั้ง ไม่ต้องปกปิดแอบบังกันหลังฉากต่อไปว่าใครเป็นใคร ตั้งใจทำอะไร

เป็นการรู้ทันประจันหน้ากันชัดเจนของฝ่ายเจ้าของอำนาจ กับฝ่ายใช้อำนาจจากสรรพาวุธของเจ้าของอำนาจมายึดอำนาจโดยชอบธรรมนั้นไป

Advertisement

เพราะนั่นมิใช่การ “คิดต่าง” ของอีกฝ่าย แต่เป็นการ “ยึดติด” ที่ไม่ต้องการ “การเปลี่ยนแปลง” เป็นการ “ยึดติด” ที่ “ห้ามผู้ใดคิดต่าง” ออกไป

● อย่างไรก็ตาม ความน่ารักของระบอบ กระบวนการ พฤติกรรมประชาธิปไตยในตัวบุคคล
ก็เห็นได้ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ กาโม่ บุตรชายของ วัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.เขตบางบอน กทม. ออกมาแสดงความยินดีกับ ส.ส.ใหม่ รักชนก ศรีนอก ก่อนที่บิดาจะตามมา “ยินดีด้วยใจจริง” พร้อมสนับสนุนและฝากดูแลพี่น้องประชาชน ขณะที่ ส.ส.สาวก็ตอบขอบคุณ “พี่วัน” อย่างมากด้วยความเคารพ และฝากตัวให้ช่วยตักเตือน แนะนำ และขอแรงสนับสนุนด้วย

เป็นภาพและเรื่องน่าชื่นใจเสียกว่าการใช้ถ้อยคำเหน็บแนม ถากถางกันด้วยความชำนาญตามถนัดของบรรดา “ปากไทย” ที่มักเห็นและได้ยินกันบ่อยๆ

● และต้องหาอ่านมติชนออนไลน์ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ของอาจารย์ โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ภูมิรัฐศาสตร์: หลักการที่พลเรือนควบคุมทหาร เป็นหัวใจแห่งความมั่นคงของชาติ – เพื่อเข้าใจความคิดอารยะของการเมืองการปกครอง

● แต่แม้ประชาธิปไตยจะเป็นระบอบปกครองซึ่งยอมรับกันทั่วโลก ระบอบนี้ก็ยังถูกท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งเต็มไปด้วยช่องโหว่และเสี่ยงกับการล่มสลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมไทย ซึ่งระหกระเหินกับเผด็จการมาเกือบศตวรรษ

ระบอบการปกครองนี้ดีที่สุดกว่าระบอบอื่นจริงหรือไม่ มีหนทางใดที่จะทำให้ระบอบตั้งมั่น และจะเป็นอย่างไรหากต้อง “ติดอาวุธ” ให้กับระบอบ

ความเรียงว่าด้วยประชาธิปไตยติดอาวุธ ที่อาจารย์นิติศาสตร์ รามคำแหง ผู้สอนกฎหมาย นิติปรัชญา นิติเศรษฐศาสตร์ ปวริศร เลิศธรรมเทวี ได้ย้อนเส้นทางระบอบการปกครองตะวันตกสู่ระบอบประชาธิปไตยไทย ซึ่งมีการพยายามทำลายความเชื่อมั่นในระบอบนี้มานาน เพื่อทบทวนร่วมกันที่จะติดอาวุธ

อ่านภูมิหลัง, วัฏจักรการปกครอง, รัฐธรรมนูญ, รัฐประหาร, รัฏฐาธิปัตย์, หลักนิติธรรม, สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กระทั่งบทส่งท้าย

เพื่อเข้าใจให้ได้ว่า ต้องติดอาวุธอะไร ติดอย่างไร ที่จะธำรงระบอบให้ได้

● อย่างไรก็ตาม เวลาร่วม 100 ปีที่ผ่านมา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ย่อมเป็นบทเรียนให้รู้ถึงความยากลำบากของการสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ที่แม้ประเทศอารยะเช่นสหรัฐก็ยังมีช่วงเวลาถดถอย สังคมซึ่งยังไม่เคยลงหลักมั่นคงเช่นไทย จึงยังต้องเรียนรู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่อไปอย่างมีสติ เพื่อลูกหลานจะอยู่ดีได้ในวันข้างหน้า

ดังนั้น การรู้จัก รัฐสยดสยอง ให้กระจ่างชัดเจนจึงยังจำเป็น ซึ่งนักเรียนปริญญาเอก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ ได้ศึกษา ค้นคว้า พยายามเปิดเผยให้เห็นภาพ “ความสยดสยอง” ที่ถูกซ่อนอำพรางไว้ใต้ความศิวิไลซ์ที่ดูเจริญงดงาม จากความเป็นไปของบ้านเมืองที่ได้ดำเนินมา

เพราะเมื่อลมตะวันตกพัดเข้ามาสู่สยาม ชนชั้นนำของบ้านเมืองได้พยายามปรับเปลี่ยนสภาพให้พ้นไปจากกลิ่นอายอนารยะ เพื่อผู้มาเยือนจะได้เห็นความอารยะ จึงต้องกำจัด “ความสยดสยอง” นานาให้พ้นไปจากพื้นที่สาธารณะ ปัดกวาดเก็บซ่อนความอุจาดทั้งหลายไว้ในพื้นที่ลับจากสายตาผู้คน

เราจึงจำเป็นต้องรู้จักกลไกการสร้าง “ระบบความสยดสยอง” (regime of horror เรจีม ออฟ ฮอเรอร์) ของรัฐสยาม ใช้ความสะพรึงกลัวเป็นเครื่องควบคุมราษฎรให้อยู่ในอาณัติ มิให้เกิดรอยมลทินแก่รัฐศิวิไลซ์ ไม่ว่าการจัดการซากศพ ความโสโครก โรคระบาด จนถึงการลงทัณฑ์ทรมาน ให้สังคมมีสภาพน่าพอใจ

อ่าน 1.ความสยดสยองในฐานะระบอบอารมณ์ – ระบอบความสยดสยอง, ประวัติศาสตร์อารมณ์ 2.ความสยดสยองในยุคจารีตของไทย – ความสยดสยองในกฎหมายตราสามดวง และไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา, การเสียเกียรติยศพระนครในสมัย ร.4, ราชกิจจานุเบกษากับการบันทึกความสยดสยองในต้นสมัย ร.5

3. “ขุนกะเฬวราก” ผู้จัดการความสยดสยองจากซากศพ – การควบคุมซากศพโดยชนชั้นนำสยามยุคจารีต, ซากศพและความโสโครก : ปฏิปักษ์ต่อความศิวิไลซ์ในยุคปฏิรูป, การกำจัดความรู้สึกอุจาดผ่าน “ขุนกะเฬวราก”

4.“กองตระเวนและกรมสุขาภิบาล” ผู้จัดการความสยดสยองบนพื้นที่สาธารณะ – ความโสโครกในพระนคร : เว็จ คูถ มูตร ซากสัตว์ และกลิ่นเน่าที่ทำลายความสำราญมหาชน, กรมสุขาภิบาล : การกำจัดของโสโครกและความรู้สึกรังเกียจ

5.โรงพยาบาล ผู้จัดการความสยดสยองจากความโสโครกและโรคภัย – ความสยดสยองที่มาพร้อมโรคระบาดในสยามยุคจารีต, “จะให้มีโรงพยาบาลขึ้นในบ้านเมือง สมเป็นประเทศรุ่งเรือง” สถาบันอารยะด้านสุขภาวะ, ความรู้สึกสะพรึงกลัวภายใต้เงื้อมมือโรงพยาบาล

6.”สนามสถิตยุติธรรมสยาม” ผู้ควบคุมความสยดสยองจากการทรมานร่างกาย – ความสยดสยองกับการลงทัณฑ์ในสยาม ช่วงต้น ร.5, ความกรุณาและความปรานี : การกำจัดความสยดสยองจากการทรมานเรือนร่าง, ความสยดสยองภายใต้เงื้อมมือสนามสถิตยุติธรรมสยาม : การป้องกันความรู้สึกหวาดกลัวของราษฎร และการปราบปรามกบฏของแผ่นดิน

7.ระบอบความสยดสยองในรัฐสยามยุคใหม่

● และอย่าเพิ่งลืมไปว่า อดีตร่วมสมัยที่เพิ่งผ่านไปไม่ควรเพิกเฉย ก็คือการเมืองของการยื้อยุดอำนาจ ไม่คืนแก่ประชาชน จนเกิดความรุนแรงบนท้องถนนถึงเจ็บตายมาแล้วหลายครั้ง ในเมืองซึ่งพระพุทธศาสนาสถาปนาลงนี้ เป็นการเมืองที่รัฐต่อต้านอำนาจชอบธรรมของประชาชนโดยตรง ไม่เรียนรู้ไม่ได้

จึงต้องอ่าน ขวาพิฆาต(?)ซ้าย ของอาจารย์อักษรศาสตร์ศิลปากร ซึ่งเรียนตรี โท เอก ทางรัฐศาสตร์มา ศิบดี นพประเสริฐ ที่จะนำเรากลับไปช่วงการเมืองไทยมีสีสันที่สุด ปี 2490-2521 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการขับเคี่ยวกันระหว่างฝ่ายก้าวหน้า (ปีกซ้าย) กับฝ่ายอนุรักษนิยม (ปีกขวา) จนตึงเครียด

หนังสือที่จะให้ภาพ “อนุรักษนิยมไทยบนทางสองแพร่งของการเมืองโลกยุคสงครามเย็น” ระหว่าง 2516-2521 ที่ผู้นำประเทศ เทคโนแครต กองทัพไทย และกลุ่มขวาอนุรักษนิยมครองอำนาจบริหารประเทศ พร้อมกับนำไทย “หันขวา” เพื่อ “พิฆาตซ้าย” ซึ่งกำลังเติบโตเป็นกำลังประชาธิปไตยที่เบ่งบาน

โดยก่อกระบวนการต่อต้านการเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านั้น ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย จนนโยบายต้างประเทศที่อาศัยมหามิตรผู้หวาดกลัวคอมมิวนิสต์ เพื่อช่วย “ไล่เบี้ย” บรรดาเหล่าเอียงซ้ายให้จนมุม หลุดออกนอกกระดาน แต่เมื่อมหามิตรล่าถอย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ขวาไทยจะ “หัน” ไปทิศทางใด

อ่านเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ต่อเนื่อง ที่ยังใช้อำนาจยื้อยุดอยู่จนปัจจุบัน

● หนังสือที่ศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจภาคเหนือ เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในภาพกว้าง ให้เห็นพัฒนาการและการขยายตัว ส่งผลต่อมิติต่างๆ ถึงการสะสมทุนของกลุ่มทุน ซึ่งไม่เพียงสะท้อนสัมพันธภาพเชิงอำนาจขององคาพยพต่างๆ ที่เปลี่ยนไป แต่ยังสะท้อนการพัฒนาอีกหลายรูปแบบ เจ้า พ่อค้า ชาวนา นายทุน และเครือข่ายธุรกิจ : การก่อตัวของกลุ่มทุนในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจล้านนา ปรับปรุงใหม่ พิมพ์ครั้งที่ 2 แล้ว ค้นคว้าโดยอาจารย์สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา ผู้ช่วยคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ชัยพงษ์ สำเนียง ที่ให้ภาพการก่อตัวของกลุ่มทุนล้านนา

เมื่อการขยายเส้นทางรถไฟในทศวรรษ 2450 ก่อการขยายตัวของการผลิตเพื่อขาย สิ้นสุดการค้าและการขนส่งทางเรือ รวมถึงการขยายโครงข่ายคมนาคมทางบก ทำให้เมืองกว้างออก ทั้งทำให้เกิดการขยายกลุ่มทุนในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างกัน เกิดการสะสมทุนซึ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงอำนาจรัฐในขณะนั้น

นอกจากคำนิยมของอาจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ แล้ว อ่านเริ่มแรกของการสะสมทุน, เศรษฐกิจไร้พรมแดนกับพ่อค้าทางไกล, การก่อตัวการผลิตเพื่อขายสู่ทุนนิยมชายขอบ, ทุนขุนนาง สัมปทาน นายหน้า และค่าเช่า, พ่อเลี้ยง ทุนเกษตร ทุนท่องเที่ยว ทุนการค้า และทุนชายแดน, ทุนใหม่ที่หลากหลายกับชาวนาผู้ประกอบการ, จนบทสรุป ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจในความเคลื่อนไหว

น่าเรียนน่ารู้ทีเดียว เมื่อล้านนาต้องสนธิกำลังอำนาจการเมืองกับภาคกลางในเวลาต่อมา

● อ่านสนุกได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินอีกเล่ม โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องที่คนส่วนมากเคยเรียน หรือเคยได้ยินเรื่องราวต่างแง่มุมมาแล้วหลายๆ ด้าน อาจารย์ วรศักดิ์ มหัทธโนบล
ซึ่งศึกษาเรื่องจีนมายาวนาน ได้ค้นคว้าเรื่องทั้งที่รับรู้ในวงกว้างและในวงเฉพาะมาเปิดภาพการเมืองจีนเพื่อเข้าใจอดีตถึงปัจจุบัน

สามก๊ก เปาบุ้นจิ้น และเรดการ์ด เป็นงานศึกษาเฉพาะจุด เฉพาะเวลา จับเอาเรื่องซึ่งชาวไทยเคยรับรู้แบบหนึ่งให้มาอยู่ในการรับรู้อีกแบบ พร้อมกับเรื่องที่คนไทยคุ้นเคย เช่น สามก๊กและเปาบุ้นจิ้น มาเล่าด้วยกันกับเรื่องที่ไม่คุ้นเคยหรือคุ้นเคยแต่น้อย เช่น เรื่องสุสาน
ราชวงศ์หมิง ให้เห็นเรื่องราวอีกหลายแง่มุม

ด้วยการแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องแต่ง เพื่อเห็นความจริงอีกด้านของสามรัฐที่มิใช่สามก๊ก กับเรื่องจริงของเปาบุ้นจิ้น และการเมืองในสุสานโบราณ

● คนไม่น้อยเคยอึดอัดขัดใจกับการบอกเล่าอะไรให้อีกฝ่ายฟัง แต่อีกฝ่ายไม่ฟังและไม่เชื่อ จนต้องออกปากว่า ฝ่ายนั้นถูก “ล้างสมอง” ไปแล้ว คำว่าล้างสมองใช้กันมานาน แต่ปรากฏเข้มข้นเอาก็ตอนช่วงสงครามโลกนี่เอง เมื่อมีการใช้ความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อของคน

ต่อต้านการถูกล้างสมอง ของ อีริค แปลโดย กัญญารัตน์ จิราสวัสดิ์ แสดงสี่เคล็ดลับสำคัญที่นักล้างสมองนิยมใช้ ด้วยการถอดรหัส 7 ขั้นตอนสำคัญในกระบวนการโน้มน้าวแบบซ่อนเร้น ฟังแล้วน่ารู้น่าสนใจทีเดียว

ที่เมื่อเราเข้าใจหลักการ วิธีการ และวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการล้างสมอง เราก็สามารถเข้าใจข้อเท็จจริงของการล้างสมอง และสามารถคัดกรอง แยกแยะ เทคนิคล้างสมองได้ ลองอ่านเคล็ดลับการเชื่อฟังคำสั่ง, วิธีทางจิตวิทยาที่ใช้บ่อยในการล้างสอง, การสะกดจิตด้วยภาพ, ปฏิกิริยาย่อยที่หนีไม่พ้น, ความจริงในการควบคุม และบทสรุปของเรื่องคือ การควบคุมไม่ใช่แค่เกมวาทศาสตร์

คนไม่เคยรู้เรื่องจิตวิทยาน่าหาอ่านดู จะได้รู้ว่าเขาล้างสมองกันอย่างไร

● นิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว หลังคะแนนการตัดสินใจของประชาชนประกาศความต้องการถล่มทลาย มติชนสุดสัปดาห์ ว่าด้วย ซูเปอร์ “ส้ม” ซูเปอร์ “เปลี่ยน” พิธา-ก้าวไกล อ่านก้าวไกลผนึก 6 พรรคตั้งรัฐบาล ฝ่าข้าม ส.ว.-รัฐทหาร พลังสังคมกดดันให้ฟังเสียงประชาชน

อาจารย์ “นิธิ” ชี้ สำนึกใหม่เกิดแล้ว

อ่านเกมเปลี่ยน ทหารเสือพ่ายศึก ลือสะพัด ขั้ว “ลุง” ดิ้นสู้ ชู “แดง-พท.” สู้ “ส้ม” ก่อนถอย วางทายาท 2 ลุง 2 พรรค กับเผือกร้อนในมือ “บิ๊กบี้-บิ๊กต่อ”

อ่านประจักษ์ ก้องกีรติ ชี้ ประชาชน “ส่งเสียง” ดังมาก ชัดมาก ส.ว.มาขวาง “อันตราย” อาจารย์ “นิธิ” ชวนคิด ผ่านสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง “รัฐประหาร – ยังไม่มา” ส่วนภาคธุรกิจมึน ตลาดหุ้นแกว่ง กังวลตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ นักลงทุนรอดูสถานการณ์

แล้วตามปราปต์ บุนปาน “ของดีมีอยู่” ไปฟังเพลง “เด็กปกครองรัฐ เด็กครองเมืองนี้ อีกไม่กี่ปีแล้วเอย” ต่อด้วย “คนมองหนัง” จับปรากฏการณ์ “ก้าวไกล” กับ “ติ๊กต็อก” และปรากฏการณ์มดล้มช้าง ความพ่ายแพ้บ้านใหญ่ “บางบอน” สะท้อนอะไร

ติดตามมุมมองโหราศาสตร์ ดวงชะตาว่าที่นายกฯใหม่ “พิธา” กับบรรดาแคนดิเดตผู้นำ
(เติมรสชาติธรรมเนียมดึกดำบรรพ์ การเมือง ดวงดาว ชีวิตร้อนหนาวกับโหราจารย์)

อ่านสุจิตต์ วงษ์เทศ เปิดข้อมูล “จิตร ภูมิศักดิ์ ตรวจสอบหลักฐาน พบเมืองอโยธยาเก่ากว่าสุโขทัย” เอาละซี-นี่แหละคือการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ไม่ดักดาน ไม่ว่าการเมือง
หรือประวัติศาสตร์ ล้วนเคลื่อนไหวด้วยกำลังสติปัญญามนุษย์-ไม่ใช่ยึดติดแห้งตายกับความเชื่อล้าหลัง

อ่านท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตนี้มีความหมาย “วิกผมที่ทำให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อ”

อ่านเมื่อทัพไทยพลาดเจ้าเหรียญทอง ความกดดันถาโถมสู่ 2025

และอย่าได้พลาด การเปิดคำพิพากษา 3 คดีอาชญากรรมสำคัญ ยกฟ้อง “หลงจู๊สมชาย” บ่อน ฟอกเงิน จ้างฆ่า อัยการเตรียมอุทธรณ์

การเมืองเข้มข้น มติชนสุดสัปดาห์เข้มข้น ประชาชนกำลังเข้มข้น ต้องอ่านเพื่อติดตาม
สถานกรณ์เข้มข้นนี้ เพื่อเห็นว่า ยังมี “อะไร” เป็นอุปสรรคขวากหนามประชาธิปไตย “อะไร” เป็นอุปสรรคขวากหนามการเปลี่ยนแปลง

โปรดติดตามด้วยความระทึกในดวงหฤทัยพลัน

บรรณาลักษณ์

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image