สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ความไม่รู้’หลังการเลือกตั้ง

22.05.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ความไม่รู้’หลังการเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าในสังคม

ต้องยอมรับว่าในสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย หลังวันเลือกตั้งใหญ่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่เต็มไปด้วยการแหกโผและสถานการณ์ผิดความคาดหมายนั้น เราแทบไม่มีเกจิ-ผู้เชี่ยวชาญหลงเหลืออยู่

ตรงกันข้าม ทุกคนต่างกลายเป็น “ตัวโง่งม” (ตามภาษานิยายจีนกำลังภายใน) หรือ “ผู้ไม่รู้” ในเรื่องราวต่างๆ

เริ่มจากการวิพากษ์ตนเองในฐานะสื่อมวลชนก่อนก็ได้ แม้ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เราจะมองเห็น “กระแสก้าวไกล” อันล้นหลาม ในพื้นที่ กทม.

แม้เราจะมองเห็นปริมาณประชาชนที่มหาศาลตามเวที-คาราวานปราศรัยของก้าวไกล ในจังหวัดปริมณฑล ไล่ไปถึงเชียงใหม่ และหัวเมืองใหญ่ภาคอีสาน

เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่มีนักการเมืองระดับนำทั้งของก้าวไกลเอง และนักการเมืองรุ่นใหญ่ๆ พรรคอื่น หลุดปากว่ากระแสก้าวไกลมาแรงมากในภูมิภาคนี้

Advertisement

แม้เราจะเห็นผลโพลออนไลน์ที่ระบุว่าก้าวไกลมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในสนาม ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แต่พอมี “ม่านมายาคติ” ในรูปของโพลที่อ้างว่าได้สำรวจความเห็นประชาชนลึกลงไปถึงระดับเขตเลือกตั้ง โพยการพนัน และการประเมินของหน่วยงานรัฐ เผยแพร่ออกมา

พร้อมการทำนายว่า ก้าวไกลจะได้ ส.ส. ใน กทม. ประมาณสิบที่นั่ง และจะแทบไม่ได้ ส.ส.เขต ในต่างจังหวัดเลย ส่วน ส.ส.เขตหน้าเก่า ที่เคยสอบได้ในนามพรรคอนาคตใหม่ ก็น่าจะสอบตกกันเกือบหมด

เราในฐานะสื่อมวลชนเองกลับไหวเอนไปตาม “ม่านมายาคติ” เหล่านั้น

ก่อนที่ผลเลือกตั้งจริงๆ จะช่วยยืนยันว่า กระแสที่เราสัมผัสได้นั่นแหละถูกต้อง เสียงในโลกออนไลน์นั่นแหละที่แม่นยำ เป็นวิธีการคาดเดาแบบเดิมๆ ต่างหาก ที่ไม่จริงและเลื่อนลอย

ยังมีอะไรอีกมากมาย ที่พวกเราต่างต้อง “เรียนรู้” และ “ไม่รู้” ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
เช่น ประเด็นเรื่อง “เอ็มโอยู” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกสุดที่บรรดาพรรคการเมืองต้องมาร่วมมือกันทำงานในขั้นตอนนี้

ณ จุดแรกเริ่ม พรรคก้าวไกลในฐานะเจ้าภาพและพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วย ต่างยังไม่ทราบชัดเจนหรอกว่า จุดเหมาะสมลงตัวของข้อตกลงร่วมในเอกสารฉบับนี้ควรอยู่ตรงไหน?

นอกจากจะต้องเริ่มร่างเอ็มโอยูขึ้นมา แล้วโยนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาและปรับแก้จนนำไปสู่การเห็นพ้องต้องกัน

เอาเข้าจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ คนตามข่าวการเมืองส่วนใหญ่ ต่างก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอ็มโอยูของพรรคร่วม

รัฐบาลควรมีเนื้อหาอย่างไร มีหน้าที่ทางการเมืองแบบไหน (ดีไม่ดี-และไม่ใช่เรื่องน่าเยาะเย้ย-ผู้คนทั่วไปในสังคม อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “เอ็มโอยู” คืออะไร)

ไม่ต่างกับกรณีการทาบทามพรรคชาติพัฒนากล้าเข้าร่วมรัฐบาล

วิวาทะอันเร่าร้อนในโซเชียลมีเดียบ่งบอกว่า แม้แต่ก้าวไกลเองก็อาจไม่เข้าใจประชาชนที่สนับสนุนพรรคอย่างถ่องแท้

จนต้องมีการเร่งปรับท่าทีและสนองตอบต่อข้อท้วงติงของประชาชนเหล่านั้น

ประการสุดท้ายที่ต้องเตือนกันไว้ คือ แม้แต่ประชาชนผู้สนับสนุนพรรคการเมือง ก็อาจกลายเป็น “ผู้ไม่รู้” ได้ไม่ต่างกัน

เพราะบนหนทางอันยาวไกลข้างหน้า ถ้าก้าวไกลฝ่าด่านเข้าไปจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้สำเร็จ

พัฒนาการทางการเมือง ณ จุดนั้น จะชักนำให้ “การเมืองในอุดมคติ” ของผู้คนกว่าสิบล้านคน ต้องเผชิญหน้า ปะทะชน ปรับประสานต่อรองกับ “การเมืองในความเป็นจริง” ที่มีพรรคการเมืองต่างๆ รัฐราชการ และชนชั้นนำกลุ่มอื่นๆ เข้ามาร่วมกำหนดเกม

บางครั้ง พลังของอุดมคติ-กระแสในออนไลน์-จำนวนผู้คนบนท้องถนน อาจเป็นฝ่ายชนะ

แต่บางคราว ความปรารถนาอันบริสุทธิ์-ดีงามเหล่านั้น อาจ “เสียรู้” ให้แก่ผู้ถือครองอำนาจกลุ่มเดิมๆ

นี่คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องสั่งสมประสบการณ์และค่อยๆ เรียนรู้ร่วมกันไป

ปราปต์ บุนปาน