เวลามีใครมาพูดถึงข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ก็มักจะโดนเสียดสีด้วยการเติมคำว่า “ชาติหน้า” เพราะเป็นแนวคิดที่ไม่เข้าท่า อีกทั้งในประเทศไทยเรา เคยพูดกันมาหลายครั้งหลายยุคหลายสมัย แล้วเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เคยเกิดขึ้นได้ เพราะคนจำนวนมากไม่มีใครเอาด้วย ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ล่าสุด ในสถานการณ์ที่พรรคก้าวไกล เพื่อไทย กำลังเดินหน้าตั้งรัฐบาล 8 พรรค แต่เกิดกระแสสกัดขัดขวาง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ให้ขึ้นเป็นนายกฯ โดยเคลื่อนไหวผ่าน ส.ว.
เพราะ ส.ว.ภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ยังมีอำนาจในการร่วมโหวตแต่งตั้งนายกฯ
ระยะนี้จึงมี ส.ว.ดังๆ ดาหน้าออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงต่อต้านแคนดิเดตนายกฯของก้าวไกล ต่อต้านพรรคสีส้มอย่างเอาเป็นเอาตาย
แล้วจู่ๆ ก็มี ส.ว.อีกราย เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ อ้างว่าจะเป็นทางออกในทางตัน
โดย ส.ว.รายนี้ก็ยืนยันว่า จะไม่โหวตให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลเป็นอันขาด แต่พร้อมๆ กันก็เสนอทางออกว่า ควรตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หมายถึงให้ทุกพรรคเข้ามาร่วมกันเป็นรัฐบาล
ซึ่งรวมทั้งพรรคลุงๆ ด้วย
พูดแบบนี้ก็เห็นชัดว่า หวังจะให้พรรคลุงนั่นแหละเข้ามาร่วมรัฐบาลเป็นสำคัญ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่รับแนวคิดนี้ ดังไปทั่วในทันที ส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า เพิ่งเลือกตั้งกันมาแท้ๆ ประชาชนคนไทยจำนวนมากไปใช้สิทธิใช้เสียงเพื่อตัดสินอนาคตทางการเมืองกันไปหมาดๆ
แถมผลเลือกตั้งก็ออกมาชัดเจน คนส่วนใหญ่ปฏิเสธพรรคลุง
เลือกก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 2 เพราะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เก่งด้านฟื้นเศรษฐกิจ
ตอนนี้พรรคฝ่ายประชาธิปไตย หรือฝ่ายค้านเดิม รวมกันแล้วได้ถึง 312 เสียง เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ
ไม่มีเหตุผลใดๆ เลย จะมาคิดเรื่องตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพราะการเมืองก็เดินหน้าไปตามครรลองปกติ ไม่ได้เข้าทางตันแต่อย่างใด
ที่จะพยายามทำให้การเมืองไม่เดินไปตามทางปกติ ก็คือเสียงจากเหล่า ส.ว.นี่แหละ
แถมจะคิดช่วยพรรคลุงกันง่ายๆ ตื้นๆ ด้วยการให้ทุกพรรคมาร่วมเป็นรัฐบาล หมายถึงให้พรรคลุงมาร่วมด้วย
ก็อย่างที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ แสดงความเห็นตอบโต้ทันทีว่าคำว่าชาติในความหมายของรัฐบาลแห่งชาติที่เสนอมานั้น ไม่ใช่ชาติของประชาชน แต่เป็นชาติของบางคนที่กำลังจะหมดอำนาจ แต่คล้ายกับว่ายังต้องการตำแหน่งและผลประโยชน์ จึงสร้างเรื่องขึ้นมาเพราะอาจมีความวิตกกังวล ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่อยู่ในอำนาจจนเคยชิน
จะว่าไปแล้ว คำว่ารัฐบาลแห่งชาติ เราได้ยินข้อเสนอนี้มาหลายหน ในการเมืองหลายสมัย แต่ไม่เคยเกิดได้จริง
แนวคิดแบบนี้ ก็มักจะพ่วงเอา “นายกฯคนนอก” “นายกฯคนกลาง” อ้างเพื่อความสามัคคีในบ้านเมือง
อีกทั้งจริงๆ แล้ว รัฐบาลแห่งชาติเคยเกิดในต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ที่วิกฤตสุดขีด เช่น เกิดสงคราม เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัส หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบพลิกทั้งระบบ อะไรแบบนั้น
ไม่ได้ตรงกับสถานการณ์ในบ้านเมืองเราเลย
ข้อเสนอของ ส.ว.ในการเมืองไทยวันนี้ จึงเป็นได้แค่รัฐบาลแห่งชาติหน้าตอนบ่ายๆ อะไรแบบนั้น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

