“ล้างสมอง” ในไทยถูกใช้ทางการเมืองตั้งแต่เมื่อไร? ไม่มีบันทึกตรงไปตรงมา แต่เท่าที่รู้และคุ้นเคยกันทั่วไปถูกใช้ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น “ปิดล้อมจีน” ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ (ตามบงการจากสหรัฐ)
รัฐบาลไทยสมัยก่อน “ล้างสมอง” คนไทยเกลียดจีน และเชิดชูบูชาสหรัฐ กระทั่งชนชั้นนำไทยสมัยนนั้นคลั่งไคล้วัฒนธรรมอเมริกัน “ปานจะแหกตูดดม”
[พฤติกรรมอย่างนี้ของรัฐบาลจะไม่ถูกเรียก “ล้างสมอง” ทั้งๆ เป็นอย่างเดียวกัน]
“คอมมิวนิสต์”, “เมาเซตุง”, “จีนแดง” เป็นคำสยองขวัญในไทยราว 70 ปีที่แล้ว เมื่อเรือน พ.ศ. 2500 แค่ได้ยินคำเหล่านี้จากคนอื่นโดยไม่ต้องพูดเอง คนเมื่อสมัยนั้นก็ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ยิ่งคนบ้านนอกขอกนายิ่งขนลุกขนพองสยองหัวกลัวถูกจับติดคุกจนแห้งเหี่ยวหัวโต
นักคิด, นักเขียน, นักหนังสือพิมพ์, ศิลปิน ฯลฯ สมัยนั้น ถูกจับเข้าตะราง “ขังลืม” นับสิบคน เพราะไม่เข้าข้างสหรัฐ และไม่ต่อต้านจีน กระทั่งใครไปเมืองจีนเมื่อกลับไทยต้องถูกควบคุมตัวสอบสวนแล้วเข้าคุก
ต้นเหตุทั้งหมดมาจากบรรยากาศการเมือง “ปิดล้อมจีน” สมัยนั้น มีดังนี้
- รัฐบาลไทยปลุกระดมต่อต้านคอมมิวนิสต์, เมาเซตุง, จีนแดง ผ่านวิทยุกระจายเสียง (ยังไม่มีโทรทัศน์), หนังสือพิมพ์, ใบปิดประกาศที่สาธารณะ ฯลฯ ด้วยข้อความ เช่น “คอมมิวนิสต์มา ศาสนาหมด” นอกจากนั้นยังผ่านการแสดงลิเกเริ่มออกแขก (ก่อนแสดง) ก็ต้องด่าคอมมิวนิสต์
- รัฐบาลสหรัฐเป็น “หัวโจก” ทุ่มดอลลาร์จ่ายรัฐบาลไทยให้ปลุกระดมปิดล้อมจีน ด้วยการต่อต้านคอมมิวนิสต์, เมาเซตุง, จีนแดง
รัฐบาลไทยสมัยนั้นจากการฝึกอบรมของสหรัฐจนเชี่ยวชำนาญ โฆษณาชวนเชื่อ“ล้างสมอง” ให้ต่อต้านจีนคอมมิวนิสต์
ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็หวาดระแวงว่าผู้เลื่อมใสคอมมิวนิสต์จะเกลี้ยกล่อมให้คนในไทยต่อต้านรัฐบาลไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยสร้างสถานการณ์ป่าวร้องให้ประชาชนระวังตัวอย่าคุยกับคนเลื่อมใสคอมมิวนิสต์ เพราะจะถูก “ล้างสมอง” ให้เลื่อมใสคอมมิวนิสต์ตามไปด้วย
“ล้างสมอง” มีควาหมายแง่ลบ ถูกใช้กว้างขวางออกไปมาก รวมทั้งทางวิชาการ มีตัวอย่างดังนี้
อาจารย์ ก. สอนประวัติศาสตร์โบราณคดีในมหาวิทยาลัย ว่าคนไทยมีถิ่นกำเนิดอัลไต-น่านเจ้า และสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก [ซึ่งเป็นเนื้อหาของทางการใช้สอนทั่วประเทศมานานราว 100 ปี ไม่มีเปลี่ยนแปลง]
อาจารย์ ข. ไม่ใช่ผู้สอนประวัติศาสตร์โบราณคดี เสนอความเห็นว่าคนไทยไม่ได้มาจากอัลไต-น่านเจ้า แต่ผสมผสานชาติพันธุ์อยู่ในอุษาคเนย์นี่เอง และสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก เพราะมีรัฐอื่นๆ รุ่นเดียวกับสุโขทัยอีกหลายแห่ง
อาจารย์ ก. จึงกำชับนักศึกษาว่าอย่าไปคุยกับอาจารย์ ข. ระวังจะถูก “ล้างสมอง”
อาจารย์ ข. เมื่อรู้ดังนั้นจึงบอกนักศึกษาว่า “พวกมันพากันล้างสมองนักศึกษาและคนไทยทั้งประเทศมาเกือบร้อยปี ยังไม่หยุด แต่พอเอาหลักฐานจริงมาตีแผ่ออกไปถึงกับร้องเอ๋งๆ กล่าวหาคนอื่นว่าล้างสมองนักศึกษา”
การเมืองปัจจุบันของ “คนดีย์” ผู้ลอยนวลทั้งหลาย หันกลับไปยกข้อกล่าวหา “ล้างสมอง” ยัดเยียดฝ่ายตรงข้าม
จีนแดงเคยเป็นผู้ร้าย กลายเป็นพระเอก
สหรัฐเคยเป็นพระเอก ถูกอัปเปหิเป็นผู้ร้าย

