สุจิตต์ วงษ์เทศ : ผู้หญิงและขวัญ ถูกการศึกษาไทยตัดทิ้งจากประวัติศาสตร์

ผู้หญิงมีพลังอำนาจทางวัฒนธรรมเหนือผู้ชาย (ซ้าย) เจ้าแม่โคกพนมดี โครงกระดูกเพศหญิง ราว 3,000 ปีมาแล้ว ประดับประดาด้วยลูกปัดเปลือกหอยแบบตัว I และแบบแว่นกลม ราว 120,000 เม็ด แล้วยังมีแผ่นวงกลมมีเดือย, กำไลข้อมือ, และเครื่องประดับศีรษะ เป็นต้น และเต็มไปด้วยดินเทศสีแดง (ขวา) ถ้าเจ้าแม่โคกพนมดีมีชีวิตจะประดับลูกปัดมากกว่านี้หลายเท่า ผู้หญิงเผ่าละเวนในลาว มีลูกปัดประดับที่หู คอ แขน ฯลฯ ตามจารีตประเพณีดึกดำบรรพ์ของคนอุษาคเนย์ (ชาวยุโรปถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2453 / ค.ศ. 1910)

ผู้หญิงและขวัญ การศึกษาไทยลดทอนแล้วตอนตัดทิ้งไป จากประวัติศาสตร์โบราณคดี สังคมวัฒนธรรม เพราะวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยไม่เหมือนใครในโลก

ผู้หญิงกับขวัญ มีหลักฐานและร่องรอยจำนวนมากทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา ว่าเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับพิธีกรรมไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เพื่อความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ธัญญาหารและอื่นๆ ซึ่งส่วนมากหรือเกือบหมดยังทำสืบเนื่องตั้งแต่ครั้งกระโน้น จนทุกวันนี้ ทั้งในไทยและเพื่อนบ้าน

เหล่านี้เป็นพยานหลักฐานสำคัญสนับสนุนสอดคล้องกับหลักฐานอื่นๆ ว่าบรรพชนคนไทยไม่ได้มาจากไหน? แต่อยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ แล้วเป็นเครือญาติชาติพันธุ์และชาติภาษากับบรรพชนคนอุษาคเนย์อย่างแยกจากกันมิได้

ผู้หญิง ทางวัฒนธรรมและพิธีกรรมในศาสนาผี มีพลังอำนาจเหนือกว่าผู้ชาย เริ่มตั้งแต่มีมนุษย์ในโลก แล้วสืบเนื่องจนปัจจุบัน

ขวัญ เป็นความเชื่อในศาสนาผี ที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ของคนทุกชาติพันธุ์ทั่วอุษาคเนย์

 

ผู้หญิง

ผู้หญิง เป็นเจ้าพิธีศาสนาผีทั้งในไทยและอุษาคเนย์ ราว 5,000-3,000 ปีมาแล้ว [พบหลักฐานมากในอีสาน] ไทยเรียก หมอผี, เขมรเรียก หมอมด [มด เป็นคำถิ่นเขมร แปลว่า ผี] ขณะนั้นในอินเดียยังไม่มีศาสนาพุทธ

ผู้ชาย เป็นเจ้าพิธีศาสนาพุทธ (และพราหมณ์) ราว 2,500 ปีมาแล้ว เรียก นักบวช หรือ พระสงฆ์ หลัง พ.ศ. 1000 แพร่เข้าถึงไทยและอุษาคเนย์ ปะทะขัดแย้งกับศาสนาผี

ศาสนาไทย เป็นศาสนาในไทย มีขึ้นจากการประสมประสานระหว่างศาสนาผี กับศาสนาพุทธ โดยมีศาสนาผีเป็นฐานรากอันแข็งแกร่ง 

แล้วประดับประดาศาสนาผีให้ดูภูมิฐานทันสมัยน่าเชื่อถือ ด้วยสิ่งละอันพันละน้อยที่รับจากพุทธและพราหมณ์ โดยไม่ขัดหลักผี มีพยานสำคัญในพิธีบวช 

อินเดีย, ลังกา มีพิธีบวชคนโดยโกนหัวเข้าทำพิธีกรรมในโบสถ์ เป็นเสร็จพิธี

ในไทยและอุษาคเนย์ ไม่บวชคน แต่บวชนาค มีแห่นาค, ทำขวัญนาค ฯลฯ ไม่มีในอินเดีย, ลังกา

 

ขวัญ

ขวัญ คือส่วนที่ไม่เป็นตัวตนของคน มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ สิงสู่อยู่ในคน, สัตว์, สิ่งของ, สถานที่ 

มีลักษณะเป็นหน่วย จำนวนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละชาติพันธุ์ เช่น บางพวกเชื่อว่าคนมี 32 ขวัญ, บางพวกบอกว่า 80 ขวัญ เป็นต้น 

ขวัญ อยู่กลางกระหม่อมสำคัญมาก เรียก จอมขวัญ

รูปขวัญจำลองจากจอมขวัญกลางกระหม่อมของคนเป็นแฉกๆ มีบนหน้ากลองทองมโหระทึก กับเป็นลายก้นหอยบนลายเขียนหม้อบ้านเชียง ฯลฯ

ทำขวัญนาค ไม่มีในพุทธบัญญัติ แต่สมัยหลังพยายามปนให้ขลังด้วยพิธีพราหมณ์

  1. เป็นพิธีกรรมในศาสนาผี เมื่อคนธรรมดาจะเปลี่ยนสถานะเป็นคนพิเศษเรียก นักบวช, พระสงฆ์
  2. ทำในเรือนของใครของมัน หรือลานกลางบ้าน
  3. หมอขวัญ ยุคแรกเริ่มเป็นผู้หญิง ต่อมาถูกผู้ชายริบไปทำจนปัจจุบัน
  4. ทำนองทำขวัญ มีเสียงโหยหวน มีลูกคอ เป็นต้นแบบให้เทศน์มหาชาติกับสวดอภิธรรม สืบจนทุกวันนี้
  5. เนื้อหาทำขวัญทั้งหมดเกี่ยวข้องกับแม่ (ไม่เอ่ยถึงพ่อ) พรรณนาบอกคนเป็นนาคว่ามีกำเนิดในท้องของแม่ กว่าจะคลอดเป็นคนแม่ต้องทนทุกข์ทรมานเหลือคณานับ

แต่ปัจจุบันหมอขวัญผู้ชายพยายามแทรกบทบาทของพ่อเข้าไปด้วย

 

เรียกขวัญงานศพ

มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว บรรพชนคนไทยในอุษาคเนย์ เชื่อว่าคนตายเป็นคนขวัญหายชั่วคราว ถ้าเรียกขวัญคืนร่างได้สำเร็จ คนก็ฟื้นเหมือนเดิม

เมื่อมีคนตาย บรรดาเครือญาติทั้งชุมชนต้องร่วมกันทำพิธีเรียกขวัญ โดยเป่าปี่ ตีเกราะเคาะไม้ ตีฆ้องกลอง ร้องรำทำเพลง ส่งเสียงอึกทึกครึกโครมครึกครื้นสนุกสนานโด่งดังที่สุด เพื่อส่งสัญญาณถึงขวัญ ให้รู้ทางกลับคืนร่าง

ดังนี้ เป็นประเพณีต้นแบบเก่าสุด ให้คนไปงานศพแต่งตัวสวยงามด้วยสีสันฉูดฉาด และงานศพมีมหรสพ เช่น โขน ละคร หนังใหญ่ ลิเก ประโคมปี่พาทย์เพลงสิบสองภาษา ฯลฯ มีหลักฐานจำนวนมากในงานวรรณกรรม เช่น รามเกียรติ์, อิเหนา

ปล่อยศพไว้จนเน่าเปื่อย แต่ขวัญไม่กลับคืนร่างเดิม ต้องเอาไปฝัง โดยมีพิธีทำขวัญสั่งเสียให้มีผู้นำทางผีขวัญของคนตายเดินทางไปรวมพลังกับผีบรรพชนอยู่เมืองฟ้า เพื่อคุ้มครองชุมชนของคนยังไม่ตาย

ทางไปเมืองฟ้าไกลมาก ต้องข้ามห้วงน้ำกว้างใหญ่ด้วยเรือศักดิ์สิทธิ์ (มีรูปเรือข้างกลองทองมโหระทึก อายุ 2,500 ปีมาแล้ว) ทำขวัญตรงนี้ เป็นต้นแบบให้มีสวดอภิธรรมเมื่อหลังรับศาสนาพุทธ สืบจนทุกวันนี้

บทความก่อนหน้านี้พลิกปูมซับซ้อน สังหารโหด ‘ทูตรัสเซีย’
บทความถัดไป‘กัปตันหน่อง’ประกาศไม่ประมาทดาวรุ่ง ‘นครนนท์’