สยามกับมลายูปัตตานีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมนับพันๆ ปีมาแล้วซึ่งยาวนานมาก จึงมีทั้งเป็นเครือข่ายหรือเครือญาติการค้ามีผลประโยชน์ร่วมกันและขัดแย้งกันเป็นปกติ แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติไม่เก็บเรื่องนี้ไว้ แถมใส่ร้ายกลุ่มที่ “ไม่ไทย” เท่ากับโหมไฟความขัดแย้งอย่างไม่น่าทำ
สยามทำร้ายมลายูปัตตานีเมื่อเกือบพันปีมาแล้ว ราว พ.ศ. 1838 จักรพรรดิจีนรู้เรื่อง จึงห้ามปรามสยามหยุดทำร้ายมลายูปัตตานี พบหลักฐานเก่าสุดในเอกสารจีน มีความตอนหนึ่งว่า
“ด้วยเหตุที่ชาวประเทศสยามและชาวหมาหลีอี้เอ๋อร์ (มลายู) เป็นศัตรูฆ่าฟันกันมานาน บัดนี้ต่างสวามิภักดิ์ (ต่อจีน) จึงมีพระบรมราชโองการมิให้ชาวประเทศสยามทำร้ายชาวมลายูตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้”
[จากหนังสือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ. 1825-2395 (แปลจากเอกสารทางราชการของจีน) คณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2523 หน้า 3]
สยาม หมายถึงคนหลายชาติพันธุ์บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา-คาบสมุทรตอนบนซึ่งพูดภาษาไทย (ตระกูลไท-ไต) เป็นภาษากลางในการสื่อสารต่อกันในกลุ่มต่างๆ ดังนั้นต่อไปข้างหน้าพวกสยามเหล่านี้จะกลายเป็นไทย และเป็นบรรพชนคนไทยปัจจุบัน
สยามในเอกสารจีน (ไม่ใช่สุโขทัยตามที่เคยเชื่อมานาน) น่าจะหมายถึงสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)-อโยธยา (พระนครศรีอยุธยา) มีเครือข่ายกองกำลังทางทะเลอยู่รายรอบอ่าวไทย โดยเฉพาะตั้งแต่เมืองเพชรบุรีลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช
มลายูในเอกสารจีนน่าจะหมายถึงเมืองปัตตานี เพราะ
- ปัตตานีเป็นคำกลายจากภาษามลายูว่าปตานี, ปาตานี
- บริเวณคาบสมุทรถึงหมู่เกาะเป็นถิ่นฐานดั้งเดิมของคนพื้นเมืองพูดภาษามลายูในวัฒนธรรมมลายู ผู้ชำนาญการเดินเรือสมุทรอย่างน้อยราว 3,000 ปีมาแล้ว
- ปัตตานีเป็นรัฐเอกราชในวัฒนธรรมทวารวดี-ศรีวิชัย นับถือฮินดู-พุทธ อย่างน้อยตั้งแต่เรือน พ.ศ. 1000 (ร่วมสมัยเมืองนครปฐมโบราณ)
- ราว พ.ศ. 1900 รัฐปัตตานีเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม (ซึ่งนักปราชญ์โลกเชื่อกันว่ารับผ่านจากจีน)
ภาษามลายู เป็นภาษากลางทางการค้าทางทะเลสมุทรบริเวณคาบสมุทรและหมู่เกาะ รวมทั้งข้ามมหาสมุทรไปไกลถึงอินเดียและตะวันออกกลางเมื่อพันๆ ปีมาแล้ว
ดังนั้น กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาจึงยกย่องมลายูผู้ชำนาญการค้าทางทะเลสมุทรเป็นผู้ควบคุมการค้าด้านตะวันตก (กรมท่าขวา) คือ มหาสมุทรอินเดีย เรียกตำแหน่ง “จุฬาราชมนตรี” (มีหลักฐานอยู่ในกฎมณเฑียรบาล)
ด้วยเหตุนี้ มลายูจึงเป็นกลุ่มคนสำคัญมากทางการค้าระหว่างประเทศตั้งแต่สมัยอโยธยาถึงสมัยอยุธยา ส่งผลให้อยุธยาเป็นชุมทางการค้านานาชาติจนมั่งคั่งและมั่นคง มีวัดกับวังยศยิ่งฟ้า
ในอยุธยา หลักแหล่งเชื้อสายมลายูปัตตานีดั้งเดิมยังมีสืบมาอยู่บริเวณคลองตะเคียน (ปท่าคูจาม) นอกเกาะเมือง ด้านทิศใต้ ได้กลายตนเป็นไทยหรือคนไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาจนปัจจุบัน

ย้อนอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

