คอลัมน์โลกสองวัย : อย่าให้ถอยไกลกว่านี้

แฟ้มภาพ

ไม่ว่าผลจะเกิดจากเหตุใด แต่การที่เด็กสิงคโปร์อายุ 15 ปี ทดสอบอย่างเป็นทางการประกาศผลทาง PISA ที่มีประเทศเข้าร่วมการทดสอบ 72 ประเทศ และกลุ่มเศรษฐกิจ ได้เป็นที่ 1 ในวิชาวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ ซึ่งสุ่มตัวอย่างจากเด็ก 540,000 คน เพื่อประเมินคุณภาพ ความเท่าเทียม และประสิทธิภาพของระบบโรงเรียนในแต่ละประเทศ

ผลที่ปรากฏออกมาสะท้อนว่าคุณภาพของประชาชนที่เป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในอนาคตเป็นอย่างไร

ผลการทดสอบคราวนี้เน้นที่วิชาวิทยาศาสตร์ สิงคโปร์ขึ้นเป็นที่ 1 ของโลก ตามด้วยญี่ปุ่น เอสทัวเนีย ฟินแลนด์ และแคนาดา

ประเทศที่น่าสนใจคือเวียดนามจากเดิมเป็นที่เท่าไหร่ไม่ทราบ แต่คราวนี้กระโดดขึ้นมาเป็นที่ 8

ประเทศไทยยังดีไม่หล่นที่โหล่ แต่เป็นที่ 55 โดยผลการทดสอบทั้งหมดลดลงทุกวิชา

การทดสอบจาก PISA มีทุกปี และสิงคโปร์ครองตำแหน่งที่ 1 มาหลายครั้ง สลับกับฟินแลนด์ ซึ่งเคยได้ที่ 1 มาสองสามครั้ง

รองศาสตราจารย์ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บอกว่า คุณภาพการศึกษาไทยคงลดลงต่ำไปเรื่อยๆ “ชนิดกู่ไม่กลับ”

อาจารย์บอกว่า เป็นครั้งแรกที่พบว่าลูกศิษย์ปริญญาโทบางคนทำเลขร้อยละที่เป็นอัตราส่วนไม่เป็น ทั้งที่เป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์โดยตรง น่าตกใจมาก และมีเพื่อนเล่าว่านักศึกษาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย้ายข้างตัวแปรในสมการจากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้ายไม่เป็น

ส่วนอีกคนหนึ่ง คุณไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ ต่อท้ายเรื่องของอาจารย์ชิตมาว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากห้องเรียน ห้องสมุด แม้แต่กองขยะก็สามารถเรียนรู้ได้ อยู่ที่ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ไม่ต้องเรียนรู้จากครูที่จบปริญญาก็ได้

ถึงวันนี้น่าจะทราบแล้วว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ที่มาแทนพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ คือใคร มีความรู้เรื่องการศึกษามากน้อยเพียงใด หรือเพียงแต่มาขัดตาทัพไว้อีกคนหนึ่ง

น้องหนูทราบไหมว่า นับจากรัฐบาลชุดที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการไปแล้วเป็นคนที่สาม

คนแรกคือพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีได้สักครึ่งปี น้องหนูยังจำชื่อไม่ได้ แม้แต่ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ยังเขียนชื่อเขียนนามสกุลไม่ค่อยจะถูกต้อง

ยังไม่ทันไร ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลเอกดาว์พษ์ รัตนสุวรรณ พรรคพวกหลายคนถามว่าเรียกชื่อรัฐมนตรีท่านนี้ว่า “ดาวพงษ์” หรือ “ดา(ว์)พงษ์” เพราะมีการันต์ที่วอแหวน

ชื่อของรัฐมนตรีท่านนี้คือ ดา (ว์) พงษ์ ส่วนจะมีความหมายอย่างไรให้ไปสอบถามตัวเจ้าของชื่อเอง

เมื่อมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ งานที่เดินเรื่องไว้คงต้องปรับเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดาของคนใหม่ คงไม่เห็นชอบไปกับนโยบายของรัฐมนตรีคนเดิมทั้งหมด

ปัญหาสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการวันนี้คือระบบการศึกษาที่มีต่อเนื่องยืดเยื้อยาวนานมานับปีจะปรับเปลี่ยนไปเป็นอื่นอีกหรือไม่

แล้วจะทำอย่างไรให้หลักสูตรการเรียนการสอนในปีการศึกษาหน้า 2560 จะเดินตามทันโลกที่ก้าวไปข้างหน้าได้ทัน อย่างน้อยทันต่อยุคสมัยแห่งดิจิทัล

โลกทุกวันนี้ก้าวไปข้างหน้าไกลเกินกว่าจะมาเรียนกันในระบบ “ท่องจำ” หรือระบบ “อนาล็อก” กันอีกแล้ว และความจำเป็นต้องเรียนบนหน้าหนังสือที่พิมพ์บนกระดาษแทบว่าไม่จำเป็น เพราะบทเรียนที่ปรากฏบนจอโทรศัพท์มือถือ ทั้งอ่าน ทั้งพิมพ์ ทั้งแก้คำผิด ทั้งโต้ตอบและตรวจข้อสอบได้ ไม่ต้องมีใครมาทำแทน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon