กกต.อย่าผิดพลาด

20.06.23 | 12:00 น.

กกต.อย่าผิดพลาด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับ

โดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ เที่ยงธรรมผ่านวันเลือกตั้งมาแล้ว 1 เดือนเศษ

ขณะนี้รอว่าเมื่อไรจะประกาศรับรอง ส.ส.ให้ครบ 95% เพื่อจะได้มีรัฐพิธีประชุมรัฐสภา

เปิดประชุมสภา เลือกประธานและตามมาด้วยประชุมร่วมสภาผู้แทนฯกับวุฒิสภาเพื่อเลือกนายกฯ

Advertisement

ด้วยความล่าช้า อืดอาด จึงเกิดกระแสกดดันจากหลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่ กกต.

ปฏิเสธหรือไม่ว่า กกต.หมกมุ่น อยู่กับประเด็นการถือหุ้นไอทีวีของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ วันๆ มีแต่ความคลุมเครือ สับสนอลเวงว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไรกับคำร้องต่างๆ

ไม่มีการชี้แจงให้กระจ่าง ชัดเจน!?

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบัตรเขย่ง 47 หน่วย ต้องจัดการนับคะแนนใหม่ ยังดีที่ไม่ถึงกับจัดเลือกตั้งใหม่

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กกต.ก็ทำงามหน้า

หนึ่ง กรณีบัตรลงคะแนนจากต่างประเทศไม่เอามานับคะแนน กระทั่งต่อมา ป.ป.ช.ชี้มูลว่า อดีตรองเลขาธิการ กกต.มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

หนึ่ง กกต.ถูกศาลอุทธรณ์สั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า62 ล้านบาท แก่ สุรพล เกียรติไชยากร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เนื่องจาก กกต.ให้ใบส้ม เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนำไปสู่การจัดเลือกตั้งซ่อม

ปัจจุบัน คดีอยู่ระหว่างฎีกา ถ้า กกต.แพ้ ใครจะรับผิดชอบเงินค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้สุรพล

จะเอาเงินภาษีประชาชน หรือเงินส่วนตัวของ กกต.ที่ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไปจ่าย?!

มาครั้งนี้ มีคนที่ขัดขวางการขึ้นเป็นนายกฯของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตามทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งทำกันอย่างเป็นขบวนการหรือไม่?

จากปมหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น ซึ่งรับมาจากบิดาในฐานะตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกตามที่ศาลสั่ง

ปฏิบัติการไล่ล่าหมายเด็ดหัวพิธาไม่ให้ได้ผุด-ได้เกิดทางการเมือง

หนึ่ง กำลังผลักดันให้ ส.ส.เข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 50 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนฯ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

หนึ่ง เรียกร้องให้ กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82

หนึ่ง จะให้ กกต.ยื่นฟ้องศาลอาญาเพื่อเอาโทษตามมาตรา 151 พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

แต่ กกต.ต้องคิดให้ดี ถ้าทำอะไรผลีผลามบุ่มบ่าม โดยไม่ยั้งคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ อาจจะเดือดร้อนเหมือนเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 กรณีให้ใบส้มสุรพลและไม่นำบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศมานับคะแนน

อย่าลืมว่าพิธา เพียงแค่เป็นผู้จัดการมรดก และก่อนประกาศรับรองเป็น ส.ส.ก็ได้โอนให้น้องชายไปแล้ว

อีกทั้งไอทีวีก็ไม่ได้ประกอบกิจการทีวีมานาน 17 ปีแล้ว

ที่สำคัญ การปลอมแปลงเอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวีนั้นเข้าข่ายผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุกและปรับเป็นเงิน

กกต.จะมากล่าวหาว่าพิธารู้อยู่แล้วว่าถือหุ้นสื่อเป็นสิ่งที่ขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างไร?

ในเมื่อเคยแจ้งกับ ป.ป.ช.และ กกต.ไปแล้วว่าเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อปี 2562 ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

การดำเนินการกับพิธาของ กกต.ไม่ว่าจะฟ้องต่อศาลอาญา หรือศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา!?!

เทวินทร์ นาคปานเสือ