รัฐบาลใหม่ต้อง SAVE อโยธยา เมืองโบราณต้นกำเนิดประเทศไทย และความเป็นไทย ฯลฯ ให้พ้นจากการถูกทำลายด้วยสถานีรถไฟความเร็วสูงตามมติทางการ ดังนี้
คณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อ 24 พฤษภาคม 2564 มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง ในทางเลือก
แนวทางที่ 1 การก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านพื้นที่มรดกโลก หรือ
แนวทางที่ 2 การเปลี่ยนเส้นทางใหม่ โดยอ้อมพื้นที่มรดกโลก
โดยมอบหมายให้กรมศิลปากร หารือกรมการขนส่งทางราง และการรถไฟแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการดำเนินการจัดทำ HIAs
SAVE ต้นกำเนิดประเทศไทยที่อโยธยา สนับสนุนความเจริญก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่อยู่ร่วมกันได้ดีเยี่ยมกับการรักษาต้นตอรากเหง้าเผ่าพงศ์ชาติพันธุ์หลากหลายที่ผสมผสานแล้วกลายตนเป็นไทยและประเทศไทย ซึ่งจะผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโตอย่างมีสติสัมปชัญญะอยู่ร่วมสากลโลก
เมืองอโยธยาอยู่บริเวณสถานีรถไฟอยุธยาและพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดอยุธยา, ต้นกำเนิดประเทศไทย และต้นกำเนิดความเป็นไทย
แต่เมืองอโยธยาถูกบังคับสูญหายจากสังคม จึงไม่พบเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งมีเหตุจากเมืองอโยธยามีความเป็นมาขัดแย้งหรือไม่ลงรอยกับแนวคิดทางการเมืองชาตินิยมของชนชั้นนำที่สถาปนาประวัติศาสตร์ชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติไทย” ว่าชนชาติไทยมีถิ่นกำเนิดในจีน ต่อมาถูกจีนรุกรานทำให้ชนชาติไทยต้องอพยพถอนรากถอนโคนลงไปตั้งถิ่นฐานใหม่ นับเป็นต้นทางประวัติศาสตร์ไทยสืบมาจนปัจจุบัน ดังนี้
- กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ราว พ.ศ. 1800 ซึ่งก่อตั้งโดยชนชาติไทยอพยพถอนรากถอนโคนเพราะถูกรุกรานจากจีน
ปัจจุบัน หลักฐานวิชาการทางโบราณคดีเป็นที่รับรู้ทั่วกันว่ากรุงสุโขทัย “ไม่ใช่” ราชธานีแห่งแรกของไทย และ “เชื้อชาติ” ไม่มีจริงในโลก ดังนั้นชนเชื้อชาติไทยจึงไม่มี
- กรุงศรีอยุธยาสร้างเมื่อ พ.ศ. 1893 โดยชนชาติไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่มีพระเจ้า อู่ทองเป็นผู้นำโยกย้ายไพร่พลหนีโรคห่าจากเมืองอู่ทอง (จ. สุพรรณบุรี)
ปัจจุบัน หลักฐานวิชาการทางโบราณคดีเป็นที่รู้ทั่วไปว่าเมืองอโยธยาเป็นต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา และพระเจ้าอู่ทองไม่มีตัวตนจริง หากเป็น “วีรบุรุษในตำนาน” ที่ถูกชนชั้นนำอุปโลกน์ให้มีตัวตนจริง
เมืองอโยธยามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย เป็นที่รับรู้ของนักปราชญ์และนักวิชาการนานนับศตวรรษมาแล้ว จึงมีการศึกษาค้นคว้าสืบเนื่อง ดังนี้
(1.) ร.5 ทรงให้ความสำคัญมากว่าอโยธยาคือเมืองเก่าของอยุธยา อยู่ฝั่งตะวันออกของพระนครศรีอยุธยา ในพระราชดำรัสเมื่อ พ.ศ. 2450 เปิด “โบราณคดีสโมสร” กล่าวถึงเมืองอโยธยาและวัดวาอารามสำคัญในเมืองอโยธยามีสถูปเจดีย์วัดวาอารามสำคัญๆ ได้แก่ วัดพนัญเชิง, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดอโยธยา (วัดเดิม), วัดกุฎีดาว, วัดมเหยงคณ์ เป็นต้น
(2.) พระยาโบราณราชธานินทร์ [(พร เดชะคุปต์) ทำงานโบราณคดี ขุดแต่งโบราณสถานอยุธยาคนแรกของสยาม] ชี้ว่าอโยธยาอยู่ทาง “สเตชั่นรถไฟกรุงเก่า” มีวัดสมณโกฏ, วัดกุฎีดาว, วัดอโยธยา (หรือวัดเดิม) [จากหนังสือ ตำนานกรุงเก่า ของ พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) พ.ศ. 2450]
(3.) ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) มีความเห็นคล้อยตามพระยาโบราณราชธานินนทร์ ว่าอโยธยาอยู่ทางสถานีรถไฟกรุงเก่า (จากหนังสือ เรื่องเมืองไตรตรึงส์ อู่ทอง และ อโยธยา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2499)
(4.) มานิต วัลลิโภดม (อดีตผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดี กรมศิลปากร) เรียบเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับอโยธยาและเครือข่าย (จากนิตยสาร สามทหาร พ.ศ. 2505)
(5.) ศรีศักร วัลลิโภดม (อดีตอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) เสนอบทความวิชาการว่าอโยธยาอยู่ทางตะวันออกของอยุธยา พร้อมแสดงหลักฐานภูมิประเทศและหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี, จารึก, ตำนาน, พงศาวดาร [บทความเรื่อง “กรุงอโยธยาในประวัติศาสตร์ไทย” พิมพ์ครั้งแรกในวารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับพิเศษ (3) ว่าด้วยประวัติศาสตร์ไทย พ.ศ. 2509 หน้า 58-86]
(6.) จิตร ภูมิศักดิ์ (เขียนไว้ระหว่าง พ.ศ. 2507-2508 หลังออกจากคุก) ระบุว่า อโยธยามีแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 ราว พ.ศ. 1599 พบในพงศาวดารกรุงสุธรรมวดี (สะเทิม) ฉบับพิมพ์ภาษามอญที่ปากลัด (พ.ศ. 2453) และพงศาวดารพม่า ฉบับหอแก้ว (จากหนังสือ ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2547)
จิตรอธิบายย้ำว่าอโยธยามีระบบการศาล, ระเบียบบริหาร, จารีตราชสำนัก, ระเบียบประเพณีในสังคมที่เรียบร้อยในระดับหนึ่งมานานแล้ว โดยพบหลักฐานยืนยันในกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ พ.ศ. 1886 (ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา 7-8 ปี) สิ่งเหล่านี้ต้องการเวลาพัฒนา ไม่ใช่จะคิดตั้งขึ้นได้ชั่วข้ามคืน (จากหนังสือ สังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2547 หน้า 9-16)
(7.) หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล (อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) ยอมรับว่าอโยธยามีจริงอยู่อยุธยา แต่มีความคิดต่างหลายอย่างในรายละเอียดปลีกย่อย[บทความเรื่อง “ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรุงอโยธยา” ของ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล สังคมศาสตร์ปริทัศน์ (ปีที่ 4 ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2509 หน้า 91-120]
(8.) พเยาว์ เข็มนาค (อดีตข้าราชการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร) สำรวจและทำผังเมืองอโยธยาอย่างมีระบบด้วยเทคโนโลยีทันสมัยเมื่อ 5 พ.ศ. 2561 (หนังสือ ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา รายงานข้อมูลจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม (ฉบับสมบูรณ์) ของ พเยาว์ เข็มนาค พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2562)
SAVE ต้นกำเนิดประเทศไทยที่อโยธยา


