หาก “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” เรียกปฏิบัติการที่เครือข่ายของพวกตนกระทำนับแต่วันที่ 18 ธันวาคมเป็นต้นมา เป็น “สงคราม”
นี่ก็มิได้เป็นสงคราม “แบบแผน”
ถึงจะใช้ชื่อว่า “สงครามไซเบอร์” แต่กระบวนการเคลื่อนไหวสำแดงออก ก็ดำเนินไปอย่างที่เรียกว่า “นอกแบบ”
“เป้าหมาย” ในการเข้าโจมตีอาจ “แจ่มชัด”
แจ่มชัดว่าเป็น “หน่วยราชการ” ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม และล่าสุดคือกรมบัญชีกลาง
รู้สึกหรือไม่ว่าคล้ายๆ กับที่เกิดขึ้นใน “ภาคใต้”
เพียงแต่ “เป้าหมาย” อันอึกทึกครึกโครมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 3 อำเภอในสงขลา 1 เป็นทหาร 1 เป็นตำรวจ และ 1 บางครั้งก็เป็นแนวร่วมของทหาร ตำรวจ
เป็น “อาสาสมัคร” และเป็น “ครู”
เพียงแต่การโจมตีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หากมิใช่มุ่งต่อ “ชีวิต” ก็มักจะเป็นการวางระเบิดสถานที่ราชการและแหล่งชุมชนทางการค้า
ขณะที่ “สงครามไซเบอร์” พุ่งไปยัง “เว็บไซต์”
ปฏิบัติการอย่างที่เรียกว่า “เด็กปาก้อนหิน : F5” ในวันที่ 20 ธันวาคม ต้องการป่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างผ่านกรมบัญชีกลาง
เท่ากับเป็นการสกัด “การลงทุน” สร้างความยุ่งยากให้กับ “งบประมาณ”
แม้จะสัมพันธ์กับการเบิกจ่ายเงินในโครงการหลากหลายระดับของ “รัฐ” แต่ยังมิได้มีการแตะเข้าไปยังเรื่อง “เงินเดือน”
ยุทธการผ่าน F5 ค่อนข้างจะ “ดึกดำบรรพ์”
มิได้เป็นการเจาะข้อมูลแบบ HACKER ระดับโลกอย่างกลุ่ม ANONYMOUS นักรบนิรนาม ไร้ชื่อ เพียงแต่ต้องการ “ป่วน” ให้เกิดสภาวะ “ล่ม”
สำนวนของพวกเขาจึงวนเวียนอยู่กับคำว่า กด รัว รัว กระหน่ำเข้าไปใน “เว็บไซต์” อันเป็นเป้าหมายกระทั่ง “เดี้ยง” ในที่สุด
แนวรบนี้ “อาวุธ” ก็คือ “F5”
เพียงแต่ต้องมี “กำลังพล” ค่อนข้างมากกระทั่งแปรเป็นกระแสน้ำ ไหลบ่า ท่วมท้น เจิ่งนองไปโดยรอบเว็บไซต์อันเป็น “เป้าหมาย”
เท่ากับเป็นการ “รวมศูนย์” กำลังเข้า “โจมตี”
ไม่มีใครประเมินได้ว่า “กำลัง” โดยพื้นฐานซึ่งปฏิบัติการในนาม “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” มีอยู่มากน้อยเพียงใด
นี่คือ ความเร้นลับ ซึ่งดำรงอยู่
ไม่มีใครรู้ว่า “กองบัญชาการ” ของกลุ่มซึ่งเรียกตนเองว่า “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” ตั้งอยู่ ณ ที่ใด
เพราะหากรู้ก็คงไม่เกินกำลังของ“เจ้าหน้าที่”
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หรือแม้กระทั่ง “ศซบ.ทบ.” ของ “ท่านฤทธี”
เพราะหากรู้ก็คงจัดการ “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” ไปตั้งแต่ปี 2558 แล้วคงไม่ปล่อยให้ “ลอยนวล” มาถึงเดือนธันวาคม 2559
ตรงนี้แหละที่กำลังกลายเป็น “ประเด็น”
ตรงนี้แหละที่สะท้อนและยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่า “สงครามไซเบอร์” เป็น “สงครามนอกแบบ” มิใช่สงคราม “แบบแผน”
เป็นสงครามอย่างเรียกกันว่า “จรยุทธ์” หรือ “กองโจร”
ไม่ว่าจะหงุดหงิดกับ “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” มากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากน้อยเพียงใด
แต่มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน
เฉพาะหน้าก็คือ ระงับยับยั้ง “ปฏิบัติการ” ของ “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” ให้จงได้
มิเช่นนั้นแล้ว ไทยแลนด์ก็ยากจะก้าวถึง 4.0 ได้

