วิถีแห่งกลยุทธ์ : รุกตี หวั่นเฉิง ส่งเสียง ด้าน ‘บูรพา’ รุกตี ‘ประจิม’

วิถีแห่งกลยุทธ์ : รุกตี หวั่นเฉิง ส่งเสียง ด้าน ‘บูรพา’ รุกตี ‘ประจิม’

ตอนปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น ก่อนยุคสามก๊ก
ประชาชนมีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก อดอยากยากแค้นไปทุกหย่อมย่าน ขณะที่ขุนนางก่อการฉ้อราษฎร์ บังหลวง
สะสม ทรัพย์สิน เงินทอง
จึงเกิดกบฏ “โจรโพกผ้าเหลือง” ขึ้นทั่วแผ่นดินจีน อำนาจรัฐต้องระดมสรรพกำลังเข้ากำราบปราบปราม
หลายปีกว่าจะสงบ

หนังสือ “36 กลอุบาย” ของ สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศลัย ยกตัวอย่างการสู้รบระหว่างกองทัพฝ่ายรัฐบาลกับโจรโพกผ้าเหลือง
ณ เมืองหวั่นเฉิง มณฑลหูเป่ย
จูฮี แม่ทัพจากรัฐบาลบัญชากำลังส่วนหนึ่งขึ้นไปอยู่บนที่สูง ติดตามการเคลื่อนไหวของกำลังฝ่ายตรงข้าม
ลั่นกลองรบให้เข้าตีทางตะวันตกเฉียงใต้ของกำแพงเมือง
ฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองเห็นว่า มีกำลังมาโจมตีทางด้านตะวันตกเฉียงใต้จึงระดมทหารออกมาป้องกัน
ถามว่าจูฮีมี “แผน” อะไร

เมื่อจูฮีได้รับสัญญาณจากฝ่ายของตนซึ่งซุ่มอยู่ในยุทธภูมิสูงกว่ากำลังของโจรโพกผ้าเหลือง
ก็มองจังหวะก้าวของอีกฝ่ายออก
นั่นก็คือ กำลังของโจรโพกผ้าเหลืองต่างรวมศูนย์และระดมมุ่งไปยังกำแพงเมืองทิศตะวันตก
จึงมองเห็น “จุดอ่อน” และ “ช่องโหว่”
สั่งการให้กำลังฝ่ายตนเข้าโจมตีกำแพงเมืองทางด้านตะวันออกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นานก็รุกเข้าเมืองหวั่นเฉิงได้

Advertisement

บทสรุปจากการศึกครั้งนี้เป็นไปตามคาด เมื่อฝ่ายตรงข้ามมีความสับสน จะต้องช่วงชิงโอกาสนี้บุกเข้าโจมตี
อาศัยความฉับพลัน ไม่ให้ข้าศึกรู้ว่าจะบุกทางใด
ทุกอย่างดำเนินไปตามกลลวงอย่างที่สรุปอย่างรวบรัดว่า จะบุกทางทิศตะวันตก แต่ทำให้คิดว่ามุ่งไปทางทิศตะวันออก
ประดิษฐ์ พีระมาน เรียกว่า “ขู่ซ้าย ตีขวา”
เป็นกลยุทธ์จัดทัพ ทำทีจะเข้าโจมตีกองทัพข้าศึก แล้วลอบยกกำลังไปโจมตีกองทัพหน้าของข้าศึก
จนแตกพ่าย

หากมองผ่าน บุญศักดิ์ แสงระวี นี่อาจใกล้เคียงอย่างยิ่งกับกลยุทธ์ “ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม”
เมื่อศัตรูปั่นป่วน มิรู้เหนือใต้ ดุจจมในปลัก พึงชิงเอาชัยด้วยศัตรูสับสน
ตามคำอธิบายของ “คัมภีร์อี้จิง” คำว่า “จมในปลัก” ก็คือตกอยู่ในภาวะที่รวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน
แต่ขยับตัว หรือกระจายออกต่อตี มิได้
มีอันตรายที่จะพังพินาศได้ทุกเวลา ประดุจฝูงสัตว์ขาดหัวหน้า มิมีการบัญชาอย่างถูกต้อง
ก็จักต้องพ่ายแพ้ ไม่ช้า ก็เร็ว
หรืออีกนัยหนึ่ง ในระหว่างสงครามหรือการสัประยุทธ์ใดๆ ก็ดี เมื่อการบัญชาการของข้าศึกสับสนอลหม่าน
มิอาจวินิจฉัยหรือป้องกันได้อย่างถูกต้อง ทันท่วงที
จนเกิดเหตุอันไม่คาดฝันขึ้น พึงช่วงชิงโอกาสที่ข้าศึกวุ่นวาย ไร้การควบคุม รุกเข้าทำลายเสีย

ที่ว่า “ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม” ยังหมายถึงกลอุบายที่เห็นอยู่ทางตะวันออกหยกๆ แต่กลับวกไปอยู่ทางตะวันตก
ส่งเสียงทางนี้ แต่ตีทางโน้น
ทำทีถอยแต่กลับรุก ทำทีรุกแต่กลับถอย ลวงล่อข้าศึกอย่างแนบเนียน ทำให้ข้าศึกเกิดความเข้าใจผิด
แล้วช่วงชิงโอกาสเข้าพิชิตเอาชัย
กลยุทธ์นี้มีอยู่ในตำรา “พิชัยสงคราม” หลายเล่ม เช่น “ซุนวู” ว่าด้วย “ภูมิประเทศ” และ “ยุทธวิธีร้อยแปดว่าด้วยสงครามเสียง”
“ไหวหนานจื่อ” ว่าด้วย “การฝึกยุทธวิธี” เน้น
“ดังนั้น มรรควิธีแห่งการใช้ทหาร แสดงให้เห็นว่าอ่อนแอ แต่ปะทะด้วยแข็ง แสดงให้เห็นว่าเปราะ แต่ปะทะด้วยแกร่ง
เมื่อจะรวบพึงกระจาย เมื่อจักไปประจิม ควรทำทีไปบูรพา”

ในอีกด้านตามความเห็นของ สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย การใช้กลอุบายนี้ เท่ากับเป็น
การแสดงท่าทีหรือสภาพการณ์ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเราจะโจมตีเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเขาเคยทำมาก่อน
ทำให้ “เขา” เกิดความตกใจกลัว
และพยายามลบล้างหลักฐานหรือ “ฟุต พรินต์” เหล่านั้นออก แต่ “เรา” กลับหันไปโจมตีในจุดที่เขามิได้คาดคิดมาก่อน
เคล็ดลับที่สำคัญของ “กลอุบาย” นี้อยู่ที่ไหน
อยู่ตรงที่ต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามฝังใจเชื่อว่า เราจะทำอะไรในที่หนึ่ง จึงได้กำหนดแนวทางป้องกันเอาไว้
แต่เรากลับไปโจมตีในอีกจุดหนึ่ง
โดยที่เขาไม่รู้ตัว หรือถึงแม้จะรู้ตัวแต่ก็เป็นการรู้ตัวอย่างกะทันหันไม่สามารถจะกลับมาป้องกันได้ทันท่วงที
เท่ากับเป็นการล่อหลอกไปทางหนึ่ง แล้วโจมตีในอีกทางหนึ่ง

ในการดำเนินกลยุทธ์ “จะบุกทางทิศตะวันตก แต่ทำให้คิดว่าเรามุ่งไปทางทิศตะวันออก”
หรือที่เรียกอย่างรวบรัด “ส่งเสียงว่าตีทางบูรพา แต่ที่แท้ตีทางประจิม”
จึงต้อง “ประเมิน” ให้แน่ชัดว่า ฝ่ายตรงข้ามจะถูกหลอกล่อได้ตามที่คาดหมายไว้หรือไม่
เพราะหากฝ่ายตรงข้ามรู้ทัน กลอุบายนี้จะใช้ไม่ได้
การสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นทั้งในทาง “ความคิด” และแปรความคิดเป็น “รูปธรรม” ในการจัดกำลังจึงสำคัญ
ชี้ขาดผลแพ้ชนะ สำเร็จหรือล้มเหลว

ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างที่ “ซุนวู” ระบุผ่านตำราพิชัยสงครามบทว่าด้วย “ประเมินศึก” เอาไว้โดยสำนวนแปล บุญศักดิ์ แสงระวี
นั่นก็คือ
อันสงครามนั้น คือ การใช้เล่ห์อุบาย ฉะนั้น รบได้ให้แสดง รบไม่ได้ จะรุกให้แสดง ไม่รุก
ใกล้ให้แสดงไกล ไกลให้แสดงใกล้
ให้ล่อด้วยประโยชน์ ให้ชิงเมื่อระส่ำระสาย ข้าศึกแน่นให้เตรียมรับ ข้าศึกแข็งให้หลีกเลี่ยง
ข้าศึกโกรธง่ายให้ก่อกวน
ข้าศึกยโสให้เหิมเกริม ข้าศึกสบายให้เหนื่อยล้า ข้าศึกกลมเกลียวให้แยกสลาย ให้จู่โจมเมื่อไม่ระวัง
ให้รุกรบเมื่อไม่คาดคิด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image