พลานุภาพ‘ข่าวปล่อย’

25.06.23 | 12:00 น.

พลานุภาพ‘ข่าวปล่อย’

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยชนะขาดลอย ทิ้งคู่แข่งพรรคร่วมรัฐบาลเก่าแบบไม่เห็นฝุ่น กำลังดำเนินอยู่ และดำเนินต่อ

พรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง ซึ่งถือว่าท่วมท้น มั่นคงในเสถียรภาพ หากวัดกันที่จำนวน ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ควรต้องนับเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีเสถียรภาพสูงอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยเรามีได้

แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ดูจะไม่เป็นเช่นนั้น

Advertisement

ยังมีข่าว พรรครวมไทยสร้างชาติ หวังว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะรักษาการนายกรัฐมนตรีได้ยาวยืดไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะมองไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่จะจัดตั้งได้เสร็จเมื่อไร

คนในทำเนียบรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่า “พล.อ.ประยุทธ์” เก็บของในห้องทำงาน เตรียมตัวหยุดทำหน้าที่ รัฐบาลยังทำงานที่อ่อนไหวหลายๆ อย่างที่ควรจะรอให้รัฐบาลชุดใหม่มารับผิดชอบเอง อย่างการประชุมเชิญประชุมประเทศในอาเซียนนอกรอบเพื่อคุยเรื่องความเป็นไปในเมียนมา

ยังมีข่าวกระหึ่มไปทั่วว่า ที่สุดแล้ว “พรรคพลังประชารัฐ” จะร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับ “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา-ประชาชาติ” โดยพลิกให้ “ก้าวไกล” กับ “รวมไทยสร้างชาติ” ร่วมกันเป็นฝ่ายค้าน

โดยมีชะตากรรมของ “พรรคก้าวไกล” กับ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ที่ไม่ผ่านการต่อต้านมาเป็นเหตุผลที่ทำให้ “เพื่อไทย” พลิกขั้ว เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้

หลังดูท่าจะไม่ประสบความสำเร็จเรื่อง “หุ้นไอทีวี” ความพยายามที่จะหาเหตุผลมาให้ “วุฒิสภาชิก” มีความชอบธรรมในการไม่โหวตผ่านให้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ตามมาต่อเนื่อง

มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรับเรื่องนี้ด้วยการดูท่าที จนยอมที่จะชะลอความใส่ใจเรื่องการเลือกผู้บริหารพรรคชุดใหม่ จนมีเสียงพูดว่าใช้การได้ร่วมรัฐบาลเป็นเงื่อนไขกำหนดตัวผู้บริหารพรรค

ปล่อยข่าวกันออกมาว่า มี ส.ส.บางกลุ่มใน “เพื่อไทย” ใช้เกม “ประธานสภา” สร้างความปั่นป่วนภายในพรรค เพราะเห็นว่าการพลิกขั้ว ล้มกระดาน MOU 8 พรรคจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

มีการปล่อยข่าว “ผู้บริหารก้าวไกล” ขอคุยกับ “ภูมิใจไทย” อันเป็นการปล่อยข่าวไปในทางกระทบต่อความน่าเชื่อถือคือไปในทางที่สุดแล้ว “ก้าวไกล” ก็แค่ดิ้นรนแสวงอำนาจไม่ต่างจากพรรคอื่น

ยังมีเรื่องราวอีกหลายหลากที่ปล่อยออกมาเพื่อทำให้ “การเมืองเป็นแค่เรื่องของการช่วงชิงอำนาจได้โดยไม่ต้องเลือกวิธีการ”

ทำให้เห็นว่า “ความชอบธรรมทางการเมือง” กับ “คุณธรรม” ในความหมายของ “สำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน” เป็นคนละเรื่องกัน

ผลสำรวจล่าสุดของ “นิด้าโพล” ที่สะท้อนถึงความเบื่อหน่ายของประชาชน ที่การจัดตั้งรัฐบาลเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ยืดเยื้อ อย่างน่าเวียนหัวจนเริ่มมีคนจำนวนมากไม่อยากจะมายุ่งเกี่ยวด้วย

เรื่องยาวทั้งหลายเหล่านี้ ไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการทางการเมือง

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งใหม่ๆ ที่สะท้อนชัดถึงความตื่นตัวของประชาชนที่มีต่อข่าวสารและความเป็นไปทางการเมืองเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง

เนื่องเพราะประชาชนยิ่งตื่นตัว ให้ความสนใจความเป็นไปทางการเมืองมากเท่าไร โอกาสพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ประชาธิปไตยที่พัฒนาขึ้นย่อมทำให้ “อำนาจประชาชน” มีบทบาทมากขึ้น

“อำนาจของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” ย่อมสร้างโอกาสการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติได้อย่างเท่าเทียมมากกว่า

การช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อให้ราคากับข่าวปล่อยที่บั่นทอนพลังของอำนาจประชาชน จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศพัฒนาได้เร็วขึ้น

โดยกลุ่มที่เลี้ยงชีวิตด้วยการรับใช้อำนาจนิยม จะมีบทบาทการกำหนดความเป็นไปของการอยู่ร่วมกันน้อยลง

สุชาติ ศรีสุวรรณ