สะพานแห่งกาลเวลา : นาทีสุดท้ายบน ‘ไททัน’
โศกนาฏกรรมของ “โอเชียนเกต ไททัน” ทำให้ผู้เสพข่าวสารอย่างเราๆ ท่านๆ เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ หลายเรื่องด้วยกัน
แรกสุดก็คือตัว “ไททัน” ที่ฝรั่งเรียกว่า “ซับเมิร์สซิเบิลเวสเซล” (submersible vessel) ซึ่งเราไม่ควรเรียกว่า “เรือดำน้ำ” เพราะเป็นที่ชัดเจนว่า ผู้ที่เลือกหยิบคำนี้มาใช้เรียก ก็เพื่อจำแนกมันให้แตกต่างออกไปจาก “เรือดำน้ำ” (submarine) ซึ่งปฏิบัติการใต้ผิวน้ำได้เองอย่างเป็นอิสระ
ในขณะที่ “ยานปฏิบัติการใต้ผิวน้ำ” อย่างไททัน ต้องมีเรือพี่เลี้ยงคอยสื่อสารและติดตามร่องรอยกับลูกเรือที่อยู่ในยาน
ปัญหาคือ บ้านเรายังไม่มีศัพท์บัญญัติเพื่อใช้เรียกให้แตกต่าง และในเวลาเดียวกัน ถ้าพูดกันโดยนิยามทางเทคนิคแล้ว “ไททัน” ก็เป็นเรือดำน้ำชนิดหนึ่ง ในขณะที่เรือดำน้ำทั้งหมดก็เป็น “ยานปฏิบัติการใต้ผิวน้ำ” ชนิดหนึ่งเช่นเดียวกัน
เราเลยอนุโลมเรียก “ไททัน” ว่าเรือดำน้ำกันไปพลางๆ ตามบริบทแวดล้อม
เรื่องถัดมาก็คือสิ่งที่ (คาดกันว่า) เกิดขึ้นกับไททัน และคร่าชีวิตคนบนเรือทั้งหมด 5 คน
ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการถึงสาเหตุของการสูญเสียครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยพบเห็นกันมากนัก เขาใช้คำว่า “อิมโพลด” หรือ “อิมโพลชั่น” (implode or implosion) ซึ่งต่างจากการระเบิด (explosion) ที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ ต่างกันตรงไหน? แล้วเรียกว่าเป็นการ “ระเบิด” ได้หรือเปล่า?
คำตอบก็คือ ได้ครับ เพราะนั่นคือการระเบิดเหมือนกันแต่เป็นการระเบิด “ภายใน” หรือระเบิดเข้าไปข้างใน ซึ่งต่างจากการระเบิดทั่วไป ที่กำลังมหาศาลทะลักออกสู่ภายนอกทุกทิศทุกทางอย่างเฉียบพลันและรุนแรง
ถ้าจะให้เข้าใจได้ก็ลองนึกถึงลูกโป่งลูกเล็กๆ ที่กำไว้ในมือได้ ถ้าเราบีบตัวลูกโป่งแรงมากลูกโป่งก็จะแตก เพราะวัสดุที่ห่อหุ้มแรงดันไว้ภายในลูกโป่งไม่สามารถทนทานแรงบีบ “เข้าไปข้างใน” ของเราได้
ถ้าเปลี่ยนลูกโป่งเป็นกระป๋องเบียร์หรือกระป๋องโซดา ถ้าเราบีบแรงพอ มันจะเกิดการบุบ บิดเบี้ยว ของเหลวภายในจะทะลักออกมา แต่ตัวกระป๋องแม้จะบิดเบี้ยวแต่ก็ยังคงอยู่ ไม่ฉีกขาดเป็นชิ้นๆ เหมือนลูกโป่ง เพราะวัสดุที่ห่อหุ้มของเหลวภายในต่างกันนั่นเอง
แล้วใครไปบีบ “โอเชียนเกต ไททัน”? คำตอบก็คือ “ความกด” ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติแวดล้อม
ถ้าคนคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระดับน้ำทะเล คนคนนั้นจะรู้สึกได้ถึง “ความกด” ระดับ 14.7 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (14.7 พีเอสไอ) ซึ่งเรียกกันในทางวิชาการว่า ความกด 1 บรรยากาศ (atmosphere-atm)
“ความกด” ที่คนคนนั้นได้รับคือ “น้ำหนัก” ของอากาศที่อยู่โดยรอบตัวเขานั่นเอง
ความกดที่ว่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นถ้าหากตำแหน่งของเราลงต่ำมาจากจุดดังกล่าว แต่จะลดลงเรื่อยๆ เช่นกันถ้าหากเราลอยสูงขึ้นไป
ทีนี้ ถ้าเราไม่ได้ลงต่ำมาในอากาศแต่เป็นในน้ำ ความกดจะยิ่งแน่นหนามากขึ้น เพราะน้ำมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศมาก ทุกๆ 10 เมตรลึกลงไปในทะเล ความกดจะเพิ่มขึ้น 1 เอทีเอ็มหรือ 1 บรรยากาศ
“ไททัน” ดำลงไปในทะเลของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ 1 ชั่วโมง 45 นาที เมื่อขาดการติดต่อ ผู้เชี่ยวชาญประเมินกันว่า อยู่ที่ระดับราว 3,000 เมตรใต้ผิวน้ำ
เราสามารถคำนวณได้ว่า แรงกดดันที่เกิดกับไททัน ตกประมาณ 4,410 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือราวๆ 300 บรรยากาศครับ
นักฟิสิกส์และผู้เชี่ยวชาญเรือดำน้ำบอกตรงกันว่า ที่ความกดระดับนั้น แม้แต่รอยปริ รอยร้าวของตัวเรือไททันเพียงเล็กน้อยก็ก่อโศกนาฏกรรมได้แล้ว
ถ้าผมจำไม่ผิด เคยมีบางคนให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า ที่ใต้ทะเลระดับนั้น แรงที่กระทำต่อตัว “ไททัน” จากทุกทิศทุกทาง เทียบได้กับมีน้ำหนักของหอไอเฟล ทั้งหอกดเข้าหาตัวมันจากทุกๆ ด้านตลอดเวลา
ตัวเรือไททันสร้างขึ้นจากวัสดุ 2 ชนิดเป็นอย่างน้อยหนึ่งคือไทเทเนียม ที่ใช้เป็นเหมือน “จุกปิดหัวท้าย” ของเรือ ส่วนตัวเรือเป็นไฟเบอร์กลาสพิเศษ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้แต่รอยต่อระหว่างวัสดุ 2 ชนิด ถ้าหากไม่เนี้ยบพอ เจอแรงกดระดับนี้เข้าก็วายป่วงได้ทันที หรือถ้าโครงสร้างของเรือไม่ดี ก็เป็นปัญหาเช่นกัน
แม้แต่อาการ “ล้า” (fatigue) ของวัสดุที่ใช้ทำเรือไททัน ก็กลายเป็นโศกนาฏกรรมได้
เราเคยเปิดกระป๋องน้ำอัดลม แล้วโยกตัวบิดไปมาช้าๆในที่สุดมันจะขาดออก นั่นแหละครับคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า อาการล้าของโลหะหรือวัสดุ เมื่อถูก “ความกด” กระทำซ้ำๆ ตลอดเวลา
ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากอะไร แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาคือมหันตภัยครับ
เอริค ฟูซิล ผู้เชี่ยวชาญเรือดำน้ำ ที่เป็นรองศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยอเดเลด ในออสเตรเลีย บอกว่า ความกดขนาดนั้น จะใช้เวลาเพียง 20 มิลลิเซคันด์ หรือ 2 ใน 1,000 ส่วนของวินาทีก็ขยี้ทุกอย่างไปหมดแล้ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นทันทีทันใด แล้วก็เสียงดังมากๆ เขาบอก
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง อย่าว่าแต่ร่างกายมนุษย์เลย แม้แต่อุปกรณ์ทั้งหมดก็ไม่สามารถคงสภาพเป็นชิ้นเดียวเหมือนเดิมได้
นายแพทย์ เดล โมเล่ ผู้อำนวยการเวชศาสตร์ใต้ทะเล ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เปรียบว่าเหมือนกับการปิดเปิดสวิตช์ ทุกอย่างเฉียบพลัน จนสมองของมนุษย์ไม่มีเวลาพอที่จะประมวลเพื่อบอกให้รู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น
“ใน 1 ใน 1,000 ของวินาที คุณยังมีชีวิตอยู่
อีก 1 ใน 1,000 ของวินาทีถัดมา คุณตายแล้ว” หมอโมเล่บอกอย่างนั้น

