สถานีคิดเลขที่ 12 : เรื่องที่ควรคุยเกี่ยวกับ‘ก้าวไกล’

26.06.23 | 10:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : เรื่องที่ควรคุยเกี่ยวกับ‘ก้าวไกล’ พิ่งมีโอกาสอ่านบทสัมภาษณ์

เพิ่งมีโอกาสอ่านบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี ที่เผยแพร่ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด

อาจารย์อภิชาตน่าจะเป็นผู้รู้ทางเศรษฐศาสตร์ไม่กี่คน ที่กล้าออกมาส่งเสียงดังๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจขนานใหญ่ของพรรคก้าวไกลอย่างแหลมคม

ดังที่นักวิชาการผู้นี้วิเคราะห์ถึงนโยบายทลายทุนผูกขาดเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า

“เอาเรื่องทุนผูกขาดก่อน สังคมไหนยิ่งเหลื่อมล้ำมาก การเปลี่ยนแปลงกว่าจะเกิดมันช้าแต่ถ้ามันเกิดแล้วจะเร็วและแรง เพราะความตึงเครียดมันสูง และผมเชื่อว่าไทยน่าจะติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก

“เพราะฉะนั้น เมื่อระดับความเหลื่อมล้ำสูงขนาดนี้ แน่นอนว่าการเสนอนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงทุนผูกขาดก่อให้เกิดความขัดแย้ง แรงตึงเครียดทางสังคม

Advertisement

“ถามว่ายากไหม? ต้องยอมรับว่ายาก ถ้าง่ายมันทำไปนานแล้ว เพราะยิ่งเหลื่อมล้ำสูงแล้วคุณทลายทุนผูกขาด ผลประโยชน์ที่เขาสูญเสียจะยิ่งสูง เขาจะยิ่งต่อต้านแรง เมื่อเทียบกับระดับความเหลื่อมล้ำ ณ จุดเริ่มต้นที่ต่ำกว่านี้ เขาจะเสียประโยชน์น้อยกว่านี้เขาก็จะต่อต้านน้อยกว่านี้

“ในแง่นี้ เราอาจตีความได้ด้วยซ้ำว่า รัฐประหารสองครั้งที่ผ่านมา คือ รัฐประหารเพื่อทุนผูกขาด ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

“อุปสรรคเยอะแน่ๆ ยากแน่ๆ มีอย่างเดียวที่ก้าวไกลและรัฐบาลใหม่ถ้าตั้งสำเร็จมี คืออำนาจต่อรองที่มาจากแรงหนุนหลังของมวลชน บอกนายทุนไปว่า คุณจะยอมเปลี่ยนดีๆ ตอนนี้ หรือจะเจอการเปลี่ยนแปลงที่เร็วและแรงมากขึ้นในอนาคต เพราะ ‘status quo is not an option’ (การดำรงสถานะแบบเดิมไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม) มันอยู่ไม่ได้

“คุณควรเป็นนายทุนผูกขาดที่ตื่นรู้ เช่น ‘คุณต๊อด (ปิติ) ภิรมย์ภักดี’ ที่ออกมาเห็นด้วยกับสุราก้าวหน้า คุณจะเสียผลประโยชน์ในระยะสั้น คุณจะมีสัดส่วนลดลงในพาย ถ้านโยบายนี้สำเร็จ

“แต่ในระยะยาว คุณต๊อดอาจจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับคราฟต์เบียร์ ที่ช่วยกันนำไปสู่การส่งออก เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมสุรา ออกไปทั่วโลก พายมันก็จะใหญ่ขึ้น

“สุดท้ายแล้ว สัดส่วนที่คุณได้น้อยลงในพายที่ใหญ่ขึ้น คุณอาจจะได้ผลประโยชน์มากขึ้น คุ้มกว่าผลประโยชน์ที่คุณสูญเสียในระยะเฉพาะหน้า

“สรุปสำหรับผมก็คือว่าดูตัวอย่างนี้ ถ้าคุณไม่สายตาสั้นจนเกินไป และคุณมองระยะยาวขึ้น ผลประโยชน์ที่คุณเสียในวันนี้มันอาจจะถูกชดเชยมากจนเกินคุ้มในวันหน้า

“เพราะฉะนั้น ยอมรับการเปลี่ยนแปลงดีกว่า เพราะถ้ารบกัน ในความหมายไหนก็ไม่รู้ สูญเสียทั้งคู่ และไม่รู้ว่าใครจะสูญเสียมากกว่ากัน คิดแบบรักษากระเป๋าตัวเองนะ ผมอยากจะพูดแบบนี้สำหรับทุนผูกขาด

“แล้วอีกอย่างหนึ่ง ถ้าคุณลดความเหลื่อมล้ำได้ เศรษฐกิจมันโตเร็วขึ้น พายมันจะใหญ่ขึ้น ตลาดภายในประเทศจะใหญ่ขึ้น คุณก็ขายของได้มากขึ้น”

วิธีการให้เหตุผลแบบอาจารย์อภิชาตน่าจะเป็นเนื้อหาหลัก เวลาเราสนทนากันถึงผลเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 และทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนั้น

แต่ความบิดเบี้ยวของสังคมการเมืองไทยกลับพาทุกคนเดิน “ออกนอกลู่นอกทาง” ไปไกล และถลำไปสู่ข้อถกเถียงอะไรก็ไม่รู้

หวังว่าการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะอันใกล้ จะนำพาพวกเรากลับเข้าสู่หนทางที่ควรเป็นเสียที