เติมเต็มนิเวศ‘อีวี’
ก็บตกจากงานสัมมนา “Thailand : Take Off” ที่เครือมติชน จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กูรูหลายคนฉายภาพเศรษฐกิจไทยและโลกในแง่มุมต่างๆ
มีประเด็นหนึ่งที่วิทยากรหลายคนพูดถึงคือเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าหรือ “อีวี” ทั้ง “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาฯสภาพัฒน์ และ “เกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตฯ
เลขาฯสภาพัฒน์บอกว่า การลงทุนยังไปดีอยู่ โดยเฉพาะอีวี มีนักลงทุนหลายรายมาตั้งโรงงานผลิต แต่สิ่งที่ไทยจะต้องทำคือดึงการลงทุนในอีโคซิสเต็ม หรือระบบนิเวศของอีวี ทั้งแบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ชิป นั่นคือต้องทำซัพพลายเชนให้ครบ
แต่อุตสาหกรรมนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง การใช้มาตรการจูงใจเดิม คือ การยกเว้นภาษีต่างๆ คงไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการอุดหนุนเงินทุน เหมือนประเทศอื่นๆ อย่างญี่ปุ่น ถึงกับมีกฎหมายอุดหนุนเงินลงทุน 50% ให้กับโรงงานผลิตชิป
ขณะที่ประธานสภาอุตฯ ฉายภาพให้เห็นถึงการแข่งขันระหว่างไทยกับคู่แข่งสำคัญอย่างอินโดนีเซียในการดึงดูดนักลงทุนยักษ์ใหญ่เข้าไปตั้งโรงงานผลิตอีวี ที่ต่างมีข้อดี-ด้อย ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าไฟ มาตรการจูงใจต่างๆ
แต่ขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงรอยต่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ที่ไม่รู้ว่าจะสมูธหรือขลุกขลัก ซึ่งจะมีผลต่อนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอีวี ไม่น้อย
จากฟากการลงทุนการผลิต หันมาดูความต้องการอีวีในไทยจะพบว่ายอดพุ่งกระฉูด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จดทะเบียนป้ายแดงถึง 5,557 คัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 991.75% รวม 5 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 23,913 คันเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 1,020.57% คาดว่าทั้งปีอาจทะลุถึง 6-7 หมื่นคัน
เมื่อมีการใช้อีวีในประเทศมากขึ้น สิ่งจำเป็นสำหรับอีวีก็คือสถานีชาร์จ ที่จะต้องมีรองรับให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นจะทำให้รวนไปทั้งระบบ
หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน พยายามเพิ่มสถานีชาร์จ เพื่อความสะดวกและความมั่นใจของผู้ใช้อีวี ไม่ต้องกลัวว่าหาที่ชาร์จยาก เลยไม่อยากใช้
เมื่อไม่นานมานี้ ภาคเอกชนอย่างบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด โดย “สุวิชชา สุดใจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเช่าอีวี ครบวงจรรายแรก พร้อม “ออน-ไอออน” โดย “โทรณ หงศ์ลดารมภ์” ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ EV Charger บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมกันเปิดสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า 6 ช่องจอด ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณชั้น 3A ฝั่งนอร์ท เปิดบริการตั้งแต่ 10.00-22.00 น.
เป็นเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสสลับ (AC Charger) ขนาดกำลังไฟ 7 กิโลวัตต์ รองรับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV : Plug-in Hybrid) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV: Battery Electric Vehicle) ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ที่รองรับหัวชาร์จ Type 2 และควบคุมการใช้งานผ่าน on-ion Mobile Application ทั้งระบบ Android และ iOS เปิดให้บริการเมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา
สถานีอัดประจุไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานช่วยรองรับการขยายตัวของอีวี การจับมือร่วมกันของเอกชนทั้ง 2 รายครั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้อีวี ในการเดินมากขึ้น อีกทั้งเป็นการยกระดับการผลิตและการใช้อีวี ให้ครบลูปเพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคต ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นพลังงานสะอาด
ดังนั้น การเพิ่มสถานีชาร์จ เป็นการเติมเต็มระบบนิเวศอีวีให้สมบูรณ์มากขึ้น รองรับตลาดอีวี ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ให้ผู้ใช้มีความสะดวกและมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ
ที่สำคัญ การใช้อีวี ช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติในขณะนี้
สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

