สมุทรปราการเมืองพื้นที่สีเขียว

บุราณกาลนานมา สมุทรปราการ หรือเมืองปากน้ำ เป็นเมืองที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน และอยู่ติดกับทะเล บนผืนดินของเมืองจึงอุดมด้วยป่าห้อมล้อมด้วยต้นไม้ และสมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน สมุทรปราการจึงเป็นเมืองอยู่ในอ้อมกอดของต้นไม้เขียวชอุ่ม เป็นป่าล้อมเมือง ช่วยให้เป็นเมืองร่มรื่น อากาศเย็นสบาย
ในปี พ.ศ.2436 ไทยมีรถไฟสายแรกจากหัวลำโพง กรุงเทพฯ แล่นเข้าสู่เมืองสมุทรปราการ ต่อมาเริ่มมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง โรงงานอุตสาหกรรมก็เริ่มผุดขึ้น บ้านเรือนของผู้คนก็ผุดขึ้นตาม เป็นชุมชนน้อยใหญ่ในที่ต่างๆ มีการตัดสร้างถนนหนทางคมนาคม เชื่อมติดต่อกับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และจังหวัดใกล้เคียง เดินทาง เพื่อธุรกิจการค้าขาย ไปมาหาสู่กัน
ในปัจจุบัน เมืองสมุทรปราการเจริญเติบโตไม่หยุดยั้ง ได้มีการสร้างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิรองรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจชาวต่างชาติเข้าประเทศไทย ตึกอาคารการค้าพาณิชย์ ศูนย์การค้า คอนโด หมู่บ้านจัดสรร ถูกสร้างขึ้นกระจายไปทั่วทุกย่านของเมืองรองรับเศรษฐกิจขยายตัว มีการสร้างถนนทางด่วนหลายเส้นทางสู่ตะวันออกเพื่อการคมนาคมสะดวกขึ้น

แน่นอน…นิเวศและสิ่งแวดล้อม ต้นไม้ เรือกสวนไร่นาที่มีอยู่ ก็ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน สมุทรปราการเลยกลายเป็นเมืองอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีต เป็นเมืองถูกรายล้อมด้วยตึกอาคารสูง แวดล้อมด้วยโรงงาน อุตสาหกรรม ขาดต้นไม้ให้ความร่มรื่น แม้จะมีต้นไม้แต่ก็ไม่หนาแน่นพอให้ความร่มเย็นได้
ป่าคอนกรีตเป็นตัวทำลายจิตวิญญาณของชาวเมือง สภาพสังคมชุมชนดั้งเดิมที่ถูกทำลายหายไป กลายเป็นเมืองทุนนิยมเสรี ที่มีมลพิษ เป็นเมืองสกปรก และเป็นเมืองไร้ระเบียบ ลำคลองธรรมชาติหลายแห่งแต่ก่อน น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา กลายเป็นคลองรองรับน้ำเสียที่ทิ้งมาจากชุมชน คลองหลายสายกลายเป็นคลองน้ำเน่าเหม็นในที่สุด
คนเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองให้ก้าวหน้า จึงจำเป็นที่คนต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีต้นไม้ห้อมล้อม เกิดความร่มเย็น จะช่วยยกจิตวิญญาณของชาวเมืองสมุทรปราการให้มีความคิดอ่านในทางที่ดี ทำสิ่งที่เป็นมงคล เป็นการล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของจังหวัดให้หมดไป ผู้คนก็จะมีสุขภาพกายและจิตดี มีอารมณ์เยือกเย็น มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ต้นไม้จึงมีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณของคนและเป็นสิ่งจำเป็นของผู้คน อาศัยในเมืองมาก
จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้เมืองสมุทรปราการกลับมามีนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่ดีเหมือนแต่ก่อน ด้วยการทำให้เมืองเป็นธรรมชาติสีเขียวเต็มไปด้วยต้นไม้ เป็นเมืองมีสภาพแวดล้อมและนิเวศที่ดีด้วยป่าต้นไม้ คลองน้ำใส สะอาด ฝูงปลากลับมาอาศัย จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงดูดผู้คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้มาเที่ยว ให้มาลงทุน นั่นก็หมายถึงเม็ดเงินและรายได้จะเข้ามาที่จังหวัดอย่างมหาศาล
โดยเริ่มต้นที่ตัวจังหวัดก่อน ปลูกต้นไม้ให้เต็มในเมืองก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปรอบนอกอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ปลูกต้นไม้เพิ่มตามไหล่ทางทุกสาย บนฟุตปาธทุกแห่ง บนที่สวน นา ไร่ เอกชนที่ปล่อยทิ้งร้างให้เป็นป่าชุมชน มีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต
จังหวัดควรเอาการปลูกต้นไม้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องทำต่อเนื่องและตลอดไป ในไม่ช้า สมุทรปราการจะกลายเป็นเมืองมหัศจรรย์ เป็นป่าสีเขียวล้อมรอบ จนเป็นเมืองที่น่าอยู่น่าอาศัย ป่าต้นไม้ในเมือง จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับจังหวัด ทั้งยังช่วยลดการแผ่ความร้อนจากป่าคอนกรีตในเมืองลงได้
เป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพ เป็นการส่งเสริมให้สมุทรปราการเป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเป็นมรดกของลูกหลาน ได้อาศัยเป็นแหล่งทำมาหากินกับการท่องเที่ยว ได้อย่างถาวรตลอดไป
เราชาววุฒิอาสาธนาคารสมองสมุทรปราการ มาช่วยกันฟื้นฟูสมุทรปราการให้เป็นเมืองสีเขียวร่วมกับจังหวัด ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน แม้จะกลับมามีสภาพไม่เต็มร้อยเหมือนแต่ก่อนก็ตาม แต่อย่างน้อยช่วยให้เมืองในป่าคอนกรีต ชุ่มชื่น ร่มรื่น ด้วยต้นไม้ช่วยปะทะยับยั้งความร้อนให้เบาบางลงได้

การเพิ่มพื้นที่สีเขียว จะต้องลงมือทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เนื่องจากต้นไม้ต้องใช้เวลาเติบโตและเห็นผลช้า ดูอย่างสิงคโปร์กว่าจะเป็น Garden City ได้ ต้องใช้เวลานานกว่า 50 ปี จากเมืองบนเกาะมีต้นไม้ไม่กี่ต้น จนในปัจจุบันมีต้นไม้เขียวขจีเต็มเกาะนับล้านล้านต้น และมีสวนสาธารณะเพิ่มอีกมากมาย
สิงคโปร์ มีเนื้อที่ 728.6 ตร.กม. ส่วนจังหวัดสมุทรปราการมีเนื้อที่ 1,004 ตร.กม แม้จะมีเนื้อที่มากกว่า สิงคโปร์ 275.4 ตร.กม. แต่ก็ไม่มากที่จะมาเป็นปัญหาอุปสรรค น่าจะอยู่ในวิสัยที่จังหวัดจะขับเคลื่อนได้ ด้วยการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อเป็นงานชิ้นโบแดงโชว์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่มองการณ์ไกล และเป็นผลงานที่ชาวจังหวัดจะชื่นชม เล่าขานเป็นตำนานกันไม่ลืม
แม้จะเป็นงานไม่ง่ายนักแต่สามารถเป็นไปได้จริง หากทุกภาคส่วน ตั้งแต่จังหวัด อบต. เทศบาล อบจ. หน่วยราชการ อาทิ กรมป่าไม้, กรมทางหลวงแผ่นดิน, วัด, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, ภาคเอกชน และการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ต่างตระหนัก และไม่ยอมจำนนท้อต่ออุปสรรค และเล็งเห็นคุณค่า ความสำคัญการปลูกต้นไม้ล้อมเมือง สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ และนับเป็นจังหวัดแรกก็ว่าได้ ที่ปลูกต้นไม้เต็มเมืองจนเขียวขจีร่มรื่น ที่ทั้งชาวไทยและเทศต่างสนใจจะมาเที่ยวเมืองสมุทรปราการกัน
ผดุง จิตเจือจุน
วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดสมุทรปราการ

