หน้าแรก คอลัมนิสต์ เชียร์อย่างอา...

เชียร์อย่างอารยะ : บทนำมติชน

24.12.16 | 13:50 น.

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศนัดสองที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ปรากฏเรื่องอื้อฉาวเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศ เมื่อกองเชียร์ทีมชาติไทยจุดพลุแฟลร์สีแดงเกิดควันและประกายไฟในสนาม ทันทีที่ทีมชาติไทยยิงประตูนำ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว ระบุว่าทั้งๆ ที่ทราบกฎระเบียบข้อห้ามและกฎหมายแต่กลับฝ่าฝืน ซึ่งอาจส่งผให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตัดสินปรับขั้นต้นประมาณ 700,000 บาท และอาจถูกลงโทษห้ามจัดการแข่งขันในเกมเหย้า ห้ามแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันในสนาม หรือถูกสั่งให้จัดการแข่งขันในสนามประเทศที่เป็นกลางแทน

นอกจากแถลงการณ์ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขอให้สั่งการสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากและผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดติดตามสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ กระทั่งล่าสุดคดีคืบหน้าระดับหนึ่ง ผกก.สน.หัวหมากระบุว่าเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอออกหมายจับบุคคลตามภาพ 9 คน ออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 รายเพื่อเข้าให้การในฐานะพยาน รวมถึงได้มีการออกหมายเรียก แกนนำกลุ่มกองเชียร์ที่ใช้ชื่อว่าอุลตร้าไทยแลนด์เข้าให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม กลุ่มกองเชียร์ที่น่าเชื่อได้ว่าร่วมก่อเหตุหรือมีส่วนรู้เห็น กลับไม่สำนึกเห็นผิดเป็นถูก มองเป็นเรื่องเชียร์ปกติ ทั้งที่ไม่ใช่ จึงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

การแข่งขันกีฬาแต่ละชนิด มีกฎ กติกาควบคุมการแข่งขัน มีระเบียบ กฎข้อห้ามในการเชียร์เป็นมาตรฐานกลาง ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา หรือผู้เข้าชมการแข่งขัน ต้องยึดถือกฎ ข้อห้ามต่างๆ ในการอยู่ร่วมกันในสังคมการแข่งขัน การชมเชียร์ เมื่อกีฬาเป็นเรื่องของสปิริต ความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ กองเชียร์ก็ต้องมีสปิริต ให้ความเคารพผู้เข้าแข่งขัน ยึดมั่นกติกาด้วย ใครก็ตามไม่มีสิทธิที่จะแสดงความดีใจส่วนตัวอย่างใดก็ได้โดยล่วงละเมิดผู้อื่น ต้องอยู่ในกรอบขอบเขตแห่งความพอดี ซึ่งมีกติกากำกับ การจุดพลุแฟลร์ในสนาม ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ทั้งยังอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย และฝ่าฝืนข้อห้ามฝ่ายจัดแข่งขัน-ฟีฟ่า ดังนั้น ตำรวจต้องดำเนินการจับกุมมาลงโทษให้ได้ เพื่อให้สังคมมีหลักประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแข่งขัน การเชียร์กีฬาเป็นวัฒนธรรมที่ปลอดภัย ไม่สุ่มเสี่ยงอันตราย ในสถานที่ปิดที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น