ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านความเห็นชอบ
พ้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว
อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อประกาศบังคับใช้ต่อไป
ท่ามกลางเสียงต่อต้าน เคลื่อนไหว โจมตีเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ แสดงปฏิกิริยาตอบโต้
ไม่พอใจการออกกฎหมายปิดกั้นเสรีภาพและการเข้าถึงข้อมูล
ผู้มีตำแหน่งแห่งหนในบ้านเมือง ทั้งจากฟากฝ่ายสภานิติบัญญัติแห่งชาติและใน
ฝ่ายบริหาร ออกมาชี้แจง-ตอบโต้ฝ่ายยี้-ปฏิเสธกฎหมายคอมพ์พัลวัน
บางคนบอกว่า ควรรอให้กฎหมายประกาศใช้ก่อน หากประชาชนเห็นว่าต้องแก้ไข
ก็สามารถเสนอความเห็นขอแก้ไขไปยังกระทรวงดิจิทัลฯ หรือแม้แต่ สนช.ได้
บ้างระบุ เนื้อหากฎหมาย 90% สร้างประโยชน์กับสังคม แต่ยอมรับ 5-10% คลุมเครือ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในหมู่ประชาชน
ได้ยินได้ฟังสุ้มเสียงฝ่ายออกกฎหมาย
ใครต่อใครคงคุ้นมุข จำลีลาสืบทอดมรดกเผด็จการ เมื่อครั้งทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 50 ได้เป็นอย่างดี ที่ว่าให้รับๆ ไปก่อน ไม่ดีค่อยแก้ไข
สุดท้ายแก้ได้หรือไม่ ชะตากรรมคณะผู้เสนอญัตติ-ผลักดันแก้ไขเป็นอย่างไร สังคมประจักษ์ชัดมาแล้ว
อันที่จริง หากร่างไม่ดี ต้องแก้ทันทีแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้มีเหยื่อ-คนถูกลงโทษจาก
การออกกฎหมายที่มีเจตนาแฝงเร้นบางประการนี้
ม.44 ก็มีอยู่ ใช้แก้คุณสมบัติ รปภ.-ห้ามจอดรถก็ออกเป็นคำสั่งมาแล้ว
เรื่องสำคัญ เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน หากงัดมาใช้ในทางสร้างสรรค์ ไม่มีอะไรเสียหายแม้แต่น้อย
ฝ่ายบริหาร ระดับรัฐมนตรีเอง ก็ยืดอกยอมรับ 5-10% คลุมเครือ
เป็นเหตุเป็นผลที่จำเป็นต้องแก้ ปล่อยไว้ไม่ได้อยู่แล้ว
อะไรที่คลุมเครือไม่ดีทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องที่ให้คุณให้โทษ ต้องชัดเจน
รัฐต้องคงหลักประกัน จัดพื้นที่ปลอดภัย รองรับสิทธิเสรีภาพประชาชน
อย่าเสียเวลาอธิบายแจกแจงเลย กลุ่มคัดค้าน นักวิชาการ และภาคส่วนประชาชนที่
ไม่เห็นด้วย
พวกเขาไม่ได้ไม่เข้าใจเนื้อหาหรอก
ทุกคนอ่านออก ตีแตก รู้เท่าทัน เครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง
ที่สำคัญก็คือ ที่มากระบวนแต่ต้นจนจบ ชัดยิ่งกว่าชัด
งาช้างไม่มีทางงอกจากที่อื่น
กฎหมายที่ดี มีแต่ต้องเพิ่มสิทธิ ขยายเสรีภาพให้มีพื้นที่กว้างขวางออกไป และต้องสมบูรณ์เต็ม 100 บกพร่องแม้เปอร์เซ็นต์เดียวมิได้
นี่ไม่ใช่การตัดเกรดนักเรียน-นักศึกษา 90% เท่ากับดีเยี่ยมเกรดเอ
แต่เป็นบทบัญญัติตัดสินชีวิตคน เดิมพันถึงคุกถึงตะราง
กฎหมาย-นโยบายใดก็ตามที่เป็นเรื่องสำคัญ คอขาดบาดตาย กระทบต่อส่วนได้ส่วนเสียของสังคมกว้างขวาง
รัฐที่มีที่มาด้วยวิธีพิเศษไม่ควรแตะต้อง
ยิ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชนยิ่งต้องอยู่ห่าง
เพราะที่มาเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยโดยตรง
ประชาธิปไตยที่มีหลักการขั้นพื้นฐาน คือ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน
เนื้อหาร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่คลุมเครือนั้น ที่จริงกระจ่างแจ้งชัดเจนในตัว
ไม่ต้องถามเจตนารมณ์ ความมุ่งหมาย ออกมาเพื่อแทรกแซง กำกับ ควบคุมจริงหรือไม่
เนื้อหา-รากเหง้ามันฟ้อง หักล้างโฆษณาชวนเชื่อทุกอย่าง
รัฐบาลที่มีที่มาไม่ยึดโยงประชาชน
ระบอบอันเป็นปรปักษ์กับประชาธิปไตย
หากเล็งเห็นคุณค่า มุ่งให้ความสำคัญ ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน
คงวิจิตรพิสดารแท้!

