สถานีคิดเลขที่ 12 : เก้าอี้ปธ.-เก้าอี้นายกฯ

30.06.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : เก้าอี้ปธ.-เก้าอี้นายกฯ คงเพราะประชาชนเอาใจช่วยกันมาก

คงเพราะประชาชนเอาใจช่วยกันมาก อยากให้รัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย 8 พรรค สามารถจัดตั้งได้สำเร็จ ยิ่งกลุ่มอำนาจเก่าโบร่ำโบราณ วางแผนสกัดขัดขวางมากมาย ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไปเลือกพรรคก้าวไกล เพื่อไทย และฝ่ายค้านเดิม ก็ยิ่งห่วงยิ่งลุ้นระทึก

พอเกิดข่าวความขัดแย้งระหว่างก้าวไกลกับเพื่อไทย ในเรื่องตำแหน่งประธานสภา จึงทำให้เกิดปฏิกิริยาวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย เดือดแค้นก็มี สะท้อนถึงความหวั่นไหว เกรงว่าจะเกิดการสลายขั้ว ข้ามขั้วกันหรือไม่

ห่วงกันว่าพรรคขั้วประชาธิปไตยจะแตกกระจาย สูตรรัฐบาล 8 พรรคจะไปต่อไม่ได้

เอาเข้าจริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์ขัดแย้งระหว่างพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 นั้น เป็นเรื่องปกติของการเจรจาต่อรองทางการเมือง ในช่วงฟอร์มรัฐบาล ช่วงจัดสรรตำแหน่ง

ยิ่งพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ห่างกัน 10 เสียง การต่อรองยิ่งเข้มข้นแน่นอน

Advertisement

แล้วโดยปกติ พรรคอันดับ 1 จะต้องไม่เอาอันดับ 2 ที่มีเสียงใกล้เคียงกันมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยอันดับ 2 จะไปแอบซุ่มรอเพื่อรวมเสียงตั้งรัฐบาลแข่ง

แต่เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นขั้วประเด็นอุดมการณ์ประชาธิปไตยเข้ามากำหนด ทำให้อันดับ 1 อันดับ 2 โดนล็อกให้มาร่วมกัน

ดังนั้น จึงต้องเข้าใจธรรมชาติทางการเมือง ภายใต้เสียงที่ใกล้เคียงกัน ต้องยอมรับว่าต้องมีการเจรจาต่อรอง ย่อมเกิดเสียงดัง มีเสียงแข็งกร้าวใส่กัน

จะให้มีแต่ความหวานชื่น ยอมกันไปเสียทุกอย่าง คงเป็นไปไม่ได้

เพียงแต่มองเป้าหมายใหญ่ของก้าวไกลและเพื่อไทยแล้ว ยังชัดเจนว่าจะต้องร่วมกันตั้งรัฐบาล 8 พรรคให้สำเร็จ จะไปพลิกขั้ว ข้ามขั้ว ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

ประธานสภา ไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด เพราะที่ใหญ่และสำคัญกว่านั้นคือ การฝ่าด่าน 250 ส.ว. เพื่อให้ได้เก้าอี้นายกรัฐมนตรี และฟอร์ม ครม.ได้สำเร็จ เพื่อเข้าบริหารประเทศชาติ ตามนโยบายที่วางเอาไว้

เพื่อทำให้เห็นว่ารัฐบาลเสรีประชาธิปไตย ทันสมัยทันโลก มากวิสัยทัศน์ เก่งกาจกว่าพวกลุงๆ ขนาดไหน

ให้คนส่วนใหญ่ของสังคมตระหนักว่า แนวอนุรักษนิยมการเมืองนั้น ทำให้เกิดความคับแคบและล้าหลังเช่นไร อย่าได้ไปเรียกหาการล้มประชาธิปไตย อย่าไปปูทางให้นักรัฐประหารอีกต่อไป

ถึงตอนนี้น่าจะยังมั่นใจได้ว่า ข้อขัดแย้งระหว่างก้าวไกลและเพื่อไทยนั้น เป็นเรื่องปกติของการเมือง ยังไม่นำไปสู่การสลายขั้ว

8 พรรคจะร่วมกันเดินหน้า ผ่านการตั้งประธานสภาในต้นเดือนหน้า และจับมือกันเข้าสู่สมรภูมิสำคัญและเข้มข้นสุดขีดคือ การตั้งนายกฯในกลางเดือนกรกฎาคม

ทั้ง 8 พรรคจะดันชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เสนอเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างแน่นอน

ตอนนั้นต้องสู้กันหนัก เพราะเครือข่ายอำนาจเก่ามีฐานกำลังใหญ่คือวุฒิสภา ยังเป็นด่านที่โหดหินมากๆ

แต่การที่ 8 พรรค 312 เสียงไม่แปรเปลี่ยนเช่นนี้ ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่อีกฝ่ายจะชิงเก้าอี้นายกฯ เพื่อตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยรวมกับ 250 ส.ว.

การแตกขั้วจึงแทบเป็นไปไม่ได้

ด้วยถึงที่สุดแล้ว รวมกันเช่นนี้ ตำแหน่งนายกฯคงไม่ไปไหน จะต้องอยู่กับขั้ว 8 พรรคนี่แหละ

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน