พื้นที่อันตราย
การตกอยู่ระหว่างเขาควายนั้น อันตราย เพราะมีสิทธิถูก “ขวิด” ได้ง่ายๆ
และยิ่งเขาควาย 2 ข้างนั้น มิได้มีเป้าหมายที่จะ “ขวิดกันเอง”
ตรงกันข้ามกลับมีเป้าหมายจะขวิดฝ่ายที่อยู่ตรงกลางโดยตรง
อันตราย ยิ่งเพิ่มเป็น 2 เท่า
ดังนั้นแล้ว 8 พรรค ที่ตอนนี้เสมือนอยู่ใน “ระหว่างเขาควาย” ยิ่งต้องระมัดระวังตัว
และต้องเร่งขจัดจุดอ่อน จุดอ่อนแอในฝ่าย 8 พรรคด้วยกันเองให้เร็วที่สุด
โดยเฉพาะ 2 พรรคแกนหลัก ต้องช่วยกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กันและกันมากที่สุด
ความรู้สึก แบบ ถูกประชาชน “คลุมถุงชน” ให้มาล่มหัวจมท้ายชนิดไม่มีทางเลือก ต้องลบออกไป
เพราะที่ ประชาชนให้โอกาส 8 พรรคหรือว่าที่จริง 2 พรรคนั้น ตั้งอยู่บนแนวทาง “สมรสเท่าเทียม” มากกว่า
เป็นความเท่าเทียมที่จะก้าวเท้าเดินหน้าไปด้วยกัน
มิใช่ เท่าเทียมแบบ พรรคนี้ได้ตรงนั้น พรรคนั้นต้องได้ตรงนี้
และเมื่อไม่ได้ก็มาตั้งแง่ใส่กัน จนส่อเค้าจะนำไปสู่ปมขัดแย้ง ที่ทำลายสิ่งที่ประชาชนตั้งความหวังและมอบอาณัติมาให้
เปิดช่องให้ “เขา” พุ่งลิ่วเข้ามาขวิดจนกระเจิดกระเจิงได้
แม้จะมีการปฏิเสธ จาก ฝ่าย “เขา” ว่าคงไม่มีใครเป็น “ควาย” ที่จะควักเงินร้อยล้าน-พันล้าน ไปปลุกชีพให้เกิด งูเห่า เลื้อยออกมาจาก 8 พรรค ไปจับ “ขั้วเดิม” ให้กลับมา
แต่ กระนั้น ก็คงยากปฏิเสธว่า “เขา” หลายเขา ต่างรอ “ส้มหล่น” อย่างใจจดใจจ่อ
และการรอ นั้น มิใช่การนั่งรอเฉยๆ หากแต่ พร้อมจะสร้างเงื่อนไข พร้อมจะตอกลิ่มให้ 8 พรรคแตกร้าวอยู่ตลอดเวลา
“ดีลลับ” จึงไม่ยอมหายไปไหน
ตรงกันข้าม กับถูกโยนเข้าใส่ เพื่อให้เกิดความหวาดระแวงอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งแม้ที่สุด 2 ใน 8 พรรค จะสามารถตกลงกันในเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะราบรื่นหรือทุลักทุเล
แต่นั่นก็เป็นเพียง ประตูแรก ที่จะก้าวเข้าไปจุดหมาย
ยังมีประตูอีกหลายประตู ที่จะขวางกั้น กว่าที่จะคว้านายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคเสียงข้างมาก
โดยเฉพาะเสียงจากสภาสูง ที่นอกจากเยาะเย้ยไยไพ ว่าจะมีเสียงสนับสนุน ไม่ถึง 5 เสียงเท่านั้น
หากแต่ยังมีการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย ของ ส.ว.ที่ยอมลดบทบาทตนเองลงไม่ต่างจาก “นักร้อง” โผล่ไปกดดันให้ กกต.เร่งทำ “นิติสงคราม” ส่งเรื่องคุณสมบัติ แคนดิเดตนายกฯ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยโดยเร็ว
ซึ่งแม้จะยังไม่รู้ผล แต่การได้คา “ชนัก” ติดหลังแคนดิเดตนายกฯไป
ก็ทำให้ข้ออ้างที่จะมีมติ “ไม่รับ” คนมีมลทินเข้าไปเป็นนายกฯมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
เพิ่มขึ้นพอที่จะถูกไถเป็นข้ออ้างเปรียบเทียบกับบุคคลที่ประชาชนที่แสดงเจตนารมณ์สนับสนุนผ่านการเลือกตั้งได้
ขณะเดียวกัน ก็โหมประเด็นละเอียดอ่อน ทั้งเรื่องกรณี 112 กรณีแบ่งแยกดินแดน กรณีเป็นสมุนมหาอำนาจตะวันตก ให้เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง เพื่อตอกย้ำถึง การเป็นสิ่งอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ
ไม่สมควรที่จะได้รับโอกาส ให้เข้าไปบริหารประเทศ
และยังต้องกำจัด-ขจัดออกไป จากเส้นทางแห่งอำนาจ ให้ได้
นี่คือเจตจำนง ที่แน่วแน่ ของฝ่ายอำนาจเก่า ที่เร่งไล่ขวิด ฝ่ายที่อยู่ระหว่างเขาควาย อย่างไม่ผ่อนปรน เสื่อมคลาย
8 พรรค จะรอดพ้น “พื้นที่อันตราย” หรือไม่ การเลือกประธานสภา ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จะเป็นสัญญาณบ่งชี้
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

