ข้อมูลเท็จ “สิบเอ็ดประตู” จ. ร้อยเอ็ด
ชนชั้นนำไทยสถาปนา “ข้อมูลเท็จ” ส่งผลเสียหายทางการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย กลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลที่สร้างข้อขัดแย้งทางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านกระทั่งทุกวันนี้ยังแก้ไขไม่ได้หมดทุกเรื่อง ดังนี้
(1.) คนไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่เทือกเขาอัลไต (2.) คนไทยเจ้าของอาณาจักรน่านเจ้า (3.) สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย และ (4.) พ่อขุนรามคำแหงมีอำนาจเหนือดินแดนมลายูและปัตตานี ฯลฯ
ร้อยเอ็ด ทางการสร้างคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ดจากข้อมูลเท็จว่า “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม” แล้วควบคุมให้ครูในสถานศึกษาทั่วจังหวัดหล่อหลอมนักเรียนท่องจำและทำป้ายประจำโรงเรียน
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ราว 30 ปีที่ผ่านมา ตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่เก็บรักษาไว้ในหอสมุดแห่งชาติและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วมีคำอธิบาย “เป็นทางการ” ส่งให้ผู้มีอำนาจในจังหวัดร้อยเอ็ด ว่าเมืองร้อยเอ็ดได้ชื่อจาก “เมืองร้อยเอ็ดประตู” จารบนใบลานเป็นลายลักษณ์อักษร เรียก “ตัวธรรม” ในคัมภีร์อุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม) เป็นภาษาสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ หมายถึงเมืองของพระกฤษณะ ชื่อ “ทวารวดี” แปลว่าเมืองอันมีประตูเข้าออกนับไม่ถ้วน (ประตูในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของเส้นทางคมนาคมการค้าสร้างความมั่งคั่ง)
หลังจากนั้นนักค้นคว้าและนักวิชาการมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และในจังหวัดร้อยเอ็ด ต่างแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุนกรมศิลปากรและเพิ่มเติมข้อมูลท้องถิ่นว่าคัมภีร์อุรังคธาตุที่พบตามวัดทั้งในและนอกเขตร้อยเอ็ดล้วนเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่เคยพบเขียนเป็นตัวเลขว่า “101” ดังนั้นที่ว่าเมืองร้อยเอ็ดประตูมาจากเมืองสิบเอ็ดประตูจึงเป็นข้อมูลเท็จ
ทางการจังหวัดร้อยเอ็ด “ด้อยค่า” ข้อมูลจริงจากหลักฐานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดี แล้วยืนกรานโฆษณาข้อมูลเท็จ “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม”
รัฐบาลใหม่ (ไม่ว่าจะมีเมื่อไร?) ควรสนับสนุนกิจกรรมการแบ่งปันเผยแพร่ ข้อมูลจริงอย่างสม่ำเสมอจากหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ดังต่อไปนี้
กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ต้องลดอีเวนต์ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” แล้วเพิ่มสาระการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลวิชาความรู้ ดังนี้
(1.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด กรมศิลปากร จัดนิทรรศการ “กึ่งถาวร” เรื่องชื่อเมืองร้อยเอ็ดจากคัมภีร์อุรังคธาตุว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” จารเป็นอักษรตัวธรรม (ไม่เป็นตัวเลข) พร้อมเอกสารแบ่งปันข้อมูลอย่างง่ายๆ
ทั้งหมดนี้พิพิธภัณฑ์ฯ ร้อยเอ็ดเคยทำหลายปีมาแล้วและทำดีมากๆ แต่ถูก “ด้อยค่า” จากทางการจังหวัดร้อยเอ็ด
(2.) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด เคยทำผิดพลาดไว้ ต้องแก้ไขด้วยการรวบรวมเอกสารข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ฯ ร้อยเอ็ด แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่สาธารณะและสถานศึกษาทั่วจังหวัดร้อยเอ็ด
กระทรวงศึกษาธิการ วิชาสังคมศึกษา เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จ. ร้อยเอ็ด ควรมีการเรียนการสอน ดังนี้
(1.) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความจริงตามหลักฐานวิชาการว่าเมืองร้อยเอ็ดมาจาก “เมืองร้อยเอ็ดประตู” และ (2.) รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ คือ เมืองร้อยเอ็ด มาจาก “สิบเอ็ดประตู”
มหาวิทยาลัย ยกกรณีข้อมูลเท็จ “สิบเอ็ดประตู” ในคำขวัญ จ. ร้อยเอ็ด เป็นตัวอย่างศึกษาในแง่การเมืองการปกครองและผลประโยชน์ทับซ้อน จนต้องสร้างข้อมูลเท็จเพื่อใช้อ้างจัดกิจกรรมประจำปีสนอง “สิบเอ็ดประตู”
เฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ควรกระตุ้นและผลักดันรู้เท่าทันข้อมูลเท็จ ด้วยการแบ่งปันอย่างสม่ำเสมอในความจริงตามหลักฐานวิชาการ ซึ่งทั้งหมดนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดทำแล้วและกำลังทำอย่างแข็งขันควรแก่การสรรเสริญในความรับผิดชอบต่อข้อมูลท้องถิ่น
ภาคประชาชน สื่อมวลชนต้องเสนอข้อมูลรอบด้านทั้งข้อมูลจริง (จากกรมศิลปากร) ว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” และข้อมูลเท็จ (จากทางการ จ. ร้อยเอ็ด) ว่า “สิบเอ็ดประตู”
แต่ที่ผ่านมาสื่อมวลชนบางคนในอีสานเสนอข้อมูลไม่รอบด้านด้วยการเข้าข้าง “ข้อมูลเท็จ สิบเอ็ดประตู” แล้วไม่นำเสนอข้อมูลจริงว่าชื่อร้อยเอ็ดมาจาก “เมืองร้อยเอ็ดประตู” ซึ่งชวนให้น่าสงสัยหลายอย่าง

