สถานีคิดเลขที่ 12 : ส.ว.อย่าสุดโต่ง

7.07.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ส.ว.อย่าสุดโต่ง จากวาระการแต่งตั้งประธานสภา

จากวาระการแต่งตั้งประธานสภาและ 2 รองประธานสภา ซึ่งลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยทั้ง 3 เก้าอี้ อยู่กับขั้ว 8 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งความพยายามของฝ่ายขั้วรัฐบาลเดิมในการส่งชื่อชิงรองประธานสภาคนที่ 1 ลงเอยก็พ่ายไปอย่างขาดลอย

แต่วาระต่อไปคือการโหวตแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มีความต่างไปจากวาระแรกอย่างมาก

สนามแรก สู้กันในเวทีสภาผู้แทนฯซึ่ง 8 พรรค 312 เสียง คือ เสียงข้างมาก แต่สนามหน้า เป็นเวทีรัฐสภา มี 250 ส.ว.เข้ามาร่วมโหวต

ด้วยผลผลิตของรัฐธรรมนูญฉบับที่เขียนในยุครัฐบาลทหาร คสช. ทำให้สนามนี้ เสียงของ ส.ว. แทบจะกำหนดเกมได้ทั้งหมด

13 กรกฎาคมนี้ ประธาน วันมูหะมัดนอร์ มะทา เตรียมนัดประชุมร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นวันหยุดโลกของประชาชนคนไทย

Advertisement

โดย 8 พรรคขั้วประชาธิปไตย จะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯของก้าวไกล พรรคอันดับ 1 ขึ้นเป็นนายกฯ

ขณะที่บรรดาแกนนำ ส.ว. ประกาศอย่างโจ่งแจ้งมาตลอดว่า จะไม่ยอมโหวตให้นายพิธา

ยังไม่มีใครรู้ว่า ทีมเจรจาของก้าวไกล สามารถกล่อม ส.ว.ให้ยอมยกมือหนุนนายพิธาได้มากน้อยแค่ไหน

ในความเป็นจริง ต้องดึงเสียง ส.ว.ถึง 64 เสียงให้มาช่วย ไม่ใช่งานง่ายเลย

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ประธานวันนอร์จะโดนตั้งคำถามว่า การประชุม 2 สภาเพื่อโหวตนายพิธา จะต้องประชุมกันกี่ครั้ง เพราะไม่มีใครเชื่อว่าโหวตผ่านได้ในครั้งเดียว

ขณะเดียวกันเสียงจาก ส.ว.ส่วนหนึ่ง ได้มองเลยไปถึงจังหวะถัดไปว่า จะยอมยกมือหนุนแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย แต่ก็มีรายละเอียดลึกลงไปอีก 2 แนวทาง

คือ 1.ไม่ให้พิธา เปลี่ยนเป็นยกมือให้เพื่อไทยเป็นนายกฯแล้วก็จบ กับ 2.ไม่ให้พิธา แล้วจะโหวตให้คนของเพื่อไทย แต่ต้องเปลี่ยนขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ โดยต้องไม่มีก้าวไกลร่วมด้วย

คิดดูแล้วกัน ถ้าการตั้งรัฐบาลจะต้องเกินเลยไปถึงขั้น ไม่เอาก้าวไกลอยู่ใน ครม.เลย คงจะยุ่งเหยิงและนำไปสู่สถานการณ์ร้อนแรงกันขนาดไหน

จะขวางพิธากันแบบเอาเป็นเอาตาย แถมจะไม่ให้ก้าวไกลที่ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ได้เป็นรัฐบาล แล้วประชาชนที่เลือกก้าวไกลเขาจะเดือดกันหรือไม่

เพราะการที่พรรคอันดับ 1 ต้องเป็นฝ่ายค้าน ถ้าเป็นเกมในหมู่พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งยังถือว่าอยู่ในกติกา แต่ถ้ากำหนดโดย ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง จะเป็นเกมที่ขาดความชอบธรรมอย่างมาก

ดังนั้น ถ้านึกถึงความราบรื่นของประเทศ นึกถึงเศรษฐกิจที่เสื่อมทรุดรอรัฐบาลใหม่เข้ามาเร่งแก้ปัญหา เร่งฟื้นธุรกิจการค้าเพื่อปากท้องประชาชน ก็อย่าได้ขวางอะไรกันแบบสุดโต่งเกินไป

ขนาดเก้าอี้ประธานสภา เขายังยอมถอยกันคนละก้าว เอาคนกลางจากพรรคอันดับ 3 เข้ามาแทน

การแต่งตั้งนายกฯ ก็ควรว่ากันตามความเหมาะสม อย่าตั้งเงื่อนไขอะไรกันจนสุดโต่งจนบ้านเมืองไปต่อไม่ได้ กลายเป็นสถานการณ์เดือดระอุ

ถึงที่สุดแล้ว สำหรับ 8 พรรคประชาธิปไตย ยังไงก็ต้องเดินหน้าไป โดยมีความชอบธรรมมีเสียงประชาชนสนับสนุนเชียร์กันทั่วเมือง

ต้องส่งพิธาลงตัวจริง แต่เพื่อความรอบคอบควรให้เศรษฐาวอร์มอยู่ข้างสนามพร้อมๆ กันไปด้วย

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน