ไม่ว่า “ข้อเรียกร้อง” อันมาจาก “ดีเอสไอ” ไม่ว่า “ข้อเรียกร้อง” อันมาจาก “ตำรวจ” ประสาน สอดคล้องกัน ราวปี่กับขลุ่ย
1 เรียกร้องให้ พระเทพญานมหามุนี มอบตัว
ขณะเดียวกัน 1 เมื่อ พระเทพญานมหามุนี ไม่มามอบตัวอ้างเหตุ “อาพาธ” เคลื่อนไหวไม่สะดวก ราบรื่น
ก็เรียกร้องให้ “พศ.” แสดงบทบาท “เกลี้ยกล่อม”
เพราะว่า “พศ.” มาจากคำเต็มว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพราะว่า “พศ.” สัมพันธ์ กับ “มหาเถรสมาคม” หรือ “มส.” อย่างแนบแน่น
ทั้ง “มส.” และ “พศ.” อยู่ในฐานะ “ฝ่ายปกครอง” ของพระ
คำถามที่เสนอเข้ามาอย่างฉับพลันทันใดหลัง “ข้อเรียกร้อง” อันมาจาก “ดีเอสไอ” และ “ตำรวจ” ก็คือ
“ข้อเรียกร้อง” นี้จะเกินเลยหรือ “มากไป” หรือไม่
คำว่าเกินเลยคือ เกินเลยจากความรับผิดชอบของ “พศ.” และ “มส.” หรือไม่ คำว่ามากไปคือมากไปกว่าภาระหน้าที่อัน “พศ.” และ “มส.” มีอยู่หรือไม่
เป็นการถาม “ดีเอสไอ” เป็นการถาม “ตำรวจ”
หากศึกษาจากบทบาทของ “พศ.” และ “มส.” ในการพบกันระหว่าง “ดีเอสไอ” และ “ตำรวจ” กับ “วัดพระธรรมกาย” 2 หน
หน 1 ที่ สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน
หน 1 ที่วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม
ในการพบกัน 2 หนนั้นมีเสียงจาก “วัดพระธรรมกาย” ว่าต้องการได้รับคำมั่นจาก “ดีเอสไอ” ว่าหาก พระเทพญานมหามุนี มอบตัวจะได้ “ประกัน” หรือไม่
คำตอบจาก “ดีเอสไอ” ก็คือ ในส่วนนี้พ้นอำนาจของ “ดีเอสไอ” ไปแล้ว
นั่นก็คือ คดีความของ พระเทพญานมหามุนี ในเรื่องฟอกเงิน ในเรื่องรับของโจรอันเนื่องแต่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้นเป็นเรื่องของ “อัยการ”
“ดีเอสไอ” ไม่มีอำนาจในเรื่องของ “การประกัน”
ต่อ “ข้อเรียกร้อง” อันมาจาก “ดีเอสไอ” และ “ตำรวจ” หากทาง “พศ.” และ “มส.” จะบอกว่าเป็นเรื่องเกินเลยไปจาก “อำนาจ” ของตนไปแล้ว เพราะอยู่ในมือของ “ดีเอสไอ” และ “ตำรวจ” ตลอดจน “อัยการ”
จะถือว่าเป็นการถามอย่าง “ยอกย้อน” หรือไม่
ความจริง บทบาทไม่ว่าของ “พศ.” ไม่ว่าของ “มส.” ได้กำหนดเอาไว้อย่างแจ้งชัดและเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงอย่างที่สุด
“พศ.” เข้ามาเพราะได้รับ “การร้องขอ”
เพราะนี่เป็นทิศทางอันกำหนดโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนก่อนที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามารับผิดชอบตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี
จึงขอไปทาง “รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ให้สั่งการไปทาง “พศ.”
ขณะเดียวกัน เนื่องจาก “พศ.” มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นอยู่กับ “มหาเถรสมาคม” จึงขอความร่วมมือจากเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล แต่บทบาทของ “พศ.” และ “มส.” ไม่ใช่ “ผู้เจรจา”
บทบาทในการเจรจาจึงเป็นของ “ดีเอสไอ” โดยมี “ตำรวจ” ร่วมอยู่ด้วยทั้งที่ สภ.คลองหลวง และที่วัดพระธรรมกาย บทบาทของ “พศ.” และ “มส.” คือ “ผู้ประสาน”
ประสานให้ “คู่กรณี” คือ 1 ดีเอสไอ 1 ตำรวจ ได้เข้ามาเจรจา หารือและทำความเข้าใจกับ 1 วัดพระธรรมกาย
บทบาทนี้เชื่อว่า “พศ.” กับ “มส.” ยินดี “ปฏิบัติ”
จากนี้จึงเห็น “ร่วม” กันอย่างเด่นชัดในบทบาท ความหมาย และภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในกรณีอันเกี่ยวกับ “วัดพระธรรมกาย”
เรื่องได้มาอยู่ในมือของ “ดีเอสไอ” บริบูรณ์แล้ว
เฉพาะหน้าดีเอสไอขอความช่วยเหลือจาก “ตำรวจ” ขณะเดียวกัน ก็ขอความช่วยเหลือจาก “พศ.” และ “มส.”
ความช่วยเหลือก็คือความช่วยเหลือ แต่มิได้หมายถึงมา “รับผิดชอบ” แทน

