บทบาท’คสช.’ เบื้องหน้า อนาธิปไตย แห่ง’กฎหมาย’

27.12.16 | 12:18 น.

ไม่ว่าจะมองกรณี “วัดพระธรรมกาย” ด้วยลักษณะ “สุนิยม” อย่างไร ไม่ว่าจะมองกรณี “เด็กปาก้อนหิน” ด้วยสายตา “สุนิยม” แค่ไหน

2 กรณีนี้ล้วนเข้าลักษณะอย่างที่เรียกว่า “อนาธิปไตย”

กล่าวสำหรับ กรณี “วัดพระธรรมกาย” สะท้อนอย่างเด่นชัดยิ่งว่า ไม่เพียงแต่ “หมายจับ” ไม่มี “ความหมาย”

หากแต่ “หมายค้น” ก็มิอาจ “ปฏิบัติ” ได้

ราวกับว่าอำนาจของ “ดีเอสไอ” แม้จะประสานเข้ากับ “ตำรวจ” ก็ไม่สามารถทำอะไร “วัดพระธรรมกาย” และโดยเฉพาะ พระเทพญาณมหามุนี ได้

Advertisement

เรื่องนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รู้อย่างชนิด “ซึ้ง”

ไม่ว่า “หมายค้น” เมื่อเดือนมิถุนายน ล้วน “ไม่เวิร์ก” ไม่ว่า “หมายค้น” ในเดือนธันวาคมล้วน “ไร้” บทบาทและความหมาย

“ดีเอสไอ” กับ “ตำรวจ” เตรียมกำลังกว่า 3,000 นาย ก็ไร้ประโยชน์

แม้ “ตำรวจ” พยายามจะขยายปริมาณของคดีจาก 1 เมื่อเดือนพฤษภาคมให้กลายเป็นกว่า 158 คดี ในเดือนธันวาคม แต่ที่สุดก็ลงเอยเหมือนกัน

กรณี “วัดพระธรรมกาย” เป็นเช่นนี้ กรณี “เด็กปาก้อนหิน” ก็เป็นเช่นนี้

กรณี “เด็กปาก้อนหิน” มีจุดเริ่มมาจากการลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดในทางคอมพิวเตอร์ ของ 168 สนช.เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม

ทั้งๆ ที่มี “ลายเซ็น” กว่า 360,000 รายชื่อ คัดค้าน “ต่อต้าน”

สะท้อนให้เห็นว่า 168 สนช. ไม่เพียงไม่ฟังเสียง “ประชาชน” หากแสดงด้วยว่า คสช.และรัฐบาลก็ “เมิน” เสียงของประชาชน

เพราะ สนช.คือ 1 ใน “แม่น้ำ 5 สาย”

วันที่ 18 ธันวาคม กลุ่ม “พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” ก็ประกาศยุทธการ “เด็กปาก้อนหิน : F5”

1 เป็นการกด F5 รัว รัว เพื่อทำให้ “เว็บไซต์” ของหน่วยราชการ “ล่ม”

1 ขณะเดียวกันกลุ่มแฮกเกอร์ระดับโลก ANONYMOUS ก็ประกาศเข้าเป็นพันธมิตรในแนวร่วม ประกาศ “รุก” เข้าไปในเว็บไซต์ของ “หน่วยราชการ”

ผลก็คือ เว็บกลาโหมล่ม เว็บกระทรวงการคลังล่ม

ผลก็คือ เว็บทำเนียบรัฐบาลล่ม เว็บสภาความมั่นคงแห่งชาติล่ม เว็บตำรวจจราจรล่ม เว็บตำรวจทางหลวงล่ม

ข้อมูล “ตรวจคนเข้าเมือง” ถูกเจาะ ข้อมูล “ต่างประเทศ” ถูกเจาะ

หากเริ่มต้นจากนิยามคำว่า “อนาธิปไตย” จากหนังสือพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542

ภาวะที่บ้านเมืองไม่มีกฎหมายและระเบียบ

ขณะที่หนังสือพจนานุกรม ฉบับมติชน ภาวะที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย โดยเปรียบเทียบใช้เรียกภาวการณ์ที่ไม่มีใครใส่ใจกับกฎระเบียบหรือกฎหมาย

กรณี “วัดพระธรรมกาย” นับว่า “ชัด”

ยิ่งกรณี “เด็กปาก้อนหิน” แม้ว่าจะดำรงอยู่ภายใน “โลกออนไลน์” แต่ก็สัมผัสได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรมว่าไม่สามารถ “สกัด” การรุกเข้าไปของ “ก้อนหิน” ได้

ความหมายอย่างตรงตัว ไม่ว่ากรณี “วัดพระธรรมกาย” ไม่ว่ากรณี “เด็กปาก้อนหิน” ก็คือกฎหมายมีอยู่ แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์

จึงจับพระเทพญาณมหามุนีไม่ได้ จึงห้ามการรุกของ “เด็กปาก้อนหิน” ไม่ได้

คำแถลงจากเจ้ากระทรวง เจ้ากรม จึงแทบไม่มี “ความหมาย” คำแถลงจาก “ตำรวจ” และ “ดีเอสไอ” จึงแทบไม่มีประโยชน์อะไร

ประโยชน์ของ “กฎหมาย” คือ ใช้ “บังคับ” ได้ในทางเป็นจริง

เพราะว่าภายใน “แม่น้ำ 5 สาย” ยังมีอำนาจของ “คสช.” ดำรงอยู่ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

แม้ “ดีเอสไอ” และ “ตำรวจ” ไม่สามารถทำอะไร พระเทพญาณมหามุนี ได้ แม้ “กระทรวงดีอี” และ “ปอท.” หรือแม้กระทั่ง “ศซบ.ทบ.” ไม่สามารถทำอะไร “เด็กปาก้อนหิน” ได้

บรรดา “นักสุนิยม” ทั้งหลายยังมองบทบาทของ “คสช.” อย่างมีความหวัง

หวังว่า “คสช.” จะทำให้ “ความศักดิ์สิทธิ์” ของกฎหมาย ดำรงอยู่ใน “ความเป็นจริง” ให้จงได้