หน้าแรก คอลัมนิสต์ สิทธิเสรีภาพท...

สิทธิเสรีภาพที่ควรมีและเป็นไป : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

30.12.16 | 13:40 น.

พุทธศักราช 2559 จะสุดสิ้นในเวลาเที่ยงคืนของวันพรุ่งนี้ 31 ธันวาคม เริ่มนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่ 2560 วันที่ 1 มกราคม ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงปีจาก 2559 เป็น 2560 เท่านั้น ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกหลายประการสำหรับประเทศไทยและคนไทย

ประการแรกดังที่ทราบดีอยู่แล้ว คือการเปลี่ยนรัชกาลจากรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ซึ่งพระองค์ทรงตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

“ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

นับแต่นี้ ประชาชนชาวไทยทั้งปวงจะสนองเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อธำรงไว้ซึ่งราชบัลลังก์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ปี 2560 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย หลังจากที่ตกอยู่ในการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เมื่อผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช… ที่จะประกาศใช้หลังทรงลงพระปรมาภิไธย ประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตามกำหนดการ 90 วัน

Advertisement

จากนั้น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญอีกอย่างน้อย 4 ฉบับ ซึ่งต้องใช้กำกับการเลือกตั้ง คือกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก และกฎหมายพรรคการเมือง ทั้ง 4 ฉบับนี้ต้องร่างเสร็จและประกาศใช้ในไม่ช้ากว่ารัฐธรรมนูญ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูเรียบร้อยแล้ว พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตลอดจนสมาชิกพรรคต้องพร้อมและเตรียมพร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในปลายปี 2560 หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงน่าจะไม่เกินกว่าต้นปี 2561

สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์หลังวันที่ 1 มกราคม 2560 เตรียมตัวไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งแรกได้ เพื่อใช้สิทธิและเสรีภาพทางการเมืองตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

เรื่องสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มีปรากฏไว้ในรัฐธรรมนูญที่ให้การรับรองและรองรับไว้ ปรากฏในหลายมาตรา ดังนั้นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนจึงเป็นเรื่องของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในเรื่องของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน

คือ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น ดังจะเห็นว่า มีการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเมื่อไม่นานมานี้

อีกกฎหมายหนึ่งที่บรรดาสื่อมวลชนคัดค้าน คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน

ความเข้าใจที่ไม่น่าจะต้องตรงกันนักของประชาชนทั่วไปและข้าราชการ คือเรื่องของสิทธิเสรีภาพ

เพราะเสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์ ฯลฯ คือสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น สื่อมวลชนจึงใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน

รัฐจึงไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายอะไรมาคุ้มครองหรือส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพนี้อีก

เพราะหากสื่อมวลชน หรือประชาชนละเมิดหรือล่วงเกินสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ย่อมมีกฎหมายอื่นลงโทษได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกฎหมายหมิ่นประมาท

ทั้งกฎหมายฉบับนี้ หากจะคุ้มครองหรือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างแท้จริง ควรเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพนี้อย่างกว้างขวาง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาร่วมควบคุมดูแล

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์